×

อธิการบดีธรรมศาสตร์-ประธานฯ AP ร่วมสะท้อนปัญหาการศึกษาไทย แนะ 4 ทักษะที่มีติดตัวไว้ ไม่ตกงาน

โดย THE STANDARD TEAM
29.05.2020

วันนี้ (29 พฤษภาคม) ในงานเสวนา THE STANDARD ECONOMIC FORUM หัวข้อ ‘skills For The Future’ การเรียนรู้และทักษะแห่งอนาคต โดยมี รศ.เกศินี วิฑูรชาติ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ อนุพงษ์ อัศวโภคิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร AP (Thailand) ร่วมถอดบทเรียนถึงปัญหาการศึกษา และประเด็นของนักศึกษาจบใหม่ที่เริ่มไม่ตอบโจทย์องค์กรธุรกิจหรือบริษัทในยุคปัจจุบัน

 

รศ.เกศินี วิฑูรชาติ เริ่มต้นฉายภาพของปัญหาการศึกษาไทยว่า เน้นการถูกปลูกฝังและให้คุณค่าเรื่องของการท่องจำมากจนเกินไป หรือถูกจำกัดให้เรียนรู้เฉพาะเรื่องความรู้หลักเท่านั้น แต่ไม่ได้นำไปสู่การคิด วิเคราะห์ และกระบวนการตั้งประเด็นคำถามต่างๆ รวมถึงสิ่งที่หลายคนกำลังหลงทาง นั่นคือการให้คุณค่ากับคำว่า ‘ปริญญา’ มากเกินไป จนอาจหลงลืมไปว่า สิ่งที่จะติดตัวหลังเรียนจบแท้จริงคือ ทักษะการทำงานในวิชาชีพที่จะต้องก่อเกิดในอนาคต

 

ทางด้าน อนุพงษ์ อัศวโภคิน เล่าถึงสิ่งที่พบเห็นหรือปัญหาที่บริษัทต้องพบเจอในการรับนักศึกษาจบใหม่เข้าสู่สายงานของแต่ละบริษัทว่า ปัจจุบันสเปกนักศึกษาที่องค์กรหรือบริษัทต่างๆ ต้องการคือ รับเข้ามาแล้วสามารถพร้อมทำงานได้เลย หรือส่งลงสนามได้ทันที แต่ส่วนใหญ่ที่รับมาแล้วกลับพบว่า ไม่สามารถทำแบบนั้นได้เลย 

 

โดยสรุปปัญหาหลักๆ ของนักศึกษาจบใหม่คือ ความรู้และความเข้าใจในสายที่ต้องมาปฏิบัติในชีวิตจริงไม่เพียงพอ และความพร้อมไม่ตรงสาย ซึ่งนำมาสู่ความไม่พร้อมในการลงสนามทำงานได้จริง

 

เมื่อมองย้อนกลับไปต้นตอของปัญหาที่ถูกฝังมานานแบบนี้ อนุพงษ์อธิบายว่า ปัญหาจริงๆ สามารถเกิดได้จากหลายปัจจัย ประเด็นนี้ไม่ควรโทษมหาวิทยาลัยเพียงอย่างเดียว เพราะการที่จะทำให้การศึกษาแห่งอนาคตก้าวเดินไปได้จริงๆ มหาวิทยาลัยเอกชนและของรัฐฯ ต้องร่วมมือกัน โดยมีหัวใจหลักคือ การปรับหรืออัปเดตหลักสูตรการเรียนการสอนตลอดเวลา

 

“ตำแหน่งงานที่เราเห็นในปัจจุบันในอีก 10 ปีข้างหน้า เกือบ 40% จะหายไป จะมีตำแหน่งงานใหม่โผล่ขึ้นมาเรื่อยๆ ซึ่งแสดงว่าเราต้องการทักษะใหม่ๆ แปลว่า เราต้องอัปเดตทักษะด้านการเรียนรู้และการศึกษาที่อยู่ในตลาดแรงงานให้เร็วที่สุด ต้องมีการอัปเดตอยู่ตลอดเวลา เช่นเดียวกับคอนเทนต์ที่ทางมหาวิทยาลัยสอน ต้องมีการอัปเดตอย่างเร็วมากเช่นกัน”

 

ขณะเดียวกัน รศ.เกศินี กล่าวเสริมว่า แต่ละมหาวิทยาลัยจะมีรูปแบบของหลักสูตรที่ค่อนข้างหลากหลาย เช่น ของธรรมศาสตร์จะมีการร่วมมือกับภาคเอกชนหรืออุตสาหกรรมต่างๆ เพื่อที่จะนำองค์ความรู้มาปรับเป็นการสอนนักศึกษา ตั้งแต่การทำเวิร์กช็อป หรือการส่งไปฝึกงาน ที่ต้องให้นักศึกษาเรียนรู้พื้นฐานก่อน 2 ปี ก่อนที่จะส่งไปอยู่กับบริษัทนั้นๆ อีก 2 ปี 

 

ซึ่งในส่วนนี้นักศึกษาจะได้ประสบการณ์ทำงานที่เอาไปต่อยอดในชีวิตจริงได้ และเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงรูปแบบการปรับหลักสูตรการเรียนการสอนให้นักศึกษาได้เรียนรู้มากกว่าอยู่ในห้องเรียน จะเป็นสิ่งที่ดีและมีประโยชน์ต่อตลาดแรงงานในอนาคต รวมถึงอาจารย์ที่อยู่ในฐานะผู้สอน ก็ต้องปรับตัวไปกับสิ่งเหล่านี้ด้วย 

 

ส่วนประเด็นทักษะที่ทุกคนควรมีติดตัวและสิ่งต้องเริ่มเรียนรู้ เพื่อปรับตัวเข้าหาความเป็น New Normal หรือชีวิตวิถีใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้นอีกไม่นานนี้ 

 

อนุพงษ์ย้ำว่าเรื่องของ ‘Mindset’ คือสิ่งสำคัญที่ทุกคนควรมีติดตัว รวมถึงทักษะที่สำคัญไม่แพ้กัน แต่ก่อนอื่นทุกคนต้องเริ่มตั้งเป้าหมายในชีวิตก่อนเป็นลำดับแรก เพื่อให้ตนเองพึงรู้ว่า เราต้องการทำอะไร เพราะถ้าเราทำอะไรที่มันผิดไปจากเป้าหมายของชีวิต เรามักจะทำสิ่งนั้นได้ไม่ดี 

 

เมื่อทุกคนตั้งเป้าหมายได้แล้ว สิ่งแรกที่ควรมีคือ องค์ความรู้และความเข้าใจต่อสายงานนั้นๆ ซึ่งเป็นพื้นฐานที่จำเป็นต้องมี ส่วนทักษะที่ 2 คือต้องมี Digital Literacies หรือการเข้าใจในกระบวนการของโลกดิจิทัล ต่อมาทักษะที่ 3 คือเรื่องของ Soft Skills เช่น เรื่องการสื่อสารที่ทุกคนต้องมีในยามพบปะผู้คน และทักษะที่ 4 คือ ต้องมีแรงผลักดันที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ หรือมีทักษะที่พร้อมเรียนรู้สิ่งต่างๆ เพราะฉะนั้นถ้าคุณมีทักษะทั้ง 4 อย่างนี้ คุณก็จะไม่ตกงานแน่นอน

 

 

พิสูจน์อักษร: ภาวิกา ขันติศรีสกุล


READ MORE





Latest Stories

Close Advertising