วันนี้ (4 ตุลาคม) ที่จังหวัดปราจีนบุรี อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ตรวจติดตามการดำเนินงานของโรงพยาบาลสนามค่ายจักรพงษ์ มณฑลทหารบกที่ 12 ค่ายจักรพงษ์ อำเภอเมืองปราจีนบุรี จังหวัดปราจีนบุรี โดยมี พัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจผู้ป่วยที่โรงพยาบาลค่ายจักรพงษ์และโรงพยาบาลสนามค่ายจักรพงษ์ จังหวัดปราจีนบุรี
จุดแรก นายกรัฐมนตรีเดินทางไปตรวจเยี่ยมและรับฟังปัญหาของโรงพยาบาลสนามค่ายจักรพงษ์ ซึ่งรองรับผู้ป่วยที่ต้องอพยพออกจากโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศรและโรงพยาบาลบ้านสร้าง โดยได้เข้าเยี่ยมผู้ป่วยภายในโรงพยาบาลสนาม พร้อมให้กำลังใจทีมแพทย์ในการปฏิบัติหน้าที่ดูแลประชาชน
ทีมแพทย์รายงานว่า ปัจจุบันได้ขยายพื้นที่ห้องไอซียูของโรงพยาบาลกบินทร์บุรี 8 เตียง และโรงพยาบาลศรีมหาโพธิ 6 เตียง โดยยังต้องการการสนับสนุนเครื่องช่วยหายใจ 4 เครื่อง สายเครื่องช่วยหายใจ 8 ชุด เครื่องให้ออกซิเจน 40 เครื่อง เครื่องดูดเสมหะแบบเคลื่อนที่ 30 เครื่อง และเครื่องควบคุมน้ำเกลือ 20 เครื่อง
จากนั้น นายกรัฐมนตรีเดินทางไปเยี่ยมประชาชนที่ศูนย์พักพิงสำนักงานขนส่งใหม่ปราจีนบุรี โดยให้กำลังใจผู้ป่วย ผู้สูงอายุ และประชาชนจิตอาสา ก่อนเข้าไปในโรงครัว พร้อมจับตะหลิวแต่ไม่ได้ผัดอาหาร โดยมีแม่ครัวเอ่ยปากถามนายกรัฐมนตรีว่า ‘นายกฯ ทอดไหมคะ’ นายกรัฐมนตรีตอบกลับว่า ‘ไม่เป็นไร เดี๋ยวโดนว่าอีก’ พร้อมเอ่ยปากชมว่า “น่ากินมากเลย สีแบบนี้ดี แปลว่าตั้งใจทอด” และกำชับให้ดูแลเรื่องอาหารการกินให้พร้อม
นอกจากนี้ แม่ครัวยังเปิดเผยกับนายกรัฐมนตรีว่า อาหารทั้งหมดที่ทำจะนำไปแจกจ่ายให้ประชาชนที่เดือดร้อน โดยรอบเย็นจะทำอาหารช่วงเวลา 17.00 น. ส่วนรอบเช้าจะเริ่มทำอาหารตั้งแต่เวลา 03.00 น. ซึ่งนายกรัฐมนตรีอุทานว่า ‘โอ้โห’ ก่อนยกมือไหว้ พร้อมอวยพรขอให้เจริญ ๆ
ช่วงหนึ่ง นายกรัฐมนตรีได้ยืนยันกับผู้ประสบภัยว่า จะมีงบประมาณมาช่วยซ่อมแซมบ้านเรือนประชาชนที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมอย่างแน่นอน ขอให้ไว้วางใจและไม่ต้องกังวล นอกจากนี้ มีประชาชนสะท้อนว่า หลังจากน้ำลดแล้ว ขอให้นายกรัฐมนตรีดูแลจังหวัดปราจีนบุรีเป็นพิเศษด้วย นายกรัฐมนตรีตอบกลับว่า ‘แน่นอน ดูแลอยู่แล้ว’
ภายหลังการลงพื้นที่ นายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์ว่า จังหวัดปราจีนบุรีเป็นพื้นที่ประสบอุทกภัยหนักที่สุดในช่วงเวลานี้ ถึงขั้นที่โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ซึ่งเป็นโรงพยาบาลประจำจังหวัด ต้องปิดตัวและย้ายผู้ป่วยทั้งหมดไปยังสถานพยาบาลอื่น ๆ
สำหรับการจัดตั้งศูนย์อพยพ จังหวัดได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจากนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์ โดยสามารถจัดเตรียมความพร้อมของศูนย์พักพิงได้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ ขณะที่อาหารการกินได้รับความร่วมมือจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดและอาสาสมัครทุกหน่วยงาน จนสามารถจัดตั้งโรงครัวขนาดใหญ่ ประกอบอาหารให้ประชาชนในศูนย์พักพิงและนำไปแจกจ่ายยังศูนย์พักพิงอื่น ๆ ได้อีกด้วย ตนจึงขอขอบคุณนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดและทีมจังหวัดปราจีนบุรี
นายกรัฐมนตรีกล่าวต่อว่า การลงพื้นที่ทำให้เห็นสภาพว่า นอกจากอุทกภัยที่หนักแล้ว ยังต้องได้รับการสนับสนุนจากภายนอก โดยเฉพาะการขยายกรอบงบประมาณทดรองราชการฉุกเฉิน เพื่อสนับสนุนการดูแลผู้ประสบภัยได้อย่างเต็มที่ พร้อมชื่นชมว่าจังหวัดได้เตรียมความพร้อมไว้ในระดับที่น่าพอใจ เมื่อเกิดเหตุสามารถระดมทรัพยากรได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
“ยังไงก็ไม่เหมือนอยู่บ้าน แต่ว่าเราพยายามที่จะจัดสิ่งของที่เป็นอุปกรณ์ เครื่องอุปโภค บริโภค ให้เขารู้สึกมีความสะดวกมากที่สุด”
ส่วนกรณีที่มีรายงานว่าโรงพยาบาลสนามอาจขาดอุปกรณ์บางอย่าง นายอนุทินกล่าวว่า หากอยู่ในสถานการณ์ฉุกเฉินเช่นนี้ ไม่ได้เรียกว่าขาด เพียงแต่หากอยู่ไประยะหนึ่ง ก็อยากให้มีความสมบูรณ์มากขึ้น เพื่อให้เกิดความสะดวกสบายแก่ผู้ป่วย โดยยืนยันว่าเวชภัณฑ์มีความพร้อมอยู่แล้ว ทั้งนี้ การตั้งโรงพยาบาลสนาม กระทรวงสาธารณสุขมีแผนการรับมือตั้งแต่สมัยโรคโควิด-19 แล้ว จะเห็นได้ว่าหากเป็นการรักษาผู้ป่วย ไม่มีการขาดแคลนอุปกรณ์ที่เป็นนัยสำคัญ เพียงแต่จะทำอย่างไรให้สะดวกสบายมากขึ้น
เมื่อถามถึงการย้ายผู้ป่วยในโรงพยาบาลที่ประสบภัยในอำเภออื่น นายอนุทินย้ำว่า ต้องดำเนินการในทุกพื้นที่และเตรียมการให้พร้อม โดยนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเตรียมการเคลื่อนย้าย โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางก่อน ซึ่งจังหวัดมีหอประชุมและศาลากลาง ต้องหาสถานที่ที่สะดวกและอากาศถ่ายเท บางพื้นที่ เช่น วัดหรือโรงเรียน ก็ไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อรองรับการพักพิงของประชาชนจำนวนมาก จึงต้องจัดพื้นที่ให้เหมาะสมมากที่สุด
เมื่อถามว่าประชาชนอยากรู้ว่าทำไมจังหวัดปราจีนบุรีจึงระบายน้ำช้ากว่าจังหวัดอื่น และจะระบายน้ำได้เมื่อใด นายอนุทินกล่าวว่า การระบายน้ำต้องดำเนินการทันทีที่สามารถทำได้ แต่ต้องมั่นใจว่าเมื่อน้ำถูกระบายออกไปแล้วจะไม่ไหลกลับเข้ามาอีก เนื่องจากขณะนี้พื้นที่ด้านในถูกน้ำล้อมรอบอยู่ จึงยังไม่สามารถระบายน้ำออกจากพื้นที่ด้านในได้ ทำให้ต้องมีแผนอพยพประชาชนออกมา แต่ขอให้ความมั่นใจว่า เมื่อสามารถระบายน้ำได้ จังหวัดมีความพร้อมที่จะเร่งระบายน้ำออกไป และได้เตรียมอุปกรณ์ต่าง ๆ ไว้แล้ว
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ขณะนี้จังหวัดที่ได้รับผลกระทบหนักคือจังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งมีน้ำท่วมในอำเภอเมือง รวมถึงจังหวัดในปริมณฑล ทั้งนนทบุรีและนครปฐม แต่เป็นการท่วมหนักเฉพาะบางจุด โดยผู้ว่าราชการจังหวัดแต่ละแห่งได้รับการสนับสนุนในทุกด้านเพื่อช่วยเหลือประชาชน
ส่วนการเยียวยา นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่เคยปฏิบัติมา เนื่องจากพื้นที่ประสบอุทกภัยเกิน 7 วันแล้ว จึงเข้าเกณฑ์การช่วยเหลือ 9,000 บาทต่อครัวเรือน ขณะนี้รัฐบาลต้องเร่งสำรวจและขึ้นทะเบียนผู้ประสบภัย ก่อนโอนเงินเยียวยาให้ประชาชน
หากเกิดเหตุหลังวันที่ 1 ตุลาคม 2569 การเยียวยาจะเป็นไปตามกรมธรรม์ประกันภัยที่รัฐบาลจัดทำขึ้นเพื่อคุ้มครอง 30 ล้านครัวเรือน ซึ่งเป็นมาตรการเพิ่มเติมจากเงินเยียวยา 9,000 บาทตามกฎหมาย โดยจะได้รับเงินช่วยเหลือเบื้องต้น 10,000 บาท รวมถึงค่าซ่อมแซมบ้านเรือนตามหลักเกณฑ์เดิม 40,000 บาท แต่หากเป็นไปตามเงื่อนไขกรมธรรม์ประกันภัย จะได้รับความคุ้มครองไม่เกิน 100,000 บาท และกรณีเสียชีวิตจะได้รับเงินชดเชยรายละ 2 ล้านบาท
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ทั้งหมดนี้ไม่อยากให้เกิดเหตุจนต้องใช้เงินช่วยเหลือดังกล่าวจะดีที่สุด รัฐบาลยอมใช้งบประมาณเพื่อซื้อกรมธรรม์ดูแลประชาชน โดยมองว่าการทำกรมธรรม์มีข้อดี เพราะครอบคลุมมากกว่าหลักเกณฑ์ที่บัญญัติไว้ในเรื่องสถานการณ์ภัยพิบัติ ซึ่งครอบคลุมภัยหลัก 3 ประเภท ได้แก่ 1. อุทกภัย 2. วาตภัย และ 3. แผ่นดินไหว ถือเป็นสิ่งที่รัฐบาลเตรียมการไว้ล่วงหน้าสำหรับปีงบประมาณ 2570
ส่วนกรณีที่ ทองพิมพ์ ม่วงพรหม ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 4 ตำบลคู้ลำพัน อำเภอศรีมโหสถ จังหวัดปราจีนบุรี เสียชีวิตจากอุบัติเหตุถูกกระแสไฟฟ้าดูดขณะเข้าไปช่วยเด็กที่ประสบเหตุจมน้ำ นายอนุทินระบุว่า รัฐบาลต้องดูแลครอบครัวผู้เสียชีวิตอย่างเต็มที่ตามกฎระเบียบที่กำหนดไว้สำหรับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติหน้าที่และเสียสละชีวิต เมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ รัฐบาลจะดูแลอย่างเต็มที่ และยังมีเงินช่วยเหลือจากส่วนอื่น ๆ อีกมากมายเข้ามาดูแลครอบครัวผู้เสียชีวิต










