วันนี้ (8 ตุลาคม) ช่างภาพข่าว THE STANDARD ลงพื้นที่สำรวจโซนเกษตรกรรมสวนมะม่วงในพื้นที่ อำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา หลังได้รับผลกระทบอย่างหนักจากสถานการณ์น้ำท่วมขังที่กินเวลายืดเยื้อมานานกว่า 10 วัน โดยสภาพพื้นที่พบว่าระดับน้ำท่วมสูงจนถึงลำต้นและเรือนยอดของต้นมะม่วง
เกษตรกรรายหนึ่งซึ่งเป็นผู้เช่าที่ดินเพื่อทำสวนมะม่วง เปิดเผยว่า ขณะนี้มะม่วงนับพันต้นภายในสวนกำลังจมน้ำ โดยต้นที่มีขนาดเล็กได้จมน้ำมิดและตายไปก่อนแล้ว ส่วนต้นที่มีขนาดใหญ่กว่ากำลังทยอยยืนต้นตายตามไป
สถานการณ์ที่เกิดขึ้นบังคับให้เกษตรกรและครอบครัวต้องเดินลุยน้ำที่ท่วมสูงถึงระดับหน้าอก เพื่อเร่งเก็บเกี่ยวผลมะม่วงใส่ตะกร้าพลาสติกลำเลียงบนแพทุ่นลอยน้ำ โดยพยายามเก็บผลผลิตในส่วนที่ยังพอมีความสมบูรณ์และสามารถนำไปขายได้ให้มากที่สุด ก่อนที่จะสูญเสียไปทั้งหมดในรอบนี้
ภาพมุมกว้างและริมถนนแสดงให้เห็นถึงการเร่งลำเลียงตะกร้ามะม่วงจำนวนมากที่กู้ขึ้นมาได้ นำขึ้นท้ายรถกระบะและรถบรรทุกการเกษตร เพื่อเตรียมส่งขายตรงไปยังตลาดไทภายในวันนี้ ซึ่งสวนข้างเคียงอื่นๆ ก็ต้องเร่งเก็บเกี่ยวหนีน้ำในลักษณะเดียวกัน
เกษตรกรระบุเพิ่มเติมว่า ในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา แม้การปลูกมะม่วงจะไม่ได้กำไรมากมายนัก แต่ก็ไม่เคยถึงขั้นขาดทุน ทว่าวิกฤตน้ำท่วมในครั้งนี้รุนแรงในระดับที่ไม่เคยพบเจอมาก่อน และมองไม่เห็นหนทางที่จะได้กำไรเลย สิ่งที่ทำได้ในตอนนี้คือต้องปล่อยต้นที่ตายไป และเร่งเก็บเกี่ยวผลผลิตจากต้นที่ยังรอด
จึงอยากส่งเสียงเรียกร้องไปยังรัฐบาลและหน่วยงานที่มีอำนาจ ให้พิจารณามาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างทั่วถึง โดยเฉพาะการให้ความช่วยเหลือที่ครอบคลุมไปถึงกลุ่มผู้เช่าสวน ที่ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนักเช่นเดียวกัน แม้จะยังไม่ทราบแน่ชัดว่าจะมีหน่วยงานใดเข้ามาดูแลหรือไม่ก็ตาม












