วันนี้ (14 ตุลาคม) เวลา 19.00 น. ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นเจ้าภาพงานเลี้ยงต้อนรับ Welcome Dinner เนื่องในโอกาสการประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ประจำปี 2569 (IMF–World Bank Group 2026) พร้อมด้วยเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และผู้แทนระดับสูงของรัฐบาลไทย ร่วมให้การต้อนรับแขกผู้มีเกียรติ
บรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างอบอุ่น โดยนายกรัฐมนตรีทักทายแขกผู้มีเกียรติบริเวณโถงกลางตึกสันติไมตรี ก่อนเข้าไปยังตึกสันติไมตรีหลังนอกเพื่อขึ้นเวทีกล่าวต้อนรับผู้นำระดับโลกและแขกผู้มีเกียรติ โดยย้ำว่าประเทศไทยมีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุม IMF–World Bank อีกครั้งในรอบ 35 ปี พร้อมชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของความร่วมมือในอนาคต ท่ามกลางสภาพเศรษฐกิจโลกที่เชื่อมโยงกันมากยิ่งขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อชีวิตการทำงาน การค้า และการสื่อสารของผู้คน
งานเลี้ยงต้อนรับครั้งนี้ถ่ายทอดความเป็นไทยผ่านอาหาร บทเพลง และการแสดงให้แขกผู้มีเกียรติได้รับชม ทั้งการแสดงจากวง Buriram Orchestra และน้องเนเน่ รอยัล ซึ่งสะท้อนถึงศักยภาพและความคิดสร้างสรรค์ของเยาวชนไทย
นายกรัฐมนตรีกล่าวเพิ่มเติมถึงความหมายของชื่อ ‘ตึกสันติไมตรี’ ซึ่งเป็นสถานที่จัดงานว่า หมายถึง ‘สันติภาพและมิตรภาพ’ จึงหวังว่าค่ำคืนนี้จะเป็นโอกาสให้ผู้เข้าร่วมงานได้พบปะและสร้างเครือข่ายร่วมกัน
ในช่วงท้าย นายกรัฐมนตรีกล่าวอวยพรให้แขกผู้มีเกียรติมีช่วงเวลาแห่งความสุขและความประทับใจระหว่างท่องเที่ยวในกรุงเทพฯ พร้อมสัมผัสความอบอุ่นของคนไทยตลอดระยะเวลาที่อยู่ในประเทศไทย ตลอดจนประสบความสำเร็จในการหารือระหว่างการประชุม
สำหรับงานเลี้ยงครั้งนี้ แขกผู้มีเกียรติได้สัมผัสเสน่ห์วัฒนธรรมไทยผ่านกิจกรรมหลากหลาย ทั้งนิทรรศการ บูธสินค้า การแสดง อาหาร และของที่ระลึกที่สะท้อนความเป็นไทย โดยบริเวณห้องสีฟ้าจัดแสดงผลงานศิลปะเยาวชนจากโครงการ FPO Symposium และนิทรรศการภาพวาดจาก ThaiBev ขณะที่บริเวณโถงกลางมีการแสดงหุ่นละครเล็กโจหลุยส์ และการบรรเลงดนตรีสากลร่วมสมัยจากวงดนตรีเซราะกราว ซิมโฟนีออเคสตร้า
นอกจากนี้ ยังมีบูธผลิตภัณฑ์และเครื่องดื่มของไทยที่ได้รับการสนับสนุนจากแบรนด์ชั้นนำของไทย รวมถึงการสาธิตทำขนมไทย “ข้าวเกรียบปากหม้อ” และงานหัตถศิลป์ให้แขกผู้มีเกียรติได้ร่วมรับชม
สำหรับเมนูอาหาร รัฐบาลจัดเตรียมอาหารที่ยังคงเอกลักษณ์ไทยไว้อย่างครบถ้วน ผสมผสานกับความเป็นสากล เพื่อให้รับประทานได้ง่ายและสร้างความประทับใจ เริ่มจากอาหารว่างแบบคานาเป้ ได้แก่ ลาบเห็ดในแตงกวา เป็ดรมควันเสิร์ฟพร้อมเมลอน ไก่ทอดชิ้นพอดีคำสไตล์ป๊อปคอร์นเสิร์ฟพร้อมซอสเผ็ด และทอดมันกุ้งเสิร์ฟพร้อมซอสบ๊วย
ส่วนอาหารค่ำแบ่งออกเป็น 4 คอร์ส ประกอบด้วย
- อาหารว่าง ‘Siam Boutique’ ได้แก่ ช่อม่วงไก่ สะเต๊ะไก่ และม้าฮ่อเจ
- ‘The Iconic Liquid Gold’ ได้แก่ ซุปต้มยำกุ้ง ต้มยำเห็ดเจ หรือต้มข่าไก่
- อาหารจานหลัก ‘Thai Joint Venture’ ได้แก่ มัสมั่นแก้มวัวออสเตรเลียตุ๋นนุ่ม ปลาแซลมอนอบซอสพริกกะเพราไทย เสิร์ฟคู่กับข้าวกล้องงอก 3 ชนิดจากมูลนิธิโครงการหลวงดอยคำ หรือเนื้อแพลนต์เบส เสิร์ฟพร้อมข้าวบาสมาติหุงด้วยหญ้าฝรั่น
- ของหวาน ได้แก่ ทับทิมกรอบน้ำกะทิหอมละมุน พร้อมผลไม้ตามฤดูกาล เสิร์ฟคู่กับชาและกาแฟ
ด้านการแสดงทางวัฒนธรรมถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของงาน โดยฝ่ายไทยเตรียมการแสดงชุดพิเศษ ‘Echoes of the Golden Land’ (เสียงสะท้อนแห่งสุวรรณภูมิ) ซึ่งสร้างสรรค์โดยครูโจ้–สุธีศักดิ์ ภักดีเทวา ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง ประจำปี 2566 ร่วมกับศักดิ์สิทธิ์ พิศาลสุพงศ์ ดีไซเนอร์ชื่อดังและผู้ร่วมก่อตั้งแบรนด์แฟชั่นชั้นนำของไทยอย่าง Tube Gallery
การแสดงแบ่งออกเป็น 3 ชุด ได้แก่
- The Rhythm of Siam ถ่ายทอดความแข็งแกร่งและพลังแห่งความสามัคคีผ่านการตีกลองศึกและกลองอสูร
- Romance of the Kingdom ถ่ายทอดบทเพลงพระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ 9 จากเรื่อง ‘มโนห์รา’ ในรูปแบบการเต้นบัลเลต์ ผสานเสียงร้องสดอันทรงพลังโดยแก้ม-วิชญาณี เปียกลิ่น นักร้องชื่อดังจากเวที The Star ค้นฟ้าคว้าดาว
- The Celebration of Suvarnabhumi การแสดงปิดท้ายที่รวบรวมศิลปะการแสดงไทยดั้งเดิม ทั้งโขน หนังใหญ่ และหุ่นละครเล็ก ผสมผสานกับการเคลื่อนไหวร่วมสมัยอย่างตระการตา ก่อนปิดท้ายด้วยการแสดงชุดพิเศษจากน้องเนเน่ รอยัล หรือแพรว-รัตติกานต์ อำลอย ผู้ชนะการแข่งขัน America’s Got Talent 2026 ซึ่งถือเป็นคนไทยคนแรกที่คว้าแชมป์บนเวทีระดับโลกนี้
นอกจากแขกผู้มีเกียรติจะได้เพลิดเพลินกับนิทรรศการ การแสดง และอาหารไทยแล้ว รัฐบาลยังจัดเตรียมชุดเครื่องหอมอโรมาสัญชาติไทยจากแบรนด์ Karmakamet ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์อโรมาที่มีกลิ่นอายธรรมชาติ เพื่อมอบเป็นของที่ระลึกแก่แขกผู้มีเกียรติทุกคน










