วันนี้ (5 ตุลาคม) พรพรหม วิกิตเศรษฐ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานเปิดกิจกรรม รวมพลังฟื้นฟูหลังน้ำลด พื้นที่เขตสายไหม ภายใต้แนวคิดกทม. ไม่ทิ้งกัน ที่ บริเวณสถานีบริการน้ำมันบางจาก วิธนทรัพย์สายไหม เพื่อเร่งฟื้นฟูพื้นที่ 18 ชุมชนและหมู่บ้านที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด
กิจกรรมครั้งนี้เป็นการบูรณาการกำลังพลรวม 550 นาย พร้อมรถปฏิบัติงาน 26 คัน จากทั้งสำนักสิ่งแวดล้อม กองทัพอากาศ กองทัพเรือ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรมราชทัณฑ์ และสำนักงานเขตต่างๆ ภารกิจหลักครอบคลุมการฉีดล้างทำความสะอาดถนน ทางเท้า พื้นที่สาธารณะ รวมถึงการเก็บกวาดดินโคลนและขยะชิ้นใหญ่จากบ้านเรือน
นอกจากนี้ กทม. ได้นำกลยุทธ์เขตบัดดี้ มาปรับใช้ โดยจับคู่สำนักงานเขตที่ได้รับผลกระทบน้อยให้เข้ามาช่วยพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนัก ปัจจุบันมีการจัดกลุ่มแล้ว 17 พื้นที่ ซึ่งเขตสายไหมได้รับการสนับสนุนกำลังเจ้าหน้าที่และยานพาหนะจากสำนักงานเขตคลองเตยและเขตราชเทวี เพื่อเพิ่มศักยภาพการฟื้นฟูให้รวดเร็วและทั่วถึงยิ่งขึ้น
สำหรับภารกิจเร่งด่วนคือการเคลียร์ขยะตกค้าง โดย กทม. ได้กำหนดให้ลานอเนกประสงค์หรือลานกีฬาในหมู่บ้านเป็นจุดรวบรวมขยะชั่วคราว เพื่อให้เจ้าหน้าที่เข้าดำเนินการขนย้ายไปกำจัด ทั้งนี้ ภาพรวมของ กทม. มียอดสะสมการจัดเก็บขยะจากสถานการณ์น้ำท่วม (ระหว่างวันที่ 28 ก.ย. – 3 ต.ค.) สูงถึง 1,468.27 ตัน
รองผู้ว่าฯ กทม. ระบุเพิ่มเติมว่า การฟื้นฟูไม่ได้หยุดแค่การจัดการขยะ แต่ กทม. ได้ประสานความร่วมมือกับภาคเอกชนผ่านกิจกรรม CSR เพื่อสนับสนุนอุปกรณ์ทำความสะอาด พร้อมประสานสถาบันอาชีวศึกษาให้เข้ามาช่วยซ่อมแซมรถจักรยานยนต์และสิ่งของจำเป็นให้แก่ประชาชนเพื่อบรรเทาภาระค่าใช้จ่าย
ทั้งนี้ สถานการณ์น้ำท่วมในเขตสายไหมเป็นผลมาจากปริมาณฝนสะสมเกือบ 300 มิลลิเมตร ในช่วงวันที่ 25-27 กันยายน ประกอบกับสภาพพื้นที่ราบลุ่มทำให้การระบายน้ำมีข้อจำกัด จน กทม. ต้องประกาศให้เป็นพื้นที่ประสบสาธารณภัย ปัจจุบันระดับน้ำได้ลดลงและถนนสายหลักกลับมาใช้งานได้ตามปกติแล้ว คงเหลือเพียงการฟื้นฟูสภาพแวดล้อมและสุขอนามัยในซอยย่อยและชุมชน ซึ่งสำนักงานเขตสายไหมจะเดินหน้าสำรวจความต้องการและช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่อง


