วันนี้ (14 ต.ค.) ทวิดา กมลเวชช รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ชี้แจงถึงความคืบหน้ากระบวนการจ่ายเงินเยียวยาผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) โดยระบุว่า ล่าสุด กทม. ได้อนุมัติและส่งข้อมูลให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) แล้วจำนวน 169,625 ราย ซึ่ง ปภ. ได้อนุมัติและส่งเรื่องต่อไปยังธนาคารออมสิน เพื่อโอนเงินเข้าบัญชีประชาชนสำเร็จแล้ว 92,167 ครัวเรือน รวมเป็นวงเงิน 676.083 ล้านบาท (ข้อมูล ณ วันที่ 13 ต.ค. 2569)
ประเด็นสำคัญ
เปิดเกณฑ์เยียวยา ทำไมแต่ละบ้านได้เงินไม่เท่ากัน?
สำหรับข้อสงสัยที่ว่าเหตุใดแต่ละบ้านจึงได้รับเงินเยียวยาแตกต่างกัน ทวิดาระบุว่า เกิดจากหลายปัจจัยตามเกณฑ์มติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่พิจารณาจากลักษณะความเสียหายและระยะเวลาน้ำท่วมขัง แม้จะอยู่ในซอยหรือชุมชนเดียวกัน แต่ความสูงต่ำของพื้นที่และระดับพื้นบ้านที่ต่างกัน ทำให้ระดับน้ำที่เข้าท่วมไม่เหมือนกัน โดยแบ่งเป็น 2 กรณีหลัก ได้แก่
- รับ 5,000 บาท: กรณีน้ำท่วมขังหรือล้อมรอบบริเวณบ้าน ส่งผลให้การเข้า-ออกลำบาก แต่น้ำไม่ได้ไหลเข้าสู่ภายในตัวบ้าน
- รับ 9,000 บาท: กรณีที่น้ำไหลเข้าท่วมภายในตัวอาคารบ้านเรือน ส่งผลให้ทรัพย์สินภายในบ้านได้รับความเสียหาย
ไขข้อข้องใจ 4 สาเหตุเงินเข้าช้า-สถานะค้างอยู่ที่ ‘กำลังดำเนินการ’
จากการทำงานของเจ้าหน้าที่ในช่วง 10 วันที่ผ่านมา พบปัญหาที่ทำให้การโอนเงินล่าช้า 4 ประการ ดังนี้
- ผูกพร้อมเพย์ผิดเงื่อนไข: ประชาชนหลักพันรายผูกพร้อมเพย์กับเบอร์โทรศัพท์ ไม่ได้ผูกกับเลขบัตรประชาชน ทำให้โอนเงินไม่ผ่านและถูกตีกลับ ต้องแก้ไขโดยผูกพร้อมเพย์กับเลขบัตรประชาชนแล้วยื่นขอใหม่
- ยื่นขอซ้ำซ้อน: เงื่อนไขกำหนดไว้ 1 หลัง 1 ครัวเรือน ขอได้ 1 ครั้ง หากมีสมาชิกในบ้านยื่นซ้ำ รายการที่ยื่นตามมาจะถูกระบบปฏิเสธ
- ขาดหลักฐานความเสียหาย: หากเป็นพื้นที่น้ำท่วมชัดเจนที่เขตมีข้อมูลอยู่แล้วจะอนุมัติได้เร็ว แต่หากยื่นขอสิทธิ์กรณีทรัพย์สินเสียหาย ต้องส่งรูปภาพหลักฐานเพิ่ม ซึ่งแอปพลิเคชัน ‘ทางรัฐ’ ไม่ได้เปิดให้ส่งรูปตั้งแต่แรก ทำให้เรื่องค้างรอเอกสาร (แนะนำให้ยื่นผ่านระบบ claim.bangkok.go.th ของ กทม. ร่วมด้วย เพื่อแนบรูปภาพและจับคู่ข้อมูลให้เร็วยิ่งขึ้น)
- กรณีบ้านเช่า: ต้องมีสัญญาเช่า หรือหนังสือรับรองการเช่าจริง เพื่อยืนยันสิทธิ์
งัดระบบ ‘เขตบัดดี้’ แก้ปัญหาคิวแน่น-ลดเวลารอคอย
เพื่อแก้ปัญหาประชาชนเดินทางมาติดต่อที่สำนักงานเขตจำนวนมาก กทม. ได้นำระบบ ‘เขตบัดดี้’ มาใช้ โดยดึงเจ้าหน้าที่จากเขตที่ไม่ประสบภัยหรือมีผู้ยื่นขอน้อย มาช่วยงานในเขตที่มีผู้ยื่นขอจำนวนมาก พร้อมขยายพื้นที่บริการไปยังศาลาประชาคม หรือตั้งเต็นท์ด้านนอก มีการตั้งโต๊ะคัดกรอง ตรวจเอกสาร และช่วยกรอกข้อมูลก่อนเข้าคิว เพื่อลดความแออัด
นอกจากนี้ กทม. เตรียมเปิดศูนย์บริการเพิ่มเติมนอกเขต กระจายไปยังพื้นที่ที่มีผู้เดือดร้อนจำนวนมาก เช่น เขตสะพานสูง และร่มเกล้า เขตลาดกระบัง เพื่ออำนวยความสะดวกอย่างทั่วถึง
ตอนท้าย กทม. กล่าวย้ำว่า ประชาชนที่ยื่นเรื่องผ่านแอปพลิเคชัน ‘ทางรัฐ’ แล้ว หากมีเอกสารและข้อมูลความเสียหายชัดเจน ไม่จำเป็นต้องเดินทางมายื่นซ้ำที่สำนักงานเขต หากต้องการเอกสารเพิ่มเติม เจ้าหน้าที่จะเป็นฝ่ายติดต่อประสานงานไปเอง ทั้งนี้ สามารถติดตามสถานะได้ผ่านแอปพลิเคชันทางรัฐ หรือเว็บไซต์ https://relief.disaster.go.th







