- วันนี้ (6 ตุลาคม) พรพรหม ณ.ส. วิกิตเศรษฐ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ลงพื้นที่ติดตามการจัดการขยะชิ้นใหญ่และการฟื้นฟูพื้นที่หลังน้ำท่วม ร่วมกับสำนักงานเขตลาดกระบัง บริเวณหน้าสถานีตำรวจนครบาลร่มเกล้า พร้อมบูรณาการกำลังเจ้าหน้าที่ เครื่องจักร และยานพาหนะจากหลายหน่วยงาน เพื่อเร่งทำความสะอาดและคืนพื้นที่ให้ประชาชน
พรพรหม เปิดเผยว่า กทม. ได้แบ่งพื้นที่การดำเนินงานออกเป็น 4 โซน โดยกำหนดหน่วยงานหลักรับผิดชอบและประสานกำลังสนับสนุนจากเขตใกล้เคียง เพื่อเร่งจัดเก็บขยะตกค้างในจุดที่ได้รับผลกระทบหนัก พร้อมนำแนวทางจัดตั้งจุดพักขยะ มาใช้รวบรวมขยะจากหน้าบ้านประชาชนไว้ในจุดเดียว เพื่อลดระยะทางและเวลาของรถเก็บขยะขนาดเล็ก ให้สามารถหมุนเวียนกลับเข้าพื้นที่จัดเก็บได้หลายรอบมากขึ้น
เนื่องจากการจัดการขยะหลังน้ำท่วมครั้งนี้มีปริมาณมหาศาล บางพื้นที่เก็บได้ 500–600 ตันต่อวัน และบางช่วงพุ่งสูงถึง 1,000 ตันต่อวัน กทม. จึงประสานนำรถเทรลเลอร์ขนาด 30 ตันเข้าประจำจุดพักขยะ เมื่อขยะสะสมในปริมาณมาก จะใช้รถแบ็กโฮทุบและย่อยขยะชิ้นใหญ่ ก่อนตักขึ้นรถเทรลเลอร์ขนส่งไปกำจัด เพื่อแก้ปัญหารถขยะต้องวิ่งไป-กลับระยะไกล ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดจำนวนเที่ยววิ่งทางไกลได้อย่างมีนัยสำคัญ
สำหรับการปฏิบัติงานในพื้นที่ลาดกระบัง กทม. ได้นำระบบเขตบัดดี้ มาใช้ โดยได้รับการสนับสนุนจากเขตที่ได้รับผลกระทบน้อยกว่า ได้แก่ เขตธนบุรี เขตพระนคร และเขตบางแค รวมถึงหน่วยงานด้านความมั่นคง กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และกรมทางหลวง ปัจจุบันมีการระดมกำลังเจ้าหน้าที่กว่า 400 นาย พร้อมเครื่องจักร รถน้ำ และอุปกรณ์ฉีดล้าง กระจายกำลังเข้าดำเนินการครอบคลุมทั้ง 4 โซน
รองผู้ว่าฯ กทม. เน้นย้ำทิ้งท้ายว่า การฟื้นฟูพื้นที่ต้องมีการประเมินสถานการณ์และจัดทำแผนให้เหมาะสมกับบริบทของแต่ละแห่ง พร้อมกำหนดเป้าหมายและระยะเวลาชัดเจน เช่นเดียวกับความสำเร็จในการฟื้นฟูพื้นที่เคหะคลองจั่น เขตบางกะปิ
นอกจากนี้ กทม. จะเดินหน้าบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วน รวมถึงอาจพิจารณาจ้างเหมาบริการจากภาคเอกชนในพื้นที่ที่มีปริมาณงานจัดเก็บขยะสูง เพื่อเร่งคืนสภาพแวดล้อมและชีวิตที่ปกติสุขให้แก่ประชาชนโดยเร็วที่สุด
ภาพ: *วางข้อความไม่บังแผนที่ค่ะ*


