×

‘หอการค้าต่างชาติ’ ชี้โจทย์ยกระดับเศรษฐกิจไทย เร่งปฏิรูปกฎระเบียบ-เพิ่มผลิตภาพ-รับมือยุค AI หวังดึงลงทุนคุณภาพในระยะยาว

15.10.2026
  • LOADING...
ภาพธงชาติไทยโบกสะบัดพร้อมข้อความปฏิรูปเศรษฐกิจท่ามกลางตึกระฟ้า

เศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญโจทย์สำคัญในการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลก ทั้งการเข้ามาของเทคโนโลยี AI การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน และข้อจำกัดเชิงโครงสร้างที่กระทบต่อผลิตภาพและการลงทุน โดยภาคธุรกิจต่างชาติและผู้เชี่ยวชาญจากองค์กรระหว่างประเทศร่วมกันหารือถึงแนวทางปฏิรูปเศรษฐกิจไทย ตั้งแต่กฎระเบียบและธรรมาภิบาล ไปจนถึงการพัฒนาทักษะแรงงานและเศรษฐกิจสีเขียว เพื่อสร้างโอกาสการเติบโตในระยะยาว

 

 

เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2569 คณะกรรมการร่วมของหอการค้าต่างประเทศในประเทศไทย (Joint Foreign Chambers of Commerce in Thailand: JFCCT) จัดงาน ‘Real-Economy Dialogue on Competitiveness, Growth, Resilience & Reform’ ที่โรงแรม Radisson Blu Plaza Bangkok ซึ่งเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่เกี่ยวเนื่องอย่างเป็นทางการกับการประชุมประจำปี 2026 ของกลุ่มธนาคารโลก (World Bank Group Annual Meetings 2026)

 

เวทีดังกล่าวจัดขึ้นในโอกาสครบรอบ 50 ปีของ JFCCT โดยมีผู้แทนจากภาครัฐ องค์กรระหว่างประเทศ ภาคธุรกิจ นักลงทุน และหอการค้าต่างประเทศ เข้าร่วมหารือถึงข้อจำกัดและโอกาสในการพัฒนาเศรษฐกิจไทย ตลอดจนแนวทางสร้างความร่วมมือเพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในอนาคต

 

‘กิริฎา’ ชูปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจ เพิ่มผลิตภาพ-ทักษะแรงงาน

 

ดร.กิริฎา เภาพิจิตร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ กล่าวปาฐกถาเปิดงาน โดยนำเสนอวาระการเปลี่ยนผ่านและยกระดับเศรษฐกิจไทย ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่การปฏิรูปเชิงโครงสร้าง การเพิ่มผลิตภาพ การนำเทคโนโลยีมาใช้ในภาคธุรกิจ การพัฒนาทักษะแรงงาน ตลอดจนการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน

 

อีกหนึ่งประเด็นสำคัญคือ การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรี (FTA) โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) และนักลงทุน เพื่อเปิดโอกาสให้ภาคธุรกิจใช้ประโยชน์จากความเชื่อมโยงทางการค้าระหว่างประเทศได้มากขึ้น

 

ด้าน กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร ประธานกรรมการธนาคารกสิกรไทย และประธานบริษัท โตชิบา ไทยแลนด์ ถ่ายทอดบทเรียนจากการลงทุนระยะยาวของญี่ปุ่นในประเทศไทย โดยเน้นความสำคัญของการพัฒนาห่วงโซ่อุปทานภายในประเทศ การยกระดับศักยภาพของซัพพลายเออร์ไทย การถ่ายทอดองค์ความรู้และขีดความสามารถ ตลอดจนการสร้างบุคลากรที่มีทักษะอย่างยั่งยืน

 

ขณะที่ Dr. Csilla Lakatos นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสจากธนาคารโลก (World Bank) นำเสนอมุมมองต่อความท้าทายและโอกาสของเศรษฐกิจไทย โดยอ้างอิงรายงาน Building Thailand’s Future Today ซึ่งวิเคราะห์ข้อจำกัดด้านผลิตภาพ การลงทุน และการพัฒนาธุรกิจ รวมถึงโอกาสในการเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันและการเติบโตทางเศรษฐกิจในอนาคต

 

ปฏิรูปกฎหมาย-ธรรมาภิบาล โจทย์สำคัญสร้างความเชื่อมั่นนักลงทุน

 

หนึ่งในประเด็นหลักของการหารือคือ คุณภาพของกฎหมาย กฎระเบียบ และธรรมาภิบาล ซึ่งมีความเกี่ยวข้องโดยตรงกับการสร้างบรรยากาศการลงทุนและการแข่งขันที่เป็นธรรม

 

การเสวนาหัวข้อ ‘OECD, Integrity, Good Governance and Rule of Law enhancing investment’ ซึ่งดำเนินรายการโดย Delphine Schantz ผู้แทนสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และแปซิฟิก มุ่งพิจารณาประสิทธิภาพของกฎหมายและกฎระเบียบ ทั้งกระบวนการออกกฎหมายและการบังคับใช้ รวมถึงความคืบหน้าในการต่อต้านการทุจริต

 

ที่ประชุมยังหารือถึงกระบวนการเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ของประเทศไทย และการปฏิรูปเชิงสถาบันที่จำเป็นต่อการยกระดับความโปร่งใส การแข่งขันที่เป็นธรรม และความเชื่อมั่นของนักลงทุน ซึ่งเป็นปัจจัยสนับสนุนการลงทุนที่มีคุณภาพ

 

จับตา AI และ Data Center กับอนาคตเศรษฐกิจดิจิทัลไทย

 

สำหรับการหารือด้านเศรษฐกิจดิจิทัล ผู้เข้าร่วมได้แลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในภาคเศรษฐกิจต่างๆ รวมถึงบริการภาครัฐ ว่าสามารถสร้างผลลัพธ์ได้ตามเป้าหมายหรือไม่

 

อีกหนึ่งประเด็นที่ได้รับความสนใจคือ บทบาทของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ต่อการพัฒนาทุนมนุษย์และองค์ความรู้ภายในองค์กร ตลอดจนแนวคิดเรื่อง ‘AI Sovereignty’ หรืออธิปไตยด้าน AI ซึ่งกำลังเป็นหัวข้อที่ผู้กำหนดนโยบายและภาคอุตสาหกรรมทั่วโลกให้ความสำคัญ เพื่อให้มั่นใจว่าการพัฒนาและนำ AI มาใช้จะสร้างประโยชน์ได้อย่างแท้จริง

 

การหารือยังสะท้อนถึงความจำเป็นในการยกระดับทักษะแรงงานผ่านระบบการศึกษาและการฝึกอบรม รวมถึงการส่งเสริมการเคลื่อนย้ายบุคลากรที่มีทักษะระหว่างประเทศให้มีความคล่องตัวมากขึ้น

 

นอกจากนี้ ยังมีการพิจารณาถึงแนวนโยบายใหม่ที่คาดว่าจะเกี่ยวข้องกับธุรกิจ Data Center ตลอดจนความเหมาะสมของแหล่งเงินทุนสำหรับธุรกิจนวัตกรรมและสตาร์ทอัพ

 

ขณะเดียวกัน ผู้เข้าร่วมได้ตั้งประเด็นถึงภาระด้านการบริหารจัดการและขั้นตอนทางกฎระเบียบ ว่าอาจเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ลดทอนความน่าสนใจในการลงทุนของประเทศไทยหรือไม่ ซึ่งถือเป็นคำถามสำคัญต่อการพัฒนาระบบนิเวศเศรษฐกิจดิจิทัลในระยะต่อไป

 

เศรษฐกิจสีเขียว อีกหนึ่งโอกาสดึงดูดการลงทุน

 

ในส่วนของการพัฒนาอย่างยั่งยืน การหารือมุ่งเน้นว่าประเทศไทยจะสามารถเปลี่ยนความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมให้กลายเป็นโอกาสทางเศรษฐกิจได้อย่างไร โดยเฉพาะท่ามกลางความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แรงกดดันด้านทรัพยากร และข้อกำหนดด้านความยั่งยืนที่กำลังส่งผลต่อการดำเนินธุรกิจ

 

ประเด็นที่มีการหยิบยกขึ้นมาประกอบด้วย โอกาสการลงทุนในพลังงานสะอาด เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) การอนุรักษ์ธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพ ควบคู่กับความท้าทายด้านการเข้าถึงแหล่งเงินทุน กฎระเบียบ และการนำแนวทางด้านความยั่งยืนไปปฏิบัติจริง

 

การหารือยังมุ่งหาคำตอบว่าภาคธุรกิจ ภาครัฐ และพันธมิตรที่เกี่ยวข้องจะสามารถร่วมกันเปลี่ยนแรงกดดันด้านความยั่งยืนให้เป็นโอกาสในการลงทุน เพิ่มความสามารถในการแข่งขัน และสร้างภูมิคุ้มกันทางเศรษฐกิจในระยะยาวได้อย่างไร

 

ด้าน ศ.ดร.ภวิดา ปานะนนท์ จากคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวปิดการหารือในหัวข้อ ‘Thailand in ASEAN and the Global Economy’ โดยสะท้อนบทบาทและตำแหน่งของประเทศไทยท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจอาเซียนและเศรษฐกิจโลก รวมถึงนัยต่อความสามารถในการแข่งขัน การลงทุน และการพัฒนาเศรษฐกิจไทยในอนาคต

 

ทั้งนี้ JFCCT เป็นองค์กรที่เป็นตัวแทนภาคธุรกิจระหว่างประเทศในประเทศไทย ประกอบด้วยหอการค้าต่างประเทศและสมาคมธุรกิจรวม 30 แห่ง ครอบคลุมบริษัทประมาณ 8,000 แห่ง โดยตลอดระยะเวลา 50 ปีที่ผ่านมา องค์กรมีบทบาทส่งเสริมการค้า การลงทุน การถ่ายทอดองค์ความรู้ และความร่วมมือระหว่างภาครัฐกับเอกชน

 

การหารือครั้งนี้จึงสะท้อนโจทย์หลายด้านที่ไทยต้องพิจารณาควบคู่กัน ทั้งการปฏิรูปกฎระเบียบ การเพิ่มผลิตภาพ การพัฒนาทักษะแรงงาน การปรับตัวรับเทคโนโลยีใหม่ และการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียว เพื่อสนับสนุนความสามารถในการแข่งขันและการเติบโตในระยะยาว

 

ภาพ: em_concepts / Shutterstock

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories