×

สปสช. เตรียมส่งโมลนูพิราเวียร์ให้ผู้ที่ติดโควิด โทรแจ้งอาการและขอรับยาผ่านสายด่วน 1330 ได้ทันที

โดย THE STANDARD TEAM
02.08.2022
โมลนูพิราเวียร์

วันนี้ (2 สิงหาคม) นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เปิดเผยว่า หลังจากที่ในระยะนี้ผู้ติดเชื้อโควิดเพิ่มมากขึ้น และทาง อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข มีนโยบายให้ สปสช. จัดระบบเฉพาะกิจเป็นระบบเสริมเพื่อช่วยโรงพยาบาลในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลดูแลผู้ป่วย

 

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 23 กรกฎาคมที่ผ่านมา สปสช. ได้เปิดให้ผู้ติดเชื้อที่ยังไม่ได้รับการดูแล สามารถโทรเข้าสายด่วน 1330 เพื่อแจ้งอาการ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะประเมินอาการในเบื้องต้น หากเข้าข่ายที่จะได้รับยาฟาวิพิราเวียร์ ก็จะดำเนินการจัดส่งยาให้ถึงบ้าน 

 

โดยผลการดำเนินงานตั้งแต่วันที่ 23-30 กรกฎาคมที่ผ่านมา สปสช. ได้จัดส่งยาฟาวิพิราเวียร์แก่ผู้ป่วยที่จำเป็นต้องได้รับยาแล้วทั้งสิ้น 1,941 เคส เตรียมนำจ่าย 361 เคส และอยู่ระหว่างการจัดส่งอีก 93 เคส ขณะที่เคสที่จัดส่งไม่สำเร็จมีจำนวน 25 เคส ส่วนมากจัดส่งไม่สำเร็จเพราะผู้ป่วยปิดบ้าน บริษัทหยุด ติดต่อผู้รับไม่ได้ และผู้รับปฏิเสธการรับ

 

นพ.จเด็จกล่าวอีกว่า กระทรวงสาธารณสุขได้สนับสนุนยาฟาวิพิราเวียร์ให้กับ สปสช. ซึ่งรอบแรกได้รับ 40,000 เม็ด และครั้งที่ 2 ได้รับอีก 100,000 เม็ดจากโรงพยาบาลราชวิถี และวานนี้ (1 สิงหาคม) กระทรวงสาธารณสุขได้จัดสรรยาโมลนูพิราเวียร์มาให้ สปสช. เพิ่มอีก 150,000 เม็ด ซึ่งผู้ป่วยที่โทรแจ้งสายด่วน 1330 ที่จำเป็นต้องได้รับยาในช่วงต่อไปจะได้รับยาโมลนูพิราเวียร์แทน ซึ่งยาตัวนี้ออกฤทธิ์ยับยั้งการเพิ่มจำนวนของไวรัสชนิด RNA และลดความเสี่ยงที่จะเกิดอาการรุนแรงเช่นเดียวกับยาฟาวิพิราเวียร์ โดยได้รับการอนุมัติจากศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน กระทรวงสาธารณสุข และศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด ให้ใช้ในไทยแล้ว

 

“ตามแนวทางเวชปฏิบัติการวินิจฉัย ดูแลรักษา และป้องกันการติดเชื้อในโรงพยาบาล กรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ของกรมการแพทย์ สปสช. จะจัดส่งยาโมลนูพิราเวียร์ให้แก่ผู้ป่วยที่มีอาการไม่รุนแรง แต่มีปัจจัยเสี่ยงต่อการเป็นโรครุนแรง หรือมีโรคร่วมสำคัญ หรือผู้ป่วยที่ไม่มีปัจจัยเสี่ยงแต่มีปอดอักเสบเล็กน้อยถึงปานกลาง โดยเน้นในกลุ่มผู้มีอายุมากกว่า 60 ปีขึ้นไป, ผู้มีโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง, โรคไตเรื้อรัง, โรคหัวใจและหลอดเลือด, โรคหัวใจแต่กำเนิด, โรคหลอดเลือดสมอง, เบาหวานที่ควบคุมไม่ได้, ผู้มีภาวะอ้วน, ผู้ป่วยตับแข็ง, ผู้มีภาวะภูมิคุ้มกันต่ำ และผู้ติดเชื้อ HIV ที่มี CD4 cell count น้อยกว่า 200 เซลล์ต่อลูกบาศก์มิลลิเมตร แต่จะไม่ใช้ยานี้กับหญิงตั้งครรภ์ และผู้ที่อยู่ระหว่างให้นมบุตร” นพ.จเด็จกล่าว


READ MORE





Latest Stories

Close Advertising