×

ขวาจัดอาจคัมแบ็ก? ‘ฟลาวิโอ’ ลูกชายโบลโซนาโร มีคะแนนนำ ‘ลูลา’ ในการเลือกตั้งรอบแรก จับตารอบตัดเชือก 25 ต.ค.

05.10.2026
  • LOADING...
ฟลาวิโอ โบลโซนาโร บุตรชายอดีตประธานาธิบดีบราซิล ฌาอีร์ โบลโซนาโร

ฟลาวิโอ โบลโซนาโร (Flávio Bolsonaro) วุฒิสมาชิกฝ่ายขวา และบุตรชายของ ฌาอีร์ โบลโซนาโร (Jair Bolsonaro) อดีตประธานาธิบดีบราซิล คว้าคะแนนสูงสุดในการเลือกตั้งประธานาธิบดีรอบแรก ขณะที่ ลูลา ดา ซิลวา (Luiz Inácio Lula da Silva) ประธานาธิบดีฝ่ายซ้ายคนปัจจุบัน มีคะแนนนำเป็นอันดับสอง

 

 
 

อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีผู้สมัครคนใดได้คะแนนเกิน 50% ทำให้ทั้งคู่ต้องกลับมาแข่งขันกันในการเลือกตั้งรอบสองในวันที่ 25 ตุลาคม

 

ผลการเลือกตั้งบราซิลล่าสุดเป็นอย่างไร?

 

วันนี้ (5 ตุลาคม) ฟลาวิโอชนะการเลือกตั้งบราซิลรอบแรกด้วยคะแนน 47.03% หรือมากกว่า 56.1 ล้านเสียง ขณะที่ลูลามีคะแนนตามมาเป็นอันดับสองที่ 45.16% หรือประมาณ 53.9 ล้านเสียง นับเป็นการแข่งขันรอบแรกที่สูสีที่สุดของบราซิลครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ หลังประเทศกลับเข้าสู่ระบอบประชาธิปไตย

 

อนึ่ง ผลการเลือกตั้งยังสวนทางกับผลสำรวจหลายสำนักก่อนวันเลือกตั้ง โดย Datafolha ประเมินว่า ลูลาจะมีคะแนนนำฟลาวิโอเล็กน้อยที่ 45% ต่อ 42% ขณะที่มีกลุ่มผู้ลงคะแนนเสียงที่ยังไม่ตัดสินใจอยู่ที่ 11%

 

อย่างไรก็ตาม มีการประเมินว่า ฟลาวิโออาจได้รับคะแนนจากฐานเสียงฝ่ายขวาเพิ่มขึ้นในการเลือกตั้งรอบที่สอง หลังผลสำรวจชี้ว่า กลุ่มผู้สนับสนุนฝ่ายขวารายอื่น 43% จะหันมาสนับสนุนฟลาวิโอ หากมีการเลือกตั้งรอบที่สอง ขณะที่อีก 30% ระบุว่าจะเลือกลูลา

 

ล่าสุด ผู้สมัครพรรคฝ่ายขวาอย่าง โรเมว เซมา (Romeu Zema) พรรค Novo ออกมาประกาศสนับสนุนฟลาวิโอ ส่วนผู้แทนคนอื่นจากพรรคอื่น เช่น โรนัลโด ไกอาโด (Ronaldo Caiado) พรรค PSD หรือ เรนัน ซานโตส (Renan Santos) พรรค Missão ยังไม่ออกมาแสดงจุดยืนแต่อย่างใด

 

น่าสนใจว่า นอกจากฟลาวิโอแล้ว ครอบครัวโบลโซนาโรยังได้รับเลือกเข้าสู่สภา เช่น มิเชล โบลโซนาโร (Michelle Bolsonaro) อดีตสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง และภรรยาของฌาอีร์ ได้รับเลือกเป็นวุฒิสภาจากเขตสหพันธ์ ส่วน ขณะที่ คาร์ลอส โบลโซนาโร (Carlos Bolsonaro) บุตรชายอีกคนของฌาอีร์ ได้รับเลือกเป็นวุฒิสมาชิกจากรัฐซานตากาตารีนา

 

นอกจากนี้ ฌาอีร์ เรนัน โบลโซนาโร (Jair Renan Bolsonaro) บุตรชายคนเล็ก ได้รับเลือกเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากรัฐซานตากาตารีนา ส่วน เรนาโต โบลโซนาโร (Renato Bolsonaro) น้องชายของอดีตประธานาธิบดี ได้รับเลือกเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากรัฐเซาเปาลู

 

อนึ่ง บราซิลเลือกสมาชิกวุฒิสภาใหม่ 54 จาก 81 ที่นั่ง ทำให้พรรคฝ่ายขวาและอนุรักษนิยมได้คะแนนเสียงมากขึ้น รวมถึงพรรคเสรีนิยมของโบโซนาโร โดยสถานการณ์ครั้งนี้ถูกมองว่า มีความสำคัญมากต่อการฟื้นฟูอำนาจของตระกูลโบลโซนาโร เนื่องจากวุฒิสภาเป็นสถาบันที่มีอำนาจดำเนินกระบวนการถอดถอนผู้พิพากษาศาลสูงสุด ที่เชื่อมโยงกับประเด็นขัดแย้งสำคัญระหว่างโบลโซนาโรกับศาลในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

 

เศรษฐกิจ-อาชญากรรม แกนสำคัญเลือกตั้ง

 

การเลือกตั้งครั้งนี้ถือเป็นหนึ่งในการหาเสียงที่ดุเดือดที่สุดในประวัติศาสตร์ประชาธิปไตยของบราซิล แต่ทั้งลูลาและฟลาวิโอไม่ได้เข้าร่วมการดีเบตทางโทรทัศน์ ส่งผลให้พื้นที่สำหรับการถกเถียงเชิงนโยบายถูกบดบังด้วยการโจมตีส่วนบุคคล และข้อกล่าวหาต่างๆ ตั้งแต่การทรยศชาติ การล่วงละเมิดทางเพศเด็ก ไปจนถึงการดูหมิ่นศาสนา

 

ขณะเดียวกัน ประเด็นเศรษฐกิจ อาชญากรรม และค่าครองชีพ กลายเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ท่ามกลางภาวะหนี้ครัวเรือนในระดับสูงและการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ชะลอตัว

 

ปฏิเสธไม่ได้ว่า แม้อัตราการฆาตกรรมของบราซิลลดลง แต่อาชญากรรมที่พบเห็นได้ในชีวิตประจำวัน เช่น การขโมยโทรศัพท์มือถือยังคงเป็นปัญหา ขณะที่ความรุนแรงและการค้ายาเสพติด ยังเป็นความกังวลสำคัญของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง

 

ขณะที่ฟลาวิโอหาเสียงด้วยนโยบายประชานิยมเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศ เช่น นโยบายลดขนาดและรายจ่ายของรัฐบาล โดยเสนอให้ยุบกระทรวงอย่างน้อย 10 กระทรวง กำหนดเพดานรายจ่ายภาครัฐฉบับใหม่ และทบทวนโครงการสวัสดิการบางส่วน

 

ส่วนในมิติการแก้ปัญหาอาชญากรรม เขาเสนอให้กำหนดแก๊งค้ายาเสพติดรายใหญ่เป็น ‘องค์กรก่อการร้ายยาเสพติด’ ขณะที่ลดอายุขั้นต่ำในการรับผิดทางอาญาจาก 18 ปี เหลือ 16 ปี พร้อมสร้างเรือนจำความมั่นคงสูงสุด 5 แห่ง โดยใช้แนวทางของรัฐบาลประธานาธิบดี นายิบ บูเคเล (Nayib Bukele) แห่งเอลซัลวาดอร์เป็นต้นแบบ

 

ส่วนลูลายังคงชูนโยบายสวัสดิการสังคม โดยเสนอเพิ่มสิทธิประโยชน์สำหรับประชาชนรายได้น้อย และมาตรการช่วยเหลือด้านหนี้สำหรับครัวเรือนที่ประสบปัญหา ซึ่งหนึ่งในโครงการสำคัญ คือ Bolsa Família ซึ่งให้เงินช่วยเหลือครอบครัวภายใต้เงื่อนไขเกี่ยวกับการศึกษาและสุขภาพของเด็ก

 

ลูลายังสนับสนุนการลงทุนในศูนย์ข้อมูลและแร่หายาก โดยต้องการให้รัฐมีบทบาทเพื่อให้บราซิลได้รับประโยชน์จากทรัพยากรของประเทศ รวมถึงสนับสนุนการสำรวจน้ำมันใกล้ปากแม่น้ำแอมะซอน แม้แนวทางดังกล่าวจะถูกวิจารณ์จากกลุ่มสิ่งแวดล้อม

 

ศึกสองขั้วชี้ทิศทางบราซิล 25 ตุลาคม

 

หากพิจารณาจากกลุ่มผู้ลงคะแนนเสียง ลูลามีฐานเสียงบริเวณ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมถึงกลุ่มผู้มีรายได้น้อย ผู้หญิง และชาวคาทอลิก ส่วนฟลาวิโอได้รับการสนับสนุนในพื้นที่ทางตอนใต้ของประเทศ รวมถึงกลุ่มผู้มีฐานะและคริสเตียนอีแวนเจลิคัล

 

อย่างไรก็ตาม ผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนไม่น้อยแสดงความเบื่อหน่ายกับการเมือง โดยผลสำรวจ Quaest ก่อนการเลือกตั้งพบว่า 23% ไม่สนใจการเลือกตั้ง ขณะที่อีก 10% มีแผนลงคะแนนว่าง ลงบัตรเสีย หรือไม่ไปใช้สิทธิ แม้บราซิลจะกำหนดให้ประชาชนส่วนใหญ่มีหน้าที่ต้องออกไปเลือกตั้งก็ตาม

 

ขณะที่การเลือกตั้งรอบสองในวันที่ 25 ตุลาคม จะเป็นการตัดสินนโยบายทางการเมืองสองแนวทางที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ทั้งด้านบทบาทของรัฐ สวัสดิการ เศรษฐกิจ การปราบปรามอาชญากรรม และทิศทางความสัมพันธ์ระหว่างบราซิลกับมหาอำนาจอย่างสหรัฐฯ และจีน

 

อนึ่ง ผลการเลือกตั้งรอบแรกยังสะท้อนว่า แม้ฌาอีร์จะไม่สามารถลงสนามได้ด้วยตัวเอง แต่ขบวนการทางการเมืองที่มีชื่อของเขาเป็นศูนย์กลางยังคงมีบทบาทอย่างมากในบราซิล

 

ผลตัดสินสุดท้ายว่าใครจะเป็นประธานาธิบดีบราซิลคนต่อไป จะเกิดขึ้นในการเลือกตั้งรอบสองวันที่ 25 ตุลาคม ตามกำหนดของศาลการเลือกตั้งสูงสุดบราซิล

 

ภาพ: Alexandre Meneghini / Reuters

 

อ้างอิง:

 

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

Close Advertising