×

ภาคธุรกิจหนุน ธปท. ไฟเขียวเปิด Virtual Bank ช่วยเพิ่มการเข้าถึงบริการทางการเงินของ SMEs

24.02.2022
ภาคธุรกิจหนุน ธปท. ไฟเขียวเปิด Virtual Bank ช่วยเพิ่มการเข้าถึงบริการทางการเงินของ SMEs

ผู้บริหารธนาคารและตัวแทนจากภาคธุรกิจหนุนแผน ธปท. อนุญาตเปิด Virtual Bank เชื่อช่วยเพิ่มการเข้าถึงบริการทางการเงินของกลุ่ม SMEs แนะรวมศูนย์หน่วยงานกำกับลดความซับซ้อนของกฎเกณฑ์

 

รณดล นุ่มนนท์ เปิดเผยว่า หลังจากธปท.ได้เปิดรับความคิดเห็นจากภาคธุรกิจ ภาคการเงิน และภาคประชาชน ที่มีรายงานภูมิทัศน์การเงินใหม่ไทยหรือ Financial Landscape Consultation ในช่วง 3 สัปดาห์ที่ผ่านมา ได้มีผู้เข้ามาแสดงความเห็นมากกว่า 100 ความเห็น โดยส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการปรับแนวทางกำกับของ ธปท. ที่มุ่งไปด้านดิจิทัล ความยั่งยืน และการเพิ่มความยืดหยุ่น  

 

ทั้งนี้ หนึ่งในประเด็นที่ ธปท. พบว่ามีคนให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก คือการที่ ธปท. มีแผนจะเปิดให้มีธนาคารที่ให้บริการในรูปแบบใหม่บนช่องทางดิจิทัลโดยไม่มีสาขา หรือ Virtual Bank ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนรวบรวมความเห็นเพื่อนำไปกำหนดเป็นเกณฑ์ในขั้นต่อไป

 

โดยความเห็นเกี่ยวกับ Virtual Bank ที่เข้ามาส่วนใหญ่ต้องการทราบเกี่ยวกับวัตถุประสงค์รวมถึงคุณสมบัติและเกณฑ์การคัดเลือกของ ธปท. ขณะเดียวกันก็มีข้อกังวลเกี่ยวกับการกำกับความเสี่ยงต่อระบบและปัญหาหนี้ครัวเรือนที่อาจเพิ่มสูงขึ้น

 

ขัตติยา อินทรวิชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย กล่าวถึงแผนของ ธปท. ที่จะอนุญาตให้มีการจัดตั้ง Virtual Bank ว่าเรื่องนี้น่าจะเข้ามาช่วยตอบโจทย์และพัฒนาการเข้าถึงบริการทางการเงิน (Financial Inclusion) ในประเทศได้ เพราะแม้ว่าปัจจุบัน 99.7% ของคนไทยจะเข้าถึงบริการทางการเงินแล้ว แต่ส่วนใหญ่ยังเป็นการเข้าถึงบริการด้านเงินฝาก ขณะที่บริการด้านสินเชื่อยังมีสัดส่วนของผู้ที่เข้าถึงได้เพียง 45.5% 

 

“เรายังมีธุรกิจ SMEs ราว 37.4% จาก 2.29 ล้านรายทั่วประเทศ ที่ไม่สามารถเข้าถึงสินเชื่อในระบบได้ ซึ่งหากธุรกิจ SMEs เหล่านี้สามารถเข้าถึงแหล่งสินเชื่อได้จะสร้างผลตอบแทนทางเศรษฐกิจคิดเป็นมูลค่าเพิ่มราว 1.2 หมื่นล้านบาทต่อปี หรือ 0.08% ของ GDP” ขัตติยากล่าว

 

อย่างไรก็ดี ขัตติยายอมรับว่า การเข้ามาของ Virtual Bank จะส่งผลให้การแข่งขันของผู้ให้บริการทางการเงินที่ปัจจุบันสูงอยู่แล้วสูงยิ่งขึ้นไปอีก ดังนั้นเพื่อให้การแข่งขันในระบบยังเป็นไปในเชิงบวกหรือ Healthy การเข้ามาของ Virtual Bank ควรจะมีวัตถุประสงค์ที่ชัดเจน เช่น การใช้เทคโนโลยีช่วยให้บริการกลุ่มลูกค้าที่เล็กลงและยังเข้าไม่ถึงสินเชื่อในช่วงที่ผ่านมา

 

“เรื่องเกณฑ์การกำกับควรเริ่มต้นด้วยความเท่าเทียม แต่ถ้าในระยะต่อไปใครสามารถพิสูจน์ได้ว่าบริหารความเสี่ยงได้ดี มีกระบวนการทำงาน หรือระบบที่ได้ตามมาตรฐาน วิธีการกำกับก็อาจจะมีการผ่อนคลายให้ก็ได้” ขัตติยากล่าว

 

ขัตติยายังเสนอแนะอีกว่า ในโลกยุคปัจจุบันที่บริการทางการเงินและธุรกิจอื่นๆ มีความเชื่อมโยงกันมากขึ้น หากหน่วยงานกำกับต่างๆ ซึ่งรวมถึง ธปท. สามารถรวมศูนย์กันเพื่อกำหนดแนวทางการกำกับไปในทิศทางเดียวกันได้ก็จะช่วยลดความซับซ้อนของกฎเกณฑ์และทำให้การทำธุรกิจง่ายขึ้น 

 

“อีกหนึ่งเรื่องที่อยากเห็นจาก ธปท. คือการเปิด Sandbox ให้ผู้เล่นได้เข้ามาทดลองทำอะไรใหม่ๆ เช่น ในกรณีสินทรัพย์ดิจิทัลเพื่อให้มีความเข้าใจกลไกมากขึ้น”

 

ขณะที่ สันติธาร เสถียรไทย ประธานทีมเศรษฐกิจและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท Sea Group กล่าวว่า การกำกับดูแล Virtual Bank ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อระบบเศรษฐกิจควรจะยึดหลัก 2A คือ หน่วยงานกำกับจำเป็นจะต้องรักษาจุดแข็งเรื่อง Agility หรือความสามารถในการปรับบริการและผลิตภัณฑ์ที่รวดเร็วของธนาคารประเภทนี้ไว้ โดยไม่ออกเกณฑ์ควบคุมที่เยอะเกินไปซึ่งจะไปทำลายจุดแข็งนี้ 

 

ขณะเดียวกัน หน่วยงานกำกับจะต้องช่วยให้ผู้ให้บริการสามารถเข้าถึง หรือ Access ทรัพยากรและโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ เช่น การทำ e-KYC การเข้าถึงฐานข้อมูล NDID และช่วยลดต้นทุนเหล่านี้ที่ปัจจุบันยังค่อนข้างแพงลงมา

 

“ในต่างประเทศ Virtual Bank จะแยกออกมาจากธนาคารแบบดั้งเดิมกับที่มาจากบริษัทด้านเทคจะมีบุคลิกที่แตกต่างกัน โดยจุดแข็งของแต่ละคนจะช่วยเสริมกันให้คนกลุ่มต่างๆ เข้าถึงบริการทางการเงินได้มากขึ้น เราจึงควรเปิดให้มีความหลากหลาย” สันติธารกล่าว

 

วิศิษฐ์ ลิ้มลือชา รองประธานหอการค้าไทย กล่าวว่า การเข้าถึงแหล่งเงินทุนของภาคธุรกิจในปัจจุบันยังมีปัญหาเรื่องความเหลื่อมล้ำและความล่าช้าอยู่พอสมควร เช่น การขอสินเชื่อจากสถาบันการเงินแต่ละครั้งจะต้องทำความรู้จักกันก่อนและใช้เวลาหลายเดือน ซึ่งในกรณีที่ธุรกิจรายใหญ่การผ่านขั้นตอนต่างๆ จะง่ายกว่าธุรกิจสตาร์ทอัพหรือ SMEs

 

“Virtual Bank น่าจะเข้ามาช่วยได้ในเรื่องนี้ เรามองไปถึงนโยบาย Open Data ของ ธปท. ด้วย หากข้อมูลจากบริษัทมือถือหรือข้อมูลจากแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซสามารถนำใช้ประเมินความเสี่ยงได้ ประโยชน์จะเกิดกับกลุ่มคนและธุรกิจที่เคยถูกมองข้าม แต่การกำกับดูแลก็ต้องมั่นใจว่าเงินจะถูกนำไปใช้ถูกวัตถุประสงค์ด้วย” วิศิษฐ์กล่าว

 


 

ช่องทางติดตาม THE STANDARD WEALTH


READ MORE




Latest Stories