×

รักชนกโวยฝ่ายค้านถูกลิดรอนกลไกตรวจสอบ หลังประธานสภาฯ เรียกถกจำกัดอำนาจ กมธ. อ้างเหตุทำงานซ้ำซ้อน

โดย THE STANDARD TEAM
21.10.2026
รักชนก ศรีนอก สส. พรรคประชาชน แถลงแสดงความเห็นคัดค้านการจำกัดอำนาจกรรมาธิการ

การนัดประชุมร่วมประธานคณะกรรมาธิการ 35 คณะ เกิดข้อถกเถียงเรื่องขอบเขตอำนาจหน้าที่ โดย โสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ขอความร่วมมือลดการทำงานซ้ำซ้อนเพื่อลดภาระข้าราชการ ขณะที่ รักชนก ศรีนอก จากพรรคประชาชน มองว่าความเคลื่อนไหวดังกล่าวเป็นการลิดรอนอำนาจการตรวจสอบของฝ่ายค้าน พร้อมตั้งคำถามถึงความโปร่งใสและพยายามรวบอำนาจของฝ่ายรัฐบาล

 

ประธานสภาฯ ยึดข้อบังคับ สั่งลดภาระข้าราชการ

 

วันนี้ (21 ตุลาคม) โสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยภายหลังการประชุมร่วมกับประธานคณะกรรมาธิการ สภาผู้แทนราษฎร ว่า ได้เชิญประธานคณะกรรมาธิการมาหารือเพื่อแก้ปัญหาการทำงานซ้ำซ้อน ซึ่งได้รับการร้องขอจากส่วนราชการและกรรมาธิการด้วยกันเอง

 

เนื่องจากที่ผ่านมาข้าราชการต้องเสียเวลาเดินทางมาชี้แจงหลายคณะจนกระทบต่อการปฏิบัติงานปกติ โดยที่ประชุมได้ข้อสรุปให้ยึดตามข้อบังคับ และขอให้แต่ละคณะกรรมาธิการหลีกเลี่ยงการทำงานที่ซ้ำซ้อนกัน เพื่อให้งานของฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหารสามารถเดินหน้าควบคู่กันไปได้ ทั้งนี้ ฝ่ายกฎหมายจะจัดทำหนังสือแนวทางปฏิบัติแจ้งเวียนไปยังคณะกรรมาธิการต่างๆ ต่อไป

 

โสภณระบุถึงบรรยากาศการประชุมว่า มีการเห็นแย้งกันบ้างในประเด็นการตีความทางกฎหมาย แต่สามารถพูดคุยกันด้วยเหตุผล ซึ่งหากมีความขัดแย้งในข้อกฎหมาย จะมีหน่วยงานกลางทำหน้าที่ตีความอยู่แล้ว พร้อมกำชับให้กรรมาธิการทุกคณะทำงานให้อยู่ในขอบเขตอำนาจหน้าที่ของตนเอง

 

รักชนกชี้รัฐบาลหวังรวบอำนาจ ปิดกั้นการตรวจสอบ

 

ด้าน รักชนก ศรีนอก สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน แสดงความไม่พอใจต่อผลการประชุม โดยระบุว่า วาระการประชุมครั้งนี้เกิดขึ้นสืบเนื่องจาก ศุภชัย ใจสมุทร สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ร้องเรียน รังสิมันต์ โรม สส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมายฯ ที่บรรจุวาระเรียก สุชาดา แทนทรัพย์ สส.ทชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย เข้าให้ข้อมูลโดยไม่ผ่านมติที่ประชุม

 

รักชนกมองว่า ความพยายามดังกล่าวเป็นการจำกัดอำนาจการทำงานของกรรมาธิการ โดยชี้แจงว่าตามข้อบังคับการประชุมสภา อำนาจการบรรจุวาระและการเรียกประชุมถือเป็นเอกสิทธิ์ของประธานคณะกรรมาธิการ การผลักดันให้ต้องขอมติที่ประชุมก่อน จะเปิดทางให้กรรมาธิการซีกรัฐบาลซึ่งเป็นเสียงข้างมากสามารถใช้ความได้เปรียบนี้สกัดกั้นการตรวจสอบ

 

พร้อมตั้งคำถามว่าฝ่ายรัฐบาลต้องการรวบอำนาจเบ็ดเสร็จทั้งวุฒิสภา สภาผู้แทนราษฎร องค์กรอิสระ และฝ่ายบริหาร โดยไม่เหลือพื้นที่และกลไกให้ฝ่ายค้านตรวจสอบเลยหรือไม่

 

รักชนกยังกล่าวถึงกรณีที่ ศุภชัย ระบุถึงวาระซ่อนเร้นในการตรวจสอบโครงการต่างๆ ของกรรมาธิการหลายคณะพร้อมกัน อาทิ โครงการ TH-AI Passport และปัญหาการทุจริตสอบท้องถิ่น ว่าประเด็นเหล่านี้เป็นเรื่องที่สมควรได้รับการตรวจสอบจากหลายมิติ ทั้งด้านงบประมาณ การมีส่วนร่วมของประชาชน และข้อกฎหมาย

 

รักชนกชี้ว่า หากต้องการแก้ปัญหาการทำงานซ้ำซ้อนอย่างแท้จริง ควรแก้ไขข้อบังคับการประชุมสภาเพื่อยุบรวมคณะกรรมาธิการจาก 35 คณะ ให้เหลือเพียง 20 คณะตามจำนวนกระทรวงแทนการตีกรอบอำนาจ

 

“ท่านศุภชัยมีปัญหามากกับการที่กรรมาธิการกฎหมายฯ ประชุมร่วมกับกรรมาธิการติดตามงบฯ พิจารณาเรื่อง TH-AI Passport แต่ท่านไม่เคยมีปัญหาเลยที่ประธานกรรมาธิการของพรรคภูมิใจไทย 5 คณะ ลงไปจังหวัดภูเก็ตพร้อมๆ กัน ช่วงเวลาเดียวกันอยากจะไป

 

“โอ้โห แย่งกันทำผลงาน แย่งกันเอาใจนาย ตอนนั้นไปกัน 5 คณะ แล้วยังใช้งบประมาณของสภา ทั้งบินเครื่องบิน ยกคณะไป แทนที่จะไปแค่คณะเดียว หรือประชุมร่วมกัน แบบนี้สร้างภาระให้กับฝ่ายเลขาฯ สร้างภาระให้กับงบประมาณ ดิฉันไม่เคยเห็นท่านมีปัญหาเลย แต่ท่านจะมีปัญหาก็แค่เรื่องวาระที่ตรวจสอบรัฐบาลแค่นั้นเอง” รักชนกกล่าว

 

รักชนก ศรีนอก สส. พรรคประชาชน แถลงแสดงความเห็นคัดค้านการจำกัดอำนาจกรรมาธิการ 1รักชนก ศรีนอก สส. พรรคประชาชน แถลงแสดงความเห็นคัดค้านการจำกัดอำนาจกรรมาธิการ 2รักชนก ศรีนอก สส. พรรคประชาชน แถลงแสดงความเห็นคัดค้านการจำกัดอำนาจกรรมาธิการ 3รักชนก ศรีนอก สส. พรรคประชาชน แถลงแสดงความเห็นคัดค้านการจำกัดอำนาจกรรมาธิการ 4รักชนก ศรีนอก สส. พรรคประชาชน แถลงแสดงความเห็นคัดค้านการจำกัดอำนาจกรรมาธิการ 5รักชนก ศรีนอก สส. พรรคประชาชน แถลงแสดงความเห็นคัดค้านการจำกัดอำนาจกรรมาธิการ 6


READ MORE




Latest Stories

Close Advertising