ผ่านครึ่งทางของเอเชียนพาราเกมส์ 2026 ทัพนักกีฬาไทยยังคงเดินหน้าคว้าเหรียญรางวัลอย่างต่อเนื่อง ขยับเข้าใกล้เป้าหมาย 24 เหรียญทองมากขึ้นเรื่อยๆ
หนึ่งในนักกีฬาที่แฟนกีฬาชาวไทยส่งใจเชียร์มาตลอดก็คือ ‘แวว-สายสุนีย์ จ๊ะนะ’ เจ้าของฉายา ‘ราชินีฟันดาบ’ ผู้สร้างประวัติศาสตร์คว้า 3 เหรียญทองประเภทบุคคลในพาราลิมปิกเกมส์ 2024
แม้ว่าเธอจะก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดของวงการฟันดาบวีลแชร์โลกไปแล้ว ทว่าในวัย 52 ปี เธอยังคงมองหาความท้าทายใหม่ๆ โดยสายสุนีย์บอกกับ THE STANDARD SPORT ว่า เอเชียนพาราเกมส์ครั้งนี้เธอตั้งเป้าลงแข่งขันถึง 9 อีเวนต์ มากที่สุดในชีวิต จากเดิมที่เคยลงแข่งสูงสุด 5-6 รายการ
แล้วอะไรคือแรงบันดาลใจที่ทำให้ ‘ราชินีฟันดาบ’ ยังคงเดินหน้าท้าทายขีดจำกัด และเบื้องหลังความท้าทายครั้งนี้ เธอต้องแลกมาด้วยอะไรบ้าง ชวนไปค้นหาคำตอบพร้อมกัน
วินัยและการเสียสละ เบื้องหลังบททดสอบใหม่ที่ท้าทายกว่าเดิม
หลังจบพาราลิมปิกเกมส์ 2024 เธอยอมรับว่า “นั่นคือจุดที่ชีวิตการเป็นนักกีฬาของตัวเอง Complete หรือสมบูรณ์แบบที่สุดแล้ว ทั้งเป้าหมาย ความฝัน และความสำเร็จของครอบครัว”
แต่สิ่งที่ทำให้เธอยังก้าวต่อไปคือการ ‘ท้าทายตัวเอง’ ด้วยบททดสอบใหม่ที่ใหญ่กว่าเดิม ในเอเชียนพาราเกมส์ 2026 ที่เธอต้องลงแข่งขันมากถึง 9 อีเวนต์ ซึ่งมากที่สุดในชีวิตการเป็นนักกีฬา จากเดิมที่เคยลงแข่งสูงสุด 6 อีเวนต์
“เราทำงานหนักมาก มีการเตรียมร่างกายอย่างเป็นระบบ นำวิทยาศาสตร์การกีฬาและ Weight Training มาช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อมัดเล็ก ดูแลเรื่องอาหารและการนอนอย่างเข้มงวด เพื่อลดความเสี่ยงจากภาวะความพิการทางไขสันหลังและโรคแทรกซ้อน”
ความพร้อมของราชินีฟันดาบครั้งนี้จึงไม่ได้มาจากหัวใจที่มุ่งมั่นเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงวินัยที่เคร่งครัด แม้ความสำเร็จที่เธอได้รับจะพาเธอไปถึงจุดสูงสุดของนักกีฬาแล้ว แต่ก็ยังไม่ใช่จุดสิ้นสุดของการเดินทางอย่างแท้จริง
ความสำเร็จระดับตำนานเกิดขึ้นได้จากความมีวินัยในการฝึกซ้อม ความอดทน และพลังใจที่แน่วแน่ โดยมี ‘ครอบครัว’ เป็นแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้เธอฮึดสู้ในทุกวัน
สายสุนีย์เล่าถึงสิ่งที่เธอต้องแลกมาระหว่างเส้นทางนี้ว่า “แลกกับการที่เราต้องห่างจากครอบครัว แลกกับความเหนื่อย แลกกับความเจ็บปวด ทุกวันนี้อายุเยอะแล้ว เวลาซ้อมหนักมันก็เจ็บ ก็ต้องรักษาและซ่อมแซมร่างกายตลอด”
ในวัย 52 ปี สภาพร่างกายย่อมไม่เหมือนเดิม แต่เธอกลับมองว่าความเจ็บปวดและการรักษาคือส่วนหนึ่งของภารกิจที่ต้องก้าวผ่านไปให้ได้ สำหรับฉายา ‘ราชินีฟันดาบ’ ที่ผู้คนมอบให้ สายสุนีย์ไม่ได้มองว่าเป็นความกดดัน แต่กลับเป็นพลังใจชั้นดีที่ทำให้เธอยังคงยืนหยัดอยู่บนลานแข่งขันได้อย่างภาคภูมิ
ภาพจำที่อยากส่งต่อ และบทเรียนถึงคนรุ่นใหม่
สำหรับสายสุนีย์ ชัยชนะไม่ได้มีความหมายเพียงเหรียญรางวัล แต่คือความภาคภูมิใจที่เกิดขึ้นเมื่อทำได้ตามเป้าหมาย ขณะเดียวกัน หากพลาดหวัง เธอก็พร้อมยอมรับความเสียใจและเริ่มนับหนึ่งใหม่เสมอ เพราะสิ่งสำคัญที่มากกว่าชัยชนะ คือภาพจำที่เธออยากส่งต่อให้แก่สังคม
“อยากให้สังคมจำว่า ศักยภาพของคนพิการเราก็ทำได้เหมือนคนทั่วไป ถึงแม้ร่างกายเราไม่สมบูรณ์แบบ แต่เราก็สามารถทำให้ทุกคนมีความสุขได้”
นอกจากนี้ สายสุนีย์ยังฝากข้อคิดถึงนักกีฬารุ่นใหม่ที่มองเธอเป็นไอดอลว่า “การจะก้าวเข้าสู่วงการนี้ ต้องเริ่มจากการถามตัวเองว่าชอบอะไร แล้วลงมือทำทันที ที่สำคัญคือต้องมีวินัยและรู้จักการเสียสละ ไม่ว่าจะเป็นเวลา ความสบาย หรือชีวิตส่วนตัว เพราะชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ล้วนแลกมาจากความตั้งใจจริง”
ในช่วงท้าย สายสุนีย์กล่าวขอบคุณทุกกำลังใจจากแฟนกีฬาชาวไทยที่ส่งผ่านทั้งคำพูดและโซเชียลมีเดีย ซึ่งเธอมักใช้เวลาอ่านข้อความเหล่านั้นอยู่เสมอ เพราะทุกข้อความคือยาดีที่ช่วยเติมพลังใจให้เธอในวันที่เหนื่อยล้า
ณ วันนี้ เธอลงแข่งขันไปแล้ว 4 อีเวนต์ คว้ามาได้ 3 เหรียญเงิน และ 1 เหรียญทองแดง โดยมีเหรียญรางวัลติดมือกลับมาทุกครั้งที่ลงสนาม หลังจากนี้ยังเหลืออีก 5 อีเวนต์ อย่าลืมร่วมติดตามและส่งกำลังใจให้ราชินีฟันดาบไทยตลอดการแข่งขันจนถึงวันสุดท้ายในวันที่ 24 ตุลาคมนี้


