วันนี้(12 ตุลาคม) กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีปลาบึกตายจำนวนมากในอำเภอบางน้ำเปรี้ยว และปัญหาน้ำเสียปนเปื้อนขี้ไก่ในอำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อเร่งหาสาเหตุและแก้ไขผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและประชาชน
นพ.ธิติ แสวงธรรม อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้ทีม SEhRT ศูนย์อนามัยที่ 6 ชลบุรี ร่วมกับสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 13, ประมงจังหวัด และหน่วยงานท้องถิ่น ลงพื้นที่ตรวจสอบบ่อปลาของเอกชนในอำเภอบางน้ำเปรี้ยว ซึ่งมีลักษณะเป็นบ่อปิดขนาด 20 ไร่ ความลึก 5 เมตร เบื้องต้นไม่พบการรั่วซึมของน้ำออกสู่ชุมชน และยังไม่สามารถระบุสาเหตุที่ชัดเจนของน้ำเน่าเสียได้ เนื่องจากพื้นที่โดยรอบมีโรงงานอุตสาหกรรม 5 แห่ง ฟาร์มไก่ 1 แห่ง และมีการรับน้ำจากคลองนครเนื่องเขต ซึ่งอาจมีหลายปัจจัยประกอบกัน
ด้าน นพ.นเรศฤทธิ์ ขัดธะสีมา รองอธิบดีกรมอนามัย ระบุถึงผลการตรวจประเมินคุณภาพน้ำเบื้องต้นด้วยชุดทดสอบภาคสนามว่า ค่า pH ไนเตรท คอปเปอร์ และแมงกานีส อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานน้ำผิวดินประเภทที่ 2 แต่พบว่าค่าออกซิเจนละลายน้ำ (DO) อยู่ในระดับต่ำมากเพียง 0.3 มิลลิกรัมต่อลิตร ซึ่งอาจเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ปลาเกิดภาวะขาดออกซิเจนเฉียบพลัน สอดคล้องกับสภาพน้ำที่เน่าเสียและเปลี่ยนเป็นสีดำ ทั้งนี้ ต้องรอผลการตรวจยืนยันทางห้องปฏิบัติการเพิ่มเติม ส่วนซากปลาทั้งหมด องค์การบริหารส่วนตำบลศาลาแดงได้ดำเนินการฝังกลบและโรยปูนขาวฆ่าเชื้อในพื้นที่ปลอดภัยที่น้ำท่วมไม่ถึงแล้ว
สำหรับกรณีน้ำเสียและขี้ไก่ในพื้นที่อำเภอบางคล้า นพ.อัครวัฒน์ เพียวพงภควัต ผู้อำนวยการศูนย์อนามัยที่ 6 ชลบุรี ระบุว่า จากการตรวจสอบบริเวณโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลเสม็ดเหนือ วัดเสม็ดเหนือ และชุมชนใกล้เคียง พบว่าน้ำที่ท่วมขังมีลักษณะเป็นน้ำไหล ไม่พบคราบร่องรอยขี้ไก่ในชุมชนและไม่มีกลิ่นเหม็นแต่อย่างใด โดยขณะนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทราได้สั่งการให้เร่งผลักดันน้ำในพื้นที่ดังกล่าวลงสู่แม่น้ำบางปะกงต่อไป






