วันนี้ (26 ตุลาคม) สำนักงานประกันสังคมชี้แจงกรณีมีกระแสข่าวว่า กองทุนประกันสังคมมีผลต่างจากอัตราแลกเปลี่ยนติดลบ 54,393 ล้านบาท ในปี 2568 จากการลงทุนในต่างประเทศ โดยยืนยันว่า การประเมินผลการดำเนินงานด้านการลงทุนต้องพิจารณาจากผลตอบแทนโดยรวม ไม่ใช่พิจารณาเฉพาะผลต่างจากอัตราแลกเปลี่ยนเพียงรายการเดียว เนื่องจากการลงทุนมีผลตอบแทนและความเสี่ยงจากหลายปัจจัยที่ต้องนำมาประกอบการประเมิน
สำนักงานประกันสังคมระบุว่า การลงทุนในต่างประเทศเป็นการลงทุนระยะยาว ซึ่งผลตอบแทนประกอบด้วยหลายส่วน ทั้งดอกเบี้ย เงินปันผล กำไรจากการขายหลักทรัพย์ ผลตอบแทนจากเครื่องมือทางการเงิน ตลอดจนการเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยนและมูลค่าหลักทรัพย์
โดยในปี 2568 การลงทุนในต่างประเทศของกองทุนประกันสังคมมีอัตราผลตอบแทนร้อยละ 7.70 และมีผลประโยชน์สุทธิจากการลงทุนเพิ่มขึ้นกว่า 74,389 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลรวมจากกำไรและขาดทุนของรายการต่างๆ รวมถึงผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนและการป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน
สำหรับผลต่างจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ติดลบ 54,393 ล้านบาท สำนักงานประกันสังคมชี้แจงว่า เกิดจากการแปลงมูลค่าหลักทรัพย์ที่ลงทุนในสกุลเงินต่างประเทศให้เป็นเงินบาท ณ วันสิ้นรอบบัญชี เพื่อใช้ในการจัดทำงบการเงิน โดยผลที่ปรากฏจึงอาจเป็นผลขาดทุนทางบัญชีจากการประเมินมูลค่าสินทรัพย์ ณ วันดังกล่าว ซึ่งไม่ได้หมายความว่าจะเป็นผลขาดทุนที่เกิดขึ้นจริงจากการลงทุนเสมอไป
ขณะเดียวกัน การเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยนสามารถส่งผลได้ทั้งทางบวกและทางลบ โดยหากเงินบาทอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินที่กองทุนเข้าไปลงทุน อาจทำให้มูลค่าสินทรัพย์เมื่อคำนวณกลับเป็นเงินบาทเพิ่มขึ้นและเกิดกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนได้เช่นกัน ทั้งนี้ ผลกระทบที่เกิดขึ้นจริงขึ้นอยู่กับสกุลเงินที่ลงทุน สถานะการลงทุน และแนวทางการป้องกันความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนของกองทุน
สำนักงานประกันสังคมยืนยันว่า ให้ความสำคัญกับการบริหารเงินกองทุนอย่างรอบคอบและโปร่งใส โดยคำนึงถึงประโยชน์ของผู้ประกันตนเป็นสำคัญ พร้อมติดตามผลตอบแทนและความเสี่ยงจากการลงทุนอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาเสถียรภาพและความมั่นคงของกองทุน ตลอดจนสร้างความสามารถในการจ่ายสิทธิประโยชน์ให้แก่ผู้ประกันตนได้อย่างยั่งยืน


