×

สทนช. ยืนยันเจ้าพระยาคลี่คลาย เร่งระบายน้ำภาคตะวันออกข้ามคันกั้นรอยต่อ กทม.-ฉะเชิงเทรา ยอมรับน้ำมากกว่าปี 56

โดย THE STANDARD TEAM
08.10.2026
  • LOADING...
ภาพแสดงสถานการณ์น้ำท่วมและการบริหารจัดการน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาและภาคตะวันออก

วันนี้ (8 ตุลาคม) ที่ทำเนียบรัฐบาล ไพฑูรย์ เก่งการช่าง รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) แถลงข่าวศูนย์ข้อมูลข่าวสารร่วมสถานการณ์อุทกภัย (JICC) ว่า ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยามีแนวโน้มดีขึ้น แม่น้ำปิงมีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่ด้วยสถานการณ์น้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยามีระดับลดต่ำลงประมาณชั่วโมงละ 1-2 เซนติเมตร หากประเมินสถานการณ์รวมกับปริมาณน้ำฝนแล้ว อาจมีการปรับลดการระบายน้ำแบบขั้นบันได จากปัจจุบันอยู่ที่ 2,350 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

 

ขณะที่ปริมาณน้ำที่อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา อยู่ที่ 2,100 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จากการตรวจสอบคันกั้นน้ำของกรุงเทพฯ บางจุดต่ำกว่า 95 เซนติเมตร บางจุดต่ำกว่า 120 เซนติเมตร และเชื่อว่าส่วนของแม่น้ำเจ้าพระยาจะคลี่คลายลง

 

สำหรับลุ่มน้ำแม่กลองและลุ่มน้ำเพชรบุรี เขื่อนวชิราลงกรณมีความจุอยู่ที่ 98.5% แต่จะบริหารจัดการตามปริมาณน้ำฝนที่กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ จึงยังคงระบายน้ำอย่างต่อเนื่อง โดยเขื่อนแม่กลองตอนล่างระบายน้ำอยู่ที่ 1,127 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งแม่น้ำแม่กลองด้านท้ายรองรับได้ประมาณ 1,300-1,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เนื่องจากตลิ่งฝั่งขวาต่ำกว่าฝั่งซ้าย ส่วนลุ่มน้ำเพชรบุรี ข้อมูลจากสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) (สสน.) ระบุว่าอาจมีฝนตกหนัก ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดได้เตรียมพร้อมรับปริมาณน้ำฝนที่คาดว่าจะตกหนักในช่วงวันที่ 11-12 ตุลาคมนี้แล้ว

 

ด้านลุ่มน้ำภาคตะวันออก จังหวัดปราจีนบุรี นครนายก และฉะเชิงเทรา ปริมาณน้ำตามคาดการณ์อยู่ที่ประมาณ 2,100 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งคิดเป็น 10 เท่าของเขื่อนขุนด่านปราการชล โดยมวลน้ำส่วนใหญ่มาจากฝั่งซ้ายของแม่น้ำบางปะกง คิดเป็นสัดส่วน 4 เท่าของลุ่มน้ำปราจีนบุรี, 1 เท่าของแม่น้ำนครนายก และ 2-3 เท่าของลุ่มน้ำฉะเชิงเทราบริเวณคลองท่าลาด แต่เนื่องจากฝั่งตะวันออกของฉะเชิงเทรามีภูเขาสูง ทำให้มวลน้ำเคลื่อนตัวเร็วและถูกพาข้ามคันกั้นน้ำคลองพระองค์เจ้าไชยานุชิต เข้าสู่พื้นที่รอยต่อระหว่างกรุงเทพมหานครและฉะเชิงเทรา

 

จากการตรวจสอบภาพถ่ายดาวเทียมเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม น้ำถูกผลักเข้าไปอยู่ในรอยต่อระหว่างฉะเชิงเทราและกรุงเทพฯ ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำเรื่องการระบายน้ำอย่างไร้รอยต่อ ตั้งแต่อำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก ถึงบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา รวมถึงพื้นที่คลองพระองค์เจ้าไชยานุชิต โดยประสานงานร่วมกับกรุงเทพมหานครและสมุทรปราการ มีกระทรวงกลาโหมบริหารจัดการร่วมกับกรมชลประทาน เพื่อผลักดันน้ำออกสู่คลองชายทะเลโดยเร็วที่สุด ขณะที่คลองสำโรง เทศบาล และ อบจ.สมุทรปราการ ได้เร่งระบายน้ำเตรียมรองรับหลังจากกรุงเทพฯ ระบายน้ำในพื้นที่เรียบร้อยแล้ว

 

ส่วนลุ่มน้ำบางปะกง ในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา อำเภอบางคล้า บางน้ำเปรี้ยว และบ้านโพธิ์ ได้เร่งติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำประมาณ 4 เครื่อง เร่งการสูบและปิดล้อมคันกั้นน้ำสำคัญ พร้อมย้ำว่าแม้ปริมาณน้ำปีนี้จะมากกว่าปี 2556 แต่มวลน้ำส่วนหนึ่งถูกผลักเข้าไปยังกรุงเทพฯ และฉะเชิงเทรา ทำให้ระดับยอดสูงสุดต่ำกว่าปี 2556 จึงอาจต้องใช้เวลาในการระบายน้ำพอสมควร โดยรัฐบาลได้เร่งส่งสรรพกำลังลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนในฉะเชิงเทรา นครนายก และปราจีนบุรี แล้ว

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

Close Advertising