วันนี้ (10 สิงหาคม) พรพรหม วิกิตเศรษฐ์ ที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และผู้บริหารด้านความยั่งยืนกรุงเทพมหานคร กล่าวถึงความก้าวหน้าและผลการดำเนินงานโครงการ BKK Food Bank หรือธนาคารอาหาร
ระบุว่า ปัจจุบันเปิดให้บริการแล้ว จำนวน 50 เขต สำหรับผลการดำเนินงานตั้งแต่เริ่มดำเนินโครงการจนถึงวันที่ 8 สิงหาคม 2567 สามารถส่งต่ออาหารบริจาคแก่กลุ่มเปราะบางได้ จำนวน 1,326,114 มื้อ หรือ 315,741.42 กิโลกรัม โดยมีผู้รับมอบอาหาร จำนวน 67,449 คน สามารถคำนวณเป็นปริมาณคาร์บอนที่ลดลง จำนวน 789,825.79 kgCO2e
พรพรหมกล่าวต่อว่า โครงการ BKK Food Bankเป็นโครงการที่กรุงเทพมหานครดำเนินการเพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารให้กับประชาชน โดยการมอบอาหารและสิ่งของจำเป็นแก่กลุ่มเปราะบาง ได้แก่ กลุ่มผู้สูงอายุ กลุ่มผู้ป่วยติดเตียง กลุ่มผู้พิการ กลุ่มผู้ด้อยโอกาส และประชาชนผู้มีรายได้น้อย เพื่อให้กลุ่มเปราะบางได้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นหรือสามารถดำรงชีวิตในสภาวะปัจจุบัน ประกอบกับส่งผลให้ปริมาณอาหารเหลือทิ้งมีจำนวนลดลง และไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจ
กลุ่มเปราะบางและกลุ่มประชาชนผู้มีรายได้น้อยจะได้รับการส่งต่อความช่วยเหลือทางด้านอาหารอย่างเป็นรูปธรรม และได้รับอาหารอย่างเพียงพอ สร้างโอกาสการเข้าถึงอาหารที่เหมาะสม โดยดำเนินงานใน 2 รูปแบบ ดังนี้
รูปแบบที่ 1 สำนักงานเขตมีการรับ-ส่งต่ออาหารส่วนเกิน (Food Surplus) จากผู้บริจาคสู่ผู้รับในพื้นที่ และให้ความช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางครอบคลุมทุกกลุ่ม ดำเนินการร่วมกับผู้บริจาค รับอาหารส่วนเกินสัปดาห์ละ 3 วันคือ ทุกวันอังคาร พุธ และพฤหัสบดี โดยมีการจัดตั้งBKK Food Bank
รูปแบบที่ 2 การดำเนินการจัดตั้ง BKK Food Bankสำนักงานเขต โดยมีแนวคิดรูปแบบการจัดหาสถานที่เพื่อจัดเก็บของและส่งต่ออาหาร สิ่งของจำเป็นต่างๆ เครื่องอุปโภคบริโภค (Food Donation) ให้กับผู้รับหรือกลุ่มเป้าหมาย โดยสำนักงานเขตมีหน้าที่ประเมินและให้คะแนนกลุ่มเป้าหมาย และให้ผู้รับนำคะแนนที่ได้รับมาแลกรับสิ่งของจากBKK Food Bank
พรพรหมกล่าวว่า สำหรับผู้สนใจร่วมบริจาคอาหารหรือสิ่งของให้กับ BKK Food Bankสามารถติดต่อได้ที่สำนักงานเขตทุกเขต หรือที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (เสาชิงช้า)