วันนี้ (28 ตุลาคม) ที่รัฐสภา ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้าน พร้อมด้วย สส.พรรคประชาชน ร่วมรับยื่นหนังสือและหารือกับ ธีรภัทร์ คหะวงศ์ เลขานุการขบวนการสร้างเสริมสุขภาพประชาชน (ขสช.) และภาคีเครือข่ายภาคประชาสังคม กรณีคัดค้านร่างแก้ไขกฎหมาย 4 ฉบับ ได้แก่ พ.ร.บ.กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ, พ.ร.บ.องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย, พ.ร.บ.ผู้สูงอายุ และ พ.ร.บ.การกีฬาแห่งประเทศไทย ที่เสนอโดย สส.พรรคภูมิใจไทย
มีสาระสำคัญคือยกเลิกการจัดเก็บเงินบำรุงจากภาษีสุราและยาสูบ แล้วเปลี่ยนไปใช้เงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีแทน ซึ่ง ขสช. หวั่นส่งผลกระทบต่อหลักประกันสวัสดิการ ความต่อเนื่อง และความเป็นอิสระของกลไกสาธารณะ โดยขอให้รัฐบาลเคารพผลการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน
ณัฐพงษ์ ระบุว่า จากการหารือมีข้อคิดเห็นตรงกัน 3 ประการ โดยเห็นว่าการส่งเสริมสุขภาพประชาชน ความโปร่งใส และความต่อเนื่องในการใช้งบประมาณของ สสส. เป็นสิ่งสำคัญ ร่างแก้ไขกฎหมายของพรรคภูมิใจไทยไม่ควรอ้างเรื่องวินัยการเงินการคลัง ซึ่งไม่ได้ห้ามไว้ และรัฐบาลอาจมีเหตุผลจำเป็นบางอย่าง เช่น กรณีไทยพีบีเอสที่จำเป็นต้องคงหลักความเป็นอิสระของสื่อสาธารณะ แม้แหล่งงบประมาณที่เหมาะสมที่สุดอาจมาจาก กสทช. แต่การอ้างวินัยการเงินการคลังไม่ได้ตอบโจทย์การแก้ปัญหา หนำซ้ำยังทำลายหลักประกันและการดำรงอยู่ของแต่ละองค์กร
ณัฐพงษ์กล่าวอีกว่า ปัญหาสำคัญของ สสส. คือความต่อเนื่องของงบประมาณ การย้ายไปรับงบประมาณรายจ่ายประจำปีจะทำให้การดำเนินโครงการไม่ต่อเนื่อง หากเป็นปัญหาการบริหารจัดการภายใน ไม่จำเป็นต้องแก้ไขกฎหมาย เช่น นายกรัฐมนตรีสามารถมอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานบอร์ด สสส. ออกระเบียบปฏิบัติภายในให้โปร่งใสยิ่งขึ้น ซึ่งทุกคนพร้อมผลักดันอยู่แล้ว
นอกจากนี้ ณัฐพงษ์เน้นย้ำว่า กลไกสภาที่เหมาะสมและเป็นไปได้ขณะนี้คือการตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาปัญหาการบริหารจัดการของแต่ละกองทุนอย่างรอบคอบ เพื่อหาข้อสรุปว่าจะต้องแก้ไขกฎหมายหรือปรับปรุงภายใน ซึ่งเชื่อว่าทุกฝ่ายจะไม่คัดค้าน โดยพรรคประชาชนจะนำไปหารือเพื่อเสนอเป็นญัตติต่อไป
“ณ ตอนนี้ที่เราเห็นเป็นความพยายามดำเนินการทางการเมืองของรัฐบาลมากกว่า ที่คุณเองพยายามอ้างหลายเรื่อง ว่าไม่ได้เสนอเป็นร่างของรัฐบาล ไม่ได้เสนอเป็นร่างของ ครม. เป็นร่างของพรรคภูมิใจไทย มีความมุ่งหมายในการพยายามทำลายคู่ตรงข้ามทางการเมืองหรือไม่ ยกตัวอย่างเรื่องสื่อ เครือข่ายภาคประชาสังคม ที่ทำงานร่วมกับ สสส. อยู่ เป็นสิ่งที่คิดว่ามีความน่าเป็นห่วงเป็นอย่างยิ่ง” ณัฐพงษ์กล่าว

