วันนี้ (8 ตุลาคม) ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะรัฐมนตรีที่กำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เดินหน้าเร่งบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนจากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยสั่งการให้ สคบ. บูรณาการทำงานร่วมกับกองบัญชาการตำรวจนครบาล กรุงเทพมหานคร กระทรวงคมนาคม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนอย่างทันท่วงที
วานนี้ (7 ตุลาคม 2569) ได้มีการปล่อยแถวขบวนรถยก ณ กองบัญชาการตำรวจนครบาล ลงพื้นที่ช่วยเหลือและย้ายรถยนต์ของประชาชนที่จอดตกค้างและจมน้ำในพื้นที่เคหะร่มเกล้า (สน.ร่มเกล้า) จำนวนราว 34 คัน โดยได้รับความร่วมมือสนับสนุนรถยกกว่า 27 คัน (จาก สน. ต่าง ๆ 15 คัน, กทม. 7 คัน และกระทรวงคมนาคม 5 คัน) นำรถไปยังจุดเก็บรักษาที่ปลอดภัย เพื่อลดความเสียหายต่อทรัพย์สิน เปิดทางระบายน้ำ และอำนวยความสะดวกการจราจร โดยประชาชนสามารถติดต่อขอรับความช่วยเหลือได้ฟรีตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านสายด่วนจราจร 1197
ศุภมาสกล่าวว่า รถยนต์เป็นทั้งทรัพย์สินและเครื่องมือประกอบอาชีพของหลายครอบครัว เมื่อรถจมน้ำ เจ้าของรถต้องรับภาระทั้งการเดินทางและค่าซ่อม การช่วยเคลื่อนย้ายรถไปยังจุดปลอดภัยจึงเป็นเรื่องเร่งด่วน พร้อมประสานความช่วยเหลือด้านการซ่อมแซม เพื่อให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตและประกอบอาชีพได้โดยเร็ว
นอกจากนี้ ศุภมาสได้กำชับให้ สคบ. เข้าไปดูแลและคุ้มครองสิทธิของผู้บริโภคที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมอย่างใกล้ชิดและครอบคลุมทุกมิติ เพื่อลดขั้นตอนที่ยุ่งยากในการขอรับการเยียวยา ทั้งด้านการเคลื่อนย้ายและซ่อมแซมรถ ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำกับดูแลค่าบริการรถยก-รถลากให้เป็นธรรม ประสานสมาคมอู่กลางการประกันภัยประเมินราคาซ่อมโดยไม่มีค่าใช้จ่าย จัดหาส่วนลดอะไหล่แท้และการรับประกัน
ส่วนด้านประกันภัยและสินเชื่อ สคบ. ช่วยประสานงานการเคลมประกันภัยให้สะดวกรวดเร็ว รวมถึงประสานสถาบันการเงินในการพักชำระเงินต้น ลดหรือพักดอกเบี้ย ลดค่างวด ขยายเวลาชำระหนี้ และสินเชื่อเพื่อฟื้นฟู ตามเงื่อนไขของแต่ละสถาบันการเงิน
ศุภมาสกล่าวทิ้งท้ายว่า ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนคือภารกิจเร่งด่วนที่สุดของรัฐบาล พร้อมกำกับเจ้าหน้าที่ให้ทำงานเชิงรุก บูรณาการร่วมกับทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่องเข้าถึงพื้นที่โดยเร็วที่สุด และขั้นตอนการเยียวยาคุ้มครองสิทธิต้องกระชับ ไม่สร้างภาระซ้ำซ้อนให้ผู้ประสบภัย เราจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง และพร้อมดูแลพี่น้องประชาชนจนกว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ


