พรรคร่วมฝ่ายค้านนำโดย ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส. แบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน และผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วยตัวแทนจากพรรคร่วมฝ่ายค้าน ได้ยื่นญัตติขอเปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล รวม 18 คน ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 151 ต่อ โสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร
ญัตติดังกล่าวมีความยาว 7 หน้า และมีผู้ร่วมลงชื่อสนับสนุน 145 คน
สำหรับรายชื่อรัฐมนตรีที่ถูกยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ ประกอบด้วย
- อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
- พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
- ทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี
- เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
- ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
- ปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี
- พล.ท. อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม
- สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
- ไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
- สุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
- พล.ต.ท. รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
- นภินทร ศรีสรรพางค์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
- ศุภมาส อิสรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
- ภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
- สุขสมรวย วันทนียกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
- สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม
- เจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย
- วรศิษฏ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย
ทั้งนี้ เป็นที่สังเกตว่า ในจำนวนรัฐมนตรีที่พรรคร่วมฝ่ายค้านยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจจำนวน 18 คนนั้น ล้วนเป็นรัฐมนตรีที่สังกัดพรรคภูมิใจไทยหรืออยู่ในโควตาพรรคภูมิใจไทย จากที่มีอยู่ทั้งหมด 28 คน ใน ครม. โดยในจำนวนดังกล่าวไม่มีรัฐมนตรีในสังกัดหรือโควตาของพรรคเพื่อไทยเลย
อีกทั้งยังถือเป็นการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีจำนวนมากที่สุดในรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 นับเนื่องจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เมื่อปี 2565 ซึ่งพรรคร่วมฝ่ายค้านยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีทั้งหมด 11 คน
ณัฐพงษ์ ระบุว่า การอภิปรายครั้งนี้มุ่งเป้าไปที่ ‘ระบอบสีน้ำเงิน’ ซึ่งกินรวบประเทศและถือเป็นศัตรูต่อระบอบประชาธิปไตย โดยครอบคลุมทั้งอำนาจในสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา (สว.) และองค์กรอิสระ เนื้อหาการอภิปรายจะครอบคลุมปัญหาหลากหลายประการ ตั้งแต่การทุจริตการสอบท้องถิ่น ปัญหาน้ำท่วม ไปจนถึงประเด็นอื้อฉาวเกี่ยวกับการฮั้วเลือก สว. ณัฐพงษ์ยืนยันว่าฝ่ายค้านมีหลักฐานชัดเจน และจะนำไปสู่การเอาผิดรัฐมนตรีเป็นรายบุคคลในภายหลัง
ด้านท่าทีของพรรคกล้าธรรมซึ่งยังคงคลุมเครือว่าจะร่วมอภิปรายหรือไม่ ณัฐพงษ์ให้ความเห็นว่าสาเหตุที่ไม่มีรายชื่อพรรคกล้าธรรมร่วมเสนอญัตตินั้นเป็นเรื่องที่ทางพรรคต้องชี้แจงเอง
ส่วนข้อสงสัยที่ว่าการอภิปรายครั้งนี้เป็นการวัดใจพรรคเพื่อไทยหรือไม่ เนื่องจากไม่มีรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทยอยู่ในรายชื่อ ณัฐพงษ์ยืนยันว่าการคัดเลือกรัฐมนตรีอิงตามหลักฐานข้อเท็จจริง และเปิดกว้างให้ทุกพรรคเสนอรายชื่อเข้ามา
สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สส. บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เสริมว่า พรรคประชาธิปัตย์ได้เสนอรายชื่อรัฐมนตรีส่วนหนึ่งเพื่อเข้าร่วมอภิปราย เนื่องจากพบหลักฐานความบกพร่อง ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ และเอื้อประโยชน์แก่พวกพ้อง
สาทิตย์เน้นย้ำว่าความสำคัญของการอภิปรายไม่ใช่อยู่ที่จำนวนเสียงในสภา แต่คือความหนักแน่นของข้อมูลหลักฐาน เพื่อให้ประชาชนตัดสินใจว่าจะไว้วางใจรัฐมนตรีเหล่านั้นให้ทำหน้าที่ต่อไปหรือไม่ โดยพรรคประชาธิปัตย์ได้ขอเวลาอภิปราย 5 วัน
โสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรอบเวลาการอภิปรายว่า คาดว่าจะสามารถจัดขึ้นในช่วงปลายเดือนตุลาคม โดยกระบวนการจะเป็นไปตามขั้นตอนของสภาและรอให้คณะรัฐมนตรีเสนอวันกลับมา ส่วนประเด็นเรื่องการอภิปรายกรณีฮั้ว สว. นั้น สามารถพูดถึงได้หากมีความเกี่ยวพันกับอำนาจหน้าที่ของรัฐมนตรีที่ถูกอภิปราย โสภณยืนยันว่าตนจะทำหน้าที่ประธานอย่างเป็นกลางและยึดข้อบังคับการประชุมอย่างเคร่งครัด












