วันนี้ (28 ตุลาคม) ที่ทำเนียบรัฐบาล อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แสดงความคิดเห็นวิจารณ์มาตรการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน B20 และ E20 ว่าเป็นการแก้ปัญหาไม่ตรงจุด เนื่องจากเป็นน้ำมันที่มีผู้ใช้น้อย
นายกรัฐมนตรียิ้ม หัวเราะ และส่ายหน้า ก่อนกล่าวว่า รัฐบาลต้องช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนมากที่สุดก่อน พร้อมระบุว่า คนที่มีฐานะอย่างผู้วิจารณ์ไม่มีวันเข้าใจวิถีชีวิตของเกษตรกร เพราะไม่เคยใช้ชีวิตอยู่ในชนบท แม้ในอดีตจะเคยทำเกษตรอยู่บ้าง แต่เป็นเพียงการทำเล็กๆ น้อยๆ เพื่อสร้างโปรไฟล์สำหรับขายข้าวเป็นแพ็ก ไม่ใช่เกษตรกรที่ต้องทำงานหนัก หลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดิน และมีต้นทุนในการประกอบอาชีพทุกบาททุกสตางค์
อนุทินกล่าวว่า การลดราคาน้ำมันในประเภทที่เกษตรกรสามารถใช้ได้ ทั้ง B20 และ E20 ซึ่งมีส่วนต่างราคาถึง 10 บาท จะช่วยลดต้นทุนให้เกษตรกร ขณะเดียวกัน หากรัฐบาลสามารถกระตุ้นให้ประชาชนหันมาใช้น้ำมันทั้งสองประเภทมากขึ้น ก็จะส่งผลให้ความต้องการพืชผลทางการเกษตรที่นำมาเป็นส่วนประกอบในการผลิตน้ำมันเพิ่มสูงขึ้น และช่วยให้ราคาสินค้าเกษตรปรับตัวดีขึ้นตามไปด้วย
นอกจากนี้ เมื่อปริมาณการใช้น้ำมันทั้งสองประเภทเพิ่มขึ้น ยังช่วยลดการพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันดิบจากต่างประเทศ ซึ่งถือเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจและภาคเกษตรกรรมของไทย
นายกรัฐมนตรีกล่าวย้ำว่า มาตรการดังกล่าวเป็นการคำนึงถึงวิถีชีวิตของประชาชนในชนบท รวมถึงเกษตรกรที่ต้องเผชิญกับต้นทุนการประกอบอาชีพ โดยมองว่า สส. ที่ใช้ชีวิตอยู่ในเมืองและออกมาวิพากษ์วิจารณ์มาตรการนี้ อาจไม่เข้าใจชีวิตของเกษตรกร ชาวนา ชาวไร่ และประชาชนในชนบทได้เท่ากับตน
“เราต้องช่วยคนที่เดือดร้อนที่สุดก่อน คนที่มีฐานะอย่างคนพูดไม่มีวันเข้าใจหรอก เพราะเขาไม่เคยอยู่ในชนบท ไปทำเกษตรก็ทำนิดๆ หน่อยๆ ในสมัยก่อนเอาไว้สร้างเป็นโปรไฟล์ขายข้าวเป็นแพ็กๆ แต่ไม่ใช่คนที่เป็นเกษตรกรที่ต้องหลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดิน ลำบาก และทุกบาททุกสตางค์เป็นต้นทุน” อนุทินกล่าว
พร้อมทิ้งท้ายว่า “เพราะฉะนั้น สส. ที่เป็นคนเมืองและมาวิพากษ์วิจารณ์เรื่องนี้ คงเข้าใจชีวิตของเกษตรกร ชาวนา ชาวไร่ และคนที่อยู่ในชนบทสู้ตนไม่ได้หรอก”

