วันนี้ (21 ตุลาคม) ที่อาคารรัฐสภา เครือข่ายแรงงานและภาคประชาสังคม เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองฯ วุฒิสภา, พรรคประชาชน และพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อแสดงจุดยืนคัดค้านร่างพระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับองค์กรและกองทุนเพื่อสาธารณะ จำนวน 4 ฉบับ ซึ่งเสนอโดยพรรคภูมิใจไทย โดยเครือข่ายฯ กังวลว่าการยกเลิกการจัดสรรภาษีสรรพสามิตยาสูบและสุรา (Earmarked Tax) กลับไปสู่ระบบงบประมาณแผ่นดิน จะส่งผลกระทบต่อความเป็นอิสระของสื่อสาธารณะ การสร้างเสริมสุขภาพ และสวัสดิการของประชาชนกลุ่มเปราะบาง
ร้อง สว. ทบทวนร่างกฎหมาย ชี้รับฟังความเห็นไม่รอบด้าน
เครือข่ายแรงงานและภาคประชาสังคม นำโดยกลุ่มแรงงานในระบบ นอกระบบ ไรเดอร์ เครือข่ายสวัสดิการเด็กเล็กถ้วนหน้า และเครือข่ายสวัสดิการที่เป็นธรรม ได้เข้ายื่นหนังสือต่อนรเศรษฐ์ ปรัชญากร ประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา
ตัวแทนเครือข่ายฯ ระบุว่า ร่างกฎหมายทั้ง 4 ฉบับอาจส่งผลกระทบต่อความต่อเนื่องในการดำเนินงานขององค์กรที่พึ่งพารายได้จากภาษีดังกล่าว โดยเฉพาะความเป็นอิสระในการตรวจสอบและวิพากษ์วิจารณ์นโยบายรัฐ พร้อมตั้งข้อสังเกตว่ากระบวนการจัดทำร่างกฎหมายมีการรับฟังความคิดเห็นที่ไม่ครอบคลุมผู้มีส่วนได้เสีย ขัดต่อเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ มาตรา 77 จึงเรียกร้องให้ถอนร่างกฎหมายกลับไปทบทวนและรับฟังความเห็นอย่างรอบด้าน
ด้านนรเศรษฐ์เปิดเผยว่า คณะกรรมาธิการฯ ได้รับข้อห่วงกังวลจากหลายภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นย้ำว่าการรับฟังความคิดเห็นตามมาตรา 77 ควรได้รับการพิจารณาอย่างจริงจัง ไม่ใช่เพียงดำเนินการให้ครบขั้นตอน และการตรากฎหมายที่มีผลกระทบวงกว้างไม่ควรอาศัยเพียงเสียงข้างมากในรัฐสภา โดยคณะกรรมาธิการฯ จะนำข้อร้องเรียนเข้าสู่การพิจารณาโดยเร็ว
ยื่น 4 ข้อเสนอต่อพรรคประชาชน จี้ใช้กลไกสภาตรวจสอบเข้มข้น
ในวันเดียวกัน เครือข่ายฯ ได้เข้ายื่นหนังสือต่อพรรคประชาชน โดยมีณัฐยา บุญภักดี, เอกภพ สิทธิวรรณธนะ, อิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์ และภัณฑิล น่วมเจิม สส.พรรคประชาชน เป็นตัวแทนรับมอบ เพื่อคัดค้านร่างกฎหมายที่แก้ไขแหล่งเงินทุนของ 4 องค์กร
เครือข่ายฯ ได้ยื่นข้อเสนอต่อพรรคประชาชนจำนวน 4 ข้อ ประกอบด้วย
- ขอให้พรรคประชาชนแสดงจุดยืนคัดค้านร่างกฎหมายทั้ง 4 ฉบับ
- ขอให้สภาผู้แทนราษฎรใช้กลไกตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญที่มีตัวแทนจากทุกภาคส่วนร่วมปฏิรูปโครงสร้างองค์กร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการตรวจสอบและความโปร่งใสโดยไม่ลดทอนความเป็นอิสระ
- ขอให้พิจารณาผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับแรงงานหญิง แรงงานนอกระบบ และผู้มีรายได้น้อย ที่ต้องการมาตรฐานการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคอย่างต่อเนื่อง
- ขอให้พิจารณาอย่างเร่งด่วนถึงผลกระทบต่อสุขภาพ ความปลอดภัย และความมั่นคงของแรงงานกลุ่มต่างๆ พร้อมเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีและพรรคการเมืองไม่รับรองร่างกฎหมายเหล่านี้
ณัฐยากล่าวว่า พรรคประชาชนจะนำประเด็นดังกล่าวไปหารือเป็นการด่วน เนื่องจากกฎหมายทั้ง 4 ฉบับมีผลกระทบต่อสังคมในวงกว้าง และตระหนักดีว่ากระบวนการทางกฎหมายต้องมีความรอบคอบเพื่อคุ้มครองสิทธิของกลุ่มเปราะบาง
ประชาธิปัตย์ย้ำจุดยืน หนุนความอิสระของ สสส. และ Thai PBS
นอกจากนี้ เครือข่ายฯ ยังได้เข้ายื่นหนังสือต่ออภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โดยระบุว่าการเปลี่ยนระบบให้กองทุนต้องขอรับงบประมาณรายปีผ่านรัฐบาล จะเป็นการทำลายความเป็นอิสระและเปิดช่องให้ฝ่ายการเมืองเข้ามาแทรกแซงสื่อสาธารณะรวมถึงภาคประชาชน
อภิสิทธิ์กล่าวภายหลังรับหนังสือว่า พรรคประชาธิปัตย์มีจุดยืนชัดเจนในการสนับสนุนระบบจัดสรรภาษีเฉพาะให้กับ สสส. และไทยพีบีเอส เพื่อให้มีความมั่นคงทางการเงินและเป็นอิสระจากการเมือง พร้อมระบุว่าหากการบริหารงานมีข้อบกพร่อง ควรแก้ไขที่ระดับการบริหารจัดการ ไม่ใช่การทำลายระบบรายได้ที่เป็นหลักประกันความเป็นอิสระ
ส่วนกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติและกองทุนผู้สูงอายุนั้น อภิสิทธิ์ระบุว่ายังอยู่ระหว่างการหารือถึงความจำเป็น โดยพรรคประชาธิปัตย์พร้อมร่วมมือกับภาคประชาชนเพื่อรักษาหลักการสำคัญนี้ในขั้นตอนของสภาต่อไป








