×

นายกฯ ตรวจน้ำท่วมชัยนาท รับฟังความเห็น ส.ส. ในพื้นที่ บอกทุกคนคือตัวแทนของประชาชน ไม่มีการแบ่งแยก

โดย THE STANDARD TEAM
15.09.2021
น้ำท่วมชัยนาท

วันนี้ (15 กันยายน) พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วย พล.อ. อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย, อนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี, อนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง, ธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และ สมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ หรือ สทนช. ลงพื้นที่จังหวัดชัยนาทตรวจสถานการณ์น้ำในเขื่อนเจ้าพระยา เพื่อเตรียมรับน้ำเหนือหลากและวางแผนป้องกันพื้นที่เจ้าพระยาตอนล่าง เขื่อนเจ้าพระยา อำเภอสรรพยา จังหวัดชัยนาท

 

เมื่อนายกรัฐมนตรีมาถึงยังเขื่อนเจ้าพระยา ได้รับฟังการรายงานสถานการณ์ รวมไปถึงเส้นทางน้ำที่จะเข้ามายังเขื่อนเจ้าพระยาและพื้นที่เสี่ยงจุดรับน้ำต่างๆ โดยได้มีการแจ้งเตือนให้ประชาชนมีการยกของขึ้นที่สูง  

 

ทั้งนี้ พล.อ. ประยุทธ์ ระบุว่า วันนี้ได้มาเยี่ยมชาวชัยนาท ซึ่งนายกฯ คณะรัฐมนตรี และรัฐบาล มีความห่วงใยทั้งจังหวัดชัยนาทและพื้นที่ใกล้เคียงที่มีผลกระทบร่วมกัน ซึ่งวันนี้ตนได้รับฟังคำชี้แจงจาก สทนช. ซึ่งเป็นผู้บริหารน้ำภาพรวมของทั้งประเทศ รับฟังคำชี้แจงจากผู้ว่าราชการจังหวัด รวมไปถึงรับฟังความคิดเห็นต่างๆ จากบรรดา ส.ส. ในพื้นที่ ให้รับทราบว่ารัฐบาลมีความห่วงใยอย่างไร เพราะทุกคนคือตัวแทนของประชาชนทั้งสิ้น ตนไม่มีการแบ่งแยกกับใครทั้งสิ้น เพราะเป็นรัฐบาลที่ต้องบริหารทั้งประเทศ ต้องดูแลคนทั้งประเทศอยู่แล้ว ซึ่งก็ต้องพิจารณาตามลำดับความเร่งด่วนของการทำงาน ส่วนนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้อำนวยการในเรื่องเหล่านี้ให้เป็นไปตามกฎหมาย ตามระเบียบทุกประการ จะต้องไม่มีการทุจริต ต้องโปร่งใสและเป็นธรรม เพื่อให้ตรงต่อความต้องการของประชาชนในพื้นที่อย่างแท้จริง ซึ่งเป็นนโยบายหลักที่บอกไปแล้ว 

 

พล.อ. ประยุทธ์ ยังระบุอีกว่า วันนี้ตนก็มีความพอใจที่ทางฝ่ายการบริหารได้ชี้แจงตนทั้งหมด ทั้งน้ำทางตอนเหนือ ตอนบน ตอนกลาง และตอนล่าง ซึ่งมีการตัดยอดน้ำออกไปยังพื้นที่ด้านข้าง จนกระทั่งมวลน้ำเหลือมายังพื้นที่นี้ และหากมีการระบายน้ำในพื้นที่นี้ลดลง แต่สูงสุดไม่เกิน 1,500 ลูกบาศก์เมตร เพราะหากสูงจากนี้จะส่งผลกระทบในพื้นที่ลุ่มต่ำ วันนี้ตนก็ได้สั่งเน้นย้ำให้ดำเนินการกำจัดวัชพืชที่ขวางทางน้ำ ซึ่งเขาก็กำลังดำเนินการอยู่ ยอมรับว่าเป็นอย่างนี้มาทุกปี แหล่งกำเนิดอยู่จากบนฝั่ง จากแหล่งน้ำขนาดเล็ก คูคลองไหลมารวมกันในแม่น้ำ ซึ่งต้องกำจัดต่อไปเป็นระยะ 

 

พล.อ. ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ขอฝากความห่วงใยไปยังประชาชนทุกคน แม้ว่าวันนี้จะไม่มีโอกาสพบกันอย่างใกล้ชิด เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด สิ่งที่ต้องระมัดระวังที่สุดตอนนี้คือโควิด โดยต้องเน้นย้ำมาตรการ DMHTT สวมหน้ากากอนามัย 

 

ส่วนแผนเผชิญเหตุในการบริหารจัดการน้ำในครั้งนี้ พล.อ. ประยุทธ์ เปิดเผยว่า ได้มีการเตรียมการในช่วงหน้าฝนและเผื่อหน้าแล้งไปด้วย นี่เขาเรียกว่าแผนเผชิญเหตุ ไม่ใช่ว่าระบายน้ำพอให้ไม่ท่วม แล้วนิ่งอยู่เฉยๆ ไม่ใช่ ทุกคนมีบทเรียนมาแล้วในการระบายน้ำเมื่อปี 2554 ส่วนปี 2563 ก็อีกเรื่องหนึ่งปริมาณน้ำฝนมากพายุเข้าก็เรื่องธรรมดา พื้นที่แห่งนี้เป็นพื้นที่ลุ่มต่ำที่มีความเสี่ยง ซึ่งหากปริมาณน้ำตรงนี้มากก็จะไปท่วมบริเวณจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยในวันนี้ต้องมีการเตรียมพื้นที่สำรองกักเก็บน้ำ ทั้งธรรมชาติและที่สร้างไว้ ขณะเดียวกันต้องมีการเตรียมแผนในกรณีที่มีการชำรุด โดยมีการประสานกับกระทรวงกลาโหมใช้เฮลิคอปเตอร์ในการทิ้งตะกร้า ทิ้งหินลงมา เพื่อให้กันน้ำได้ชั่วคราว

 

โดยในช่วงท้าย พล.อ. ประยุทธ์ ยังระบุอีกว่า สิ่งที่พูดวันนี้ก็คือเรื่องของการเกษตร ก็ต้องมีการปรับพื้นที่ให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดในวันนี้ให้ไม่มากเกินไป ไม่ให้น้อยเกินไป เพราะฉะนั้นทุกคนต้องปรับตัวเองด้วย รัฐบาลพยายามคิดใหม่ทำใหม่ ต้องกล้าคิดกล้าทำกล้าที่จะเปลี่ยนแปลง เราถึงจะพลิกโฉมประเทศไทยได้ เข้าใจหรือไม่ พร้อมขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกคน ขอให้สู้ๆ

 

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โดยระหว่างที่นายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์อยู่นั้น ได้มีอาการจามออกมาเป็นระยะ โดยนายกรัฐมนตรีระบุว่า ไม่ได้ป่วยเป็นอะไร ได้ตรวจโรคแล้ว ตนแพ้อากาศ เพราะที่นี่อากาศชื้น

 

ขณะที่ปริมาณน้ำในเขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยา มีปริมาณน้ำเก็บกักรวม 9,800 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 39 ของความจุอ่าง ในปัจจุบันสามารถรองรับน้ำได้อีก 15,000 ล้านลูกบาศก์เมตร แยกเป็นพื้นที่ 4 เขื่อน โดยปัจจุบันเขื่อนภูมิพลมีปริมาณน้ำกว่าล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 38 ของความจุอ่าง สามารถรองรับน้ำได้อีก 8,000 ล้านลูกบาศก์เมตร ขณะที่เขื่อนสิริกิติ์มีปริมาณน้ำ 3,834 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 40 ของความจุอ่าง สามารถรับน้ำได้อีก 5,646 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งทั้งสองเขื่อนนี้อยู่เหนือเขื่อนลุ่มน้ำเจ้าพระยา ส่วนอีก 2 เขื่อนหลัก ซึ่งเป็นเขื่อนใหญ่ ของลุ่มน้ำเจ้าพระยา ประกอบด้วย เขื่อนแควน้อยบำรุงแดนมีปริมาณน้ำอยู่ 537 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 51 ของความจุอ่าง รับน้ำได้อีก 400 ล้านลูกบาศก์เมตร และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ปริมาณน้ำ 255 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 20 ของความจุอ่าง รับน้ำได้อีก 705 ล้านลูกบาศก์เมตร

 

 

ภาพ: สำนักโฆษก สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี 


READ MORE




Latest Stories

Close Advertising