เมื่อ 3 ปีก่อน อาทูซา พาร์ซา ตัดสินใจซื้อร้านซักผ้าหยอดเหรียญในเมืองฟุลเลอร์ตัน รัฐแคลิฟอร์เนีย เพราะคลิปบนโซเชียลมีเดียทำให้เธอเชื่อว่านี่คือการลงทุนที่ดี แต่ไม่นานเธอก็พบว่ามีหลายเรื่องที่คลิปเหล่านั้นไม่ได้บอก เช่น การไล่พ่อค้ายาเสพติดที่ใช้ห้องน้ำของร้านเป็นที่ซื้อขาย
ประเด็นสำคัญ
“ไม่ว่าในคลิปจะทำให้ดูง่ายแค่ไหน แต่ของจริงซับซ้อนกว่านั้น” พาร์ซากล่าว โดยเธอต้องให้ตำรวจช่วยจัดการปัญหาในร้าน
ช่วงหลายปีที่ผ่านมา ร้านซักผ้าหยอดเหรียญที่เคยเป็นธุรกิจธรรมดากลายเป็นกระแสใหญ่บนโซเชียลมีเดีย คลิปจำนวนมากโชว์กองเหรียญและปึกธนบัตรที่เครื่องซักผ้าทำเงินได้ จนธุรกิจนี้ดูเหมือนเป็นเส้นทางสู่ความฝันแบบอเมริกันที่ลงแรงน้อยแต่ได้ผลตอบแทนสูง
ภาพของ Passive Income หรือรายได้ที่ไม่ต้องลงแรงมาก ได้รับความสนใจอย่างมากในยุคที่ผู้คนกังวลเรื่องเศรษฐกิจ เส้นทางการเติบโตในสายงานแบบเดิมดูจะใช้ไม่ได้แล้ว และการปฏิวัติของ AI กำลังใกล้เข้ามา
แต่ ไบรอัน วอลเลซ ซีอีโอของ Coin Laundry Association สมาคมธุรกิจร้านซักผ้าหยอดเหรียญ มองว่าอินฟลูเอนเซอร์บางรายเล่าไม่หมด “เราค่อนข้างไม่ชอบความคิดที่ว่านี่เป็นธุรกิจวิเศษ ที่แค่ไปร้านสัปดาห์ละครั้ง เก็บเหรียญแล้วกลับบ้าน เพราะคนที่ประสบความสำเร็จที่เราเห็นไม่ได้ทำแบบนั้น”
คลิปเทเหรียญที่จุดกระแสบน TikTok
คาร์ลอส โอโชอา หรือที่ผู้ติดตาม 2 ล้านคนบน TikTok รู้จักในชื่อ Laundromat Money ถูกมองว่าเป็นคนจุดกระแสนี้เมื่อ 5 ปีก่อน ตอนที่เขาเพิ่งเริ่มเป็นเจ้าของร้านซักผ้าในเมืองไวซาเลีย รัฐแคลิฟอร์เนีย
เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายตัวเองเทเหรียญจำนวนมากลงถังเก็บเงิน แล้วหยิบธนบัตรกำใหญ่จากเครื่องแลกเหรียญมาใส่เครื่องนับเงิน ก่อนบอกผู้ชมว่ายอดขาย 5 วันของร้านอยู่ที่ 1,419 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 4.79 หมื่นบาท)
คลิปนั้นมียอดวิวกว่า 1 ล้านครั้ง และเขาทำคลิปแบบเดียวกันออกมาอีกหลายสิบคลิปที่มียอดวิวสูงกว่าเดิมมาก แต่ตัวโอโชอาเองก็กังวลว่าคนที่อยากเป็นผู้ประกอบการกำลังเข้าใจผิด เพราะร้านของเขาซึ่งมีบริการรับซักพับด้วย ต้องลงแรงอย่างมาก
“คนติดกับดักการดูคลิปที่ทำให้ธุรกิจนี้ดูหรูหรา จนละเลยการตรวจสอบข้อมูลอื่นๆ ก่อนลงทุน” โอโชอากล่าว ซึ่งเขามักเล่ารายละเอียดรายได้และค่าใช้จ่ายของร้านในคลิป ระหว่างที่หยิบเงินสดไปด้วย
ซื้อร้านเล็กเริ่มราว 10 ล้านบาท และต้องหารายได้หลายทาง
วอลเลซระบุว่าในสหรัฐฯ มีร้านซักผ้าหยอดเหรียญราว 30,000 แห่ง ซึ่งจำนวนไม่ค่อยเปลี่ยนแปลง แม้หลายร้านจะขยายกิจการ โดยร้านขนาดเล็กมีราคาซื้อราว 300,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 10.13 ล้านบาท) ส่วนร้านขนาดใหญ่ที่ผลประกอบการดีอาจมีราคาสูงถึง 3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 101.25 ล้านบาท)
แม้บริษัทใหญ่และกองทุนไพรเวตอิควิตี้จะสนใจธุรกิจนี้มากขึ้น แต่ร้านส่วนใหญ่ยังเป็นธุรกิจครอบครัว และมีอัตรากำไรเฉลี่ยอยู่ที่ 24%
สำหรับเจ้าของร้านส่วนใหญ่ การเก็บเหรียญอย่างเดียวไม่พอที่จะทำให้ธุรกิจไปรอด ฟรานซิส ดายัมบา ที่ซื้อร้านซักผ้าในชิคาโกเมื่อ 3 ปีก่อน เพิ่มทั้งตู้คีบตุ๊กตาและที่ชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าเข้ามาในร้าน ส่วนเครื่องเล่นพนันแบบวิดีโอที่เคยลองติดตั้งกลับไม่ได้ผลนัก เพราะลูกค้าชนะบ่อยจนบริษัทเจ้าของเครื่องต้องขนกลับไป
“เรามีพนักงานประจำร้านตั้งแต่ 7 โมงเช้าถึง 2 ทุ่มครึ่ง การจะจ่ายเงินเดือนได้คุ้มค่า จำเป็นต้องมีรายได้จากหลายทาง” ดายัมบากล่าว
ครีเอเตอร์เริ่มเล่าด้านที่ไม่สวยงาม
มีเจ้าของร้านเพียงไม่กี่รายที่ทำเงินจากคอนเทนต์ออนไลน์ได้ หนึ่งในนั้นคือ มาร์กและแคธี ฮันเทบริงเกอร์ เจ้าของธุรกิจซักผ้าในเมืองเซนต์หลุยส์ ที่เริ่มถ่ายคลิปดึงแผ่นขุยผ้าหนานุ่มออกจากแผ่นกรองขนาดเท่าถาดอบขนมเมื่อ 5 ปีก่อน ซึ่งบางครั้งก็เจอของเล็กๆ อย่างเหรียญหรือของเล่นพลาสติกติดมาด้วย
“นี่เป็นคลิปที่ดูแล้วฟินที่สุดที่ฉันเคยดูมา” ผู้ชมรายหนึ่งคอมเมนต์ในคลิป TikTok ที่มียอดวิว 24 ล้านครั้ง
มาร์กเล่าว่าเดือนที่ดีคลิปเหล่านี้ทำเงินได้ถึง 5,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.69 แสนบาท) มากพอจะพาครอบครัวไปเที่ยวพักผ่อน เขายังประชุมวางกลยุทธ์ทุกเดือนกับครีเอเตอร์สายร้านซักผ้าชื่อดังรายอื่น และมองว่าคอนเทนต์ประเภทนี้กำลังเปลี่ยนทิศทาง “คนที่ผมรู้จักเริ่มหันมาทำคลิปที่หวือหวาน้อยลง”
แนนซี คอนนอลลี เป็นหนึ่งในคนที่ทำแบบนั้นแล้ว หลังลาออกจากงานด้านบริการทางการเงินในบริษัทใหญ่เมื่อต้นปีนี้ เพื่อมาซื้อร้านซักผ้าในเมืองชาร์ลสตัน รัฐเซาท์แคโรไลนา
เธอเลือกเล่าด้านที่ยากลำบากของธุรกิจ เช่น การเช็ดขนสุนัขออกจากเครื่องซักผ้า หรือการรับมือลูกค้าที่แอบสูบบุหรี่ในห้องน้ำ และยังไม่เคยทำคลิปเก็บเงินสดเลยแม้แต่คลิปเดียว
“ฉันพยายามเล่าให้จริงที่สุดว่าเบื้องหลังเกิดอะไรขึ้น และการสร้างธุรกิจให้เติบโตในแต่ละวันเป็นอย่างไรจริงๆ” คอนนอลลีกล่าว
ขณะที่ แซม โคเฮน อดีตนักพัฒนาซอฟต์แวร์ที่เพิ่งซื้อร้านซักผ้าในเมืองโอลด์บริดจ์ รัฐนิวเจอร์ซีย์ ทำคลิปเล่าเรื่องวุ่นๆ ในร้าน ตั้งแต่การซ่อมเครื่องแลกเหรียญ คนขับรถประมาทที่เจอระหว่างออกไปรับส่งผ้า ไปจนถึงการหาขวดน้ำยาซักผ้าที่เล็กพอจะใส่ตู้ขายสินค้าอัตโนมัติ
โคเฮนบอกว่าธุรกิจของเขายังไม่ถึงจุดคุ้มทุน ส่วนใหญ่เพราะค่าซ่อมที่ไม่คาดคิด แต่เขาก็สนุกกับงานใหม่นี้ “ความเครียดต่างกันมาก ปัญหาที่เจอเรียบง่ายและตรงไปตรงมา”
ส่วนพาร์ซา ที่เคยต้องไล่คนร้ายออกจากร้าน ก็เสียดายที่ไม่ได้ถ่ายเรื่องวุ่นวายช่วงแรกเก็บไว้ ปัจจุบันคลิป TikTok ของเธอเน้นการเก็บเงินและทำความสะอาดร้าน “ทุกอย่างคุ้มค่า เพราะฉันสร้างธุรกิจนี้ขึ้นมาเอง และภูมิใจกับมัน” เธอกล่าว
หมายเหตุ : ใช้อัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์สหรัฐ เท่ากับ 33.75 บาท ณ วันที่ 23 ตุลาคม 2569
ภาพ: Alexanderstock23 / Shutterstock
อ้างอิง:

