วันนี้ (4 ตุลาคม) ที่ห้องประชุมพนมรุ้ง ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดบุรีรัมย์ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังเข้าร่วมประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์กับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ที่กรุงเทพมหานคร ถึงสถานการณ์อุทกภัยในขณะนี้ว่า จังหวัดในพื้นที่ลุ่มน้ำสำคัญของประเทศไทย โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนนี้น่าจะควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว ส่วนพื้นที่ที่ยังมีสถานการณ์หนักในช่วงนี้คือพื้นที่ปริมณฑล ซึ่งรัฐบาลต้องเร่งระบายน้ำออกไปให้มากที่สุด
ช่วงบ่ายวันนี้ ตนจะเดินทางลงพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี เนื่องจากยังมีสถานการณ์น้ำท่วมและน้ำขังอยู่ โดยขณะนี้ปริมาณน้ำที่ไหลหลากเข้ามาไม่มากเท่ากับปริมาณน้ำที่ท่วมขังอยู่ในพื้นที่ เมื่อมีน้ำท่วมขังเป็นเวลาหลายวัน ก็เริ่มเกิดน้ำเน่าเสีย จึงต้องเร่งแก้ไขและหาทางระบายน้ำออกจากพื้นที่ให้เร็วที่สุด
เมื่อถามถึงมาตรการช่วยเหลือประชาชนผ่านกรมธรรม์ประกันภัยแห่งชาติ นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า รัฐบาลกำลังเร่งดำเนินการ โดยตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงทั้ง 30 ล้านครัวเรือนจะได้รับความคุ้มครองจากประกันภัย ซึ่งรัฐบาลจะประสานงานให้เมื่อเกิดภัยพิบัติ การเยียวยาช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็ว โดยประชาชนไม่ต้องดำเนินการใด ๆ เนื่องจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยและจังหวัดจะเร่งสำรวจความเสียหายและประสานงานกับบริษัทประกันภัย เพื่อให้ความช่วยเหลือถึงมือประชาชนโดยเร็วที่สุด
นายกรัฐมนตรีกล่าวต่อว่า ตนประชุมทุกวัน รัฐบาลมีความกังวลและห่วงใยต่อสถานการณ์นี้ และเร่งแก้ไขสถานการณ์อย่างต่อเนื่องทุกวัน รวมถึงเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ที่ยังมีปริมาณฝนตกหนัก โดยเฉพาะในสัปดาห์หน้าที่จะมีฝนตกหนักในทุกจังหวัดของภาคใต้ ตั้งแต่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ไปจนถึงจังหวัดนราธิวาส
ทั้งนี้ ตนได้สั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัด กองทัพภาคที่ 4 และหน่วยงานราชการทั้งหมด เตรียมแผนเผชิญเหตุและเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ รวมถึงเตรียมความพร้อมด้านศูนย์อพยพ โดยกำหนดมาตรฐานของศูนย์อพยพให้ชัดเจน เพื่อให้ประชาชนที่ต้องอพยพออกจากพื้นที่สามารถใช้ชีวิตอยู่ในศูนย์อพยพได้อย่างสะดวกสบายมากที่สุดเท่าที่จะทำได้


