×

เดินหน้าต่อ กลุ่ม ส.ส. ดาวฤกษ์ พปชร. ดันตั้ง กมธ. ศึกษาปัญหาข้อบังคับ กทม. สำเร็จ ชงแก้ผังเมืองใหม่

โดย THE STANDARD TEAM
30.07.2020
เดินหน้าต่อ กลุ่ม ส.ส. ดาวฤกษ์ พปชร. ดันตั้ง กมธ. ศึกษาปัญหาข้อบังคับ กทม. สำเร็จ ชงแก้ผังเมืองใหม่

วันนี้ (30 กรกฎาคม) กรณิศ งามสุคนธ์รัตนา ส.ส. กทม. เขตคลองเตย-วัฒนา พรรคพลังประชารัฐ ระบุว่าหลังอภิปรายญัตติปัญหาพื้นที่ส่วนกลางที่ใช้ประโยชน์ร่วมกันตามโครงการหมู่บ้านจัดสรรและอาคารชุดต่างๆ ที่ถูกทิ้งร้าง ไม่มีคนดูแล จนเกิดความเหลื่อมล้ำด้านสิทธิขั้นพื้นฐานทางสาธารณูปโภค แล้วยังได้เสนอให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาปัญหาการบังคับใช้ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร กรณีค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการพัฒนาทรัพย์สินที่ประชาชนทั่วไปใช้สอยร่วมกันในพื้นที่ส่วนบุคคลเพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น 

 

“พวกเรา ส.ส. ในนามกลุ่มดาวฤกษ์ ในฐานะตัวแทนของพี่น้องประชาชนคนไทยทุกคน ยืนยันจะทำหน้าที่ที่ได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องประชาชนในการหารือ เพื่อแก้ไขข้อกฎหมายและแก้ปัญหาเหล่านี้ให้สำเร็จลุล่วงเพื่อสิทธิพื้นฐานของคนเมือง”

 

กรณิศกล่าวว่าพื้นที่ส่วนกลางและถนนตามโครงการหมู่บ้านที่ถูกทิ้งร้าง-ไม่มีนิติบุคคลดูแลแล้ว ถนนสัญจรเข้าออก อาคารชุด คอนโดฯ อพาร์ตเมนต์ หรืออาจจะรวมถึงพื้นที่หรือถนนส่วนบุคคลต่างๆ ซึ่งพื้นที่เหล่านี้ประชาชนโดยทั่วไปใช้ประโยชน์ร่วมกัน สัญจรผ่านไปมาร่วมกัน และได้รับผลกระทบจากการชำรุดทรุดโทรมด้วยกัน แต่ภาครัฐไม่สามารถนำงบประมาณเข้าไปทำนุบำรุงซ่อมแซมเพื่อสาธารณประโยชน์ได้ เนื่องจากติดเงื่อนไข ข้อกฎหมาย และข้อจำกัดต่างๆ ในการใช้งบของภาครัฐเข้าไปทำนุบำรุงซ่อมแซม 

 

กรณิศกล่าวด้วยว่าแม้บางกรณีพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานครจะเปิดช่องให้ภาครัฐสามารถดำเนินการตามขั้นตอนต่างๆ เพื่อสามารถใช้งบประมาณเข้าไปดูแลซ่อมแซมได้ แต่ก็มีหลายครั้งที่เจ้าของกรรมสิทธิ์ปล่อยให้ภาครัฐใช้งบประมาณซ่อมแซมจนแล้วเสร็จหรือจนพอใจแล้วค่อยมาอ้างกรรมสิทธิ์ ซึ่งก็มีหลายครั้งที่เกิดข้อพิพาท หยุดการก่อสร้างซ่อมแซม หรือเจ้าของกรรมสิทธิ์กีดขวางเส้นทาง เรียกเก็บค่าผ่านทางแทน ซึ่งประชาชนไม่ทราบหรือไม่เข้าใจถึงข้อจำกัดต่างๆ ดังกล่าว จนบ่อยครั้งเกิดข้อสงสัยและความไม่พอใจหน่วยงานภาครัฐที่รับผิดชอบอยู่ในพื้นที่บริเวณใกล้เคียง เช่น สำนักงานเขต และอาจจะรวมไปถึงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขตพื้นที่นั้นๆ เพราะหลายครั้งตนและเพื่อนๆ ส.ส. หลายๆ ท่านในกลุ่มดาวฤกษ์ได้รับเรื่องร้องเรียนมากมายผ่านทางสื่อออนไลน์และการลงพื้นที่

 

“พวกเราในฐานะผู้แทนฯ น้อมรับคำร้องเรียนติเตียน และเข้าใจถึงความเดือดร้อนของประชาชนทุกคน เรามุ่งมั่นที่จะผลักดัน แก้ไข จัดการข้อจำกัดและอุปสรรคต่างๆ เพื่อให้ภาครัฐได้มีสิทธิ์นำงบประมาณมาทำนุบำรุงแก้ไขซ่อมแซมถนนหนทางเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของประชาชนคนไทยทุกคน” กรณิศกล่าว

 

ด้าน มาดามเดียร์-วทันยา วงษ์โอภาสี ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ กล่าวภายหลังจากที่ประชุมสภามีมติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหาการบังคับใช้ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร กรณีค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการพัฒนาทรัพย์สินที่ประชาชนทั่วไปใช้สอยร่วมกันในพื้นที่ส่วนบุคคลว่า การผลักดันให้เกิดกรรมาธิการชุดนี้เกิดขึ้นจากการที่ ส.ส. กทม. ในส่วนของกลุ่มพวกเราได้ลงพื้นที่ โดย กรณิศ งามสุคนธ์รัตนา ส.ส. เขตคลองเตย-วัฒนา และฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ ส.ส. เขตบางกะปิ ได้มีประชาชนในพื้นที่ประสานเข้ามาเพื่อขอความช่วยเหลือจากปัญหาด้านสาธารณูปโภคในพื้นที่ส่วนบุคคลที่หน่วยงานราชการหรือรัฐไม่สามารถเข้าไปจัดการอะไรในพื้นที่ได้เลย เช่น หมู่บ้านหลายแห่ง เมื่อสร้างและขายเสร็จแล้ว นิติบุคคลปล่อยให้พื้นที่ส่วนกลางเป็นที่รกร้าง เสื่อมโทรม ไม่ได้มีการดูแลให้กับลูกบ้าน จนทำให้ประชาชนที่อาศัยได้รับความเดือดร้อน และเมื่อเราไปศึกษาก็พบว่ากฎหมายตรงนี้มีช่องว่างอยู่มาก 

 

วทันยากล่าวต่อว่านอกจากนี้การลงพื้นที่ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ตนพบว่าในพื้นที่ กทม. ยังมีปัญหาอื่นๆ อีกหลายด้านที่ประชาชนยังรอการแก้ไข เช่น การก่อสร้างตึกสูงในพื้นที่ชุมชน ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นเหล่านี้มีการเชื่อมโยงไปถึงเรื่องผังเมืองของ กทม. ที่ขณะนี้อยู่ในช่วง 90 วันสุดท้ายที่จะสามารถทักท้วงหรือให้ความเห็นได้ เพราะถ้าผ่านพ้นช่วงนี้ไป ทาง กทม. จะนำส่งไปยังกระทรวงมหาดไทยเพื่อประกาศใช้กฎหมายต่อไป 

 

“เราจะขอให้กรรมาธิการชุดนี้เป็นบันไดขั้นแรกในการแก้ไขปัญหา และจะพิจารณาศึกษาขอบเขตให้กว้างมากขึ้น ซึ่งรวมไปถึงเรื่องผังเมืองด้วย รวมถึงการศึกษาข้อกฎหมายในการขอสร้างตึกสูง ที่เบื้องต้นพบว่ามีช่องโหว่ของกฎหมายให้นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์สามารถเลี่ยงบาลีได้ และเมื่อผ่านการศึกษาจากกรรมาธิการแล้วอาจจะมีการยื่นขอแก้ไขกฎหมายในที่ประชุมสภาต่อไป” วทันยากล่าว

 

 

พิสูจน์อักษร: ภาสิณี เพิ่มพันธุ์พงศ์


READ MORE




Latest Stories

Close Advertising