×

ฝนตกหนัก น้ำท่วมขังต้องระวังอะไรบ้าง? เช็ก 5 ภัยสุขภาพที่มากับน้ำ

โดย THE STANDARD TEAM
02.10.2026
  • LOADING...
ภาพคนเดินลุยน้ำท่วมขังบนถนน แสดงถึงความเสี่ยงจากภัยสุขภาพ

เมื่อฝนตกหนักต่อเนื่องจนถนนหลายสายกลายเป็นทางน้ำ บ้านเรือนเริ่มมีน้ำไหลเข้าท่วม และการเดินทางในชีวิตประจำวันกลายเป็นเรื่องยาก สิ่งที่ผู้คนส่วนใหญ่นึกถึงเป็นอันดับแรกอาจเป็นระดับน้ำ เส้นทางสัญจร หรือการขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง แต่ท่ามกลางการเร่งรับมือกับน้ำ สิ่งหนึ่งที่ไม่ควรมองข้ามคือ ‘ภัยต่อสุขภาพที่มากับน้ำท่วม’

 

 
 

น้ำที่ไหลเข้าบ้านหรือขังอยู่ตามถนนไม่ได้มีเพียงน้ำฝน แต่อาจปะปนด้วยน้ำเสียจากระบบระบายน้ำ สิ่งปฏิกูล ขยะ ซากสัตว์ สารเคมี และเชื้อโรคจากดินหรือน้ำ ขณะเดียวกันสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วยังเพิ่มความเสี่ยงจากไฟฟ้ารั่ว การพลัดตกลงในน้ำลึก การจมน้ำ และการบาดเจ็บจากสิ่งของที่มองไม่เห็นใต้ผิวน้ำ

 

สิ่งที่ต้องระวังคือ ‘น้ำที่ดูใสไม่ได้หมายความว่าปลอดภัย’ เพราะอันตรายบางอย่างไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ดังนั้น เมื่อต้องใช้ชีวิตท่ามกลางน้ำท่วม การรู้ว่าควรหลีกเลี่ยงอะไรและป้องกันตัวเองอย่างไร จึงเป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้การติดตามระดับน้ำ

 

1. ไฟฟ้าดูด ภัยเงียบที่มองไม่เห็นในน้ำท่วม

 

น้ำท่วมเพิ่มความเสี่ยงจากไฟฟ้ารั่วและไฟฟ้าดูด โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีปลั๊กไฟ เครื่องใช้ไฟฟ้า สายไฟ หรือระบบไฟฟ้าอยู่ใกล้ระดับน้ำ แม้จะไม่เห็นประกายไฟหรือสัญญาณผิดปกติ ก็ไม่สามารถยืนยันได้ว่าบริเวณนั้นปลอดภัย

 

หากน้ำเริ่มเข้าบ้านและสามารถตัดไฟจากจุดที่แห้งและปลอดภัยได้ ควรตัดกระแสไฟทันที แต่หากตู้ไฟหรือสวิตช์อยู่ในบริเวณที่น้ำท่วม ห้ามเดินลุยน้ำเข้าไปตัดไฟเอง ควรออกจากพื้นที่และแจ้งเจ้าหน้าที่การไฟฟ้า

 

อีกเรื่องที่ต้องรู้คือการช่วยเหลือผู้ถูกไฟฟ้าดูด เพราะการเข้าไปจับตัวผู้ประสบเหตุทั้งที่กระแสไฟยังไม่ถูกตัด อาจทำให้ผู้ช่วยเหลือได้รับอันตรายไปด้วย

 

หากพบผู้ถูกไฟฟ้าดูด ห้ามสัมผัสตัวผู้ประสบเหตุจนกว่าจะตัดกระแสไฟได้อย่างปลอดภัย ให้โทร 1669 และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ เมื่อมั่นใจว่าตัดไฟแล้วจึงประเมินการหายใจ หากไม่หายใจตามปกติ ให้เริ่ม CPR และใช้เครื่องกระตุกหัวใจไฟฟ้าอัตโนมัติ หรือ AED หากมีและสามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัย

 

2. น้ำลึก น้ำเชี่ยว และการจมน้ำ

 

ถนนที่คุ้นเคยอาจกลายเป็นพื้นที่เสี่ยงทันทีเมื่อมีน้ำท่วม เพราะใต้ผิวน้ำอาจมีทั้งพื้นถนนที่ทรุด ฝาท่อที่เปิดออก กระแสน้ำ และสิ่งกีดขวางที่มองไม่เห็น ดังนั้น น้ำที่ดูไม่ลึกไม่ได้หมายความว่าจะเดินผ่านได้อย่างปลอดภัย โดยเฉพาะบริเวณที่มีน้ำไหลเชี่ยว คลอง ทางระบายน้ำ หรือจุดที่มองไม่เห็นสภาพพื้นด้านล่าง

 

หากไม่จำเป็นควรหลีกเลี่ยงการเดินหรือขับรถผ่านพื้นที่น้ำท่วม และหากต้องอพยพควรใช้เส้นทางที่เจ้าหน้าที่ประกาศว่าปลอดภัย ความเสี่ยงไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับคนที่ว่ายน้ำไม่เป็น แต่รวมถึงผู้ที่พยายามขับรถฝ่ากระแสน้ำ หรือผู้ที่กระโดดลงไปช่วยคนตกน้ำโดยไม่มีทักษะและอุปกรณ์ที่เหมาะสม

 

หากพบคนตกน้ำ สิ่งที่ควรทำคือ ไม่กระโดดลงไปช่วยเอง แต่ยื่นหรือโยนอุปกรณ์ช่วยลอยตัวจากพื้นที่ปลอดภัย เช่น เชือกหรือห่วงชูชีพ พร้อมโทร 1669 หากสามารถนำผู้ประสบเหตุขึ้นจากน้ำได้อย่างปลอดภัยและพบว่าไม่หายใจตามปกติ ให้เริ่ม CPR ตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ และไม่ควรจับผู้ประสบเหตุห้อยหัวหรือกดท้องเพื่อเอาน้ำออกจากปอด

 

แม้ผู้ประสบเหตุจะรู้สึกตัวแล้ว ก็ควรได้รับการประเมินจากแพทย์ เพราะการจมน้ำอาจส่งผลต่อระบบทางเดินหายใจและเกิดภาวะแทรกซ้อนภายหลังได้

 

3. น้ำท่วมปนเปื้อน เชื้อโรคที่มองไม่เห็น

 

น้ำท่วมอาจปะปนด้วยน้ำเสีย สิ่งปฏิกูล ขยะ ซากสัตว์ และสารเคมีจากบ้านเรือน โรงงาน หรือสถานีบริการน้ำมัน การสัมผัสผ่านบาดแผล ผิวหนังที่เปื่อย หรือเยื่อบุต่างๆ จึงเพิ่มความเสี่ยงต่อการติดเชื้อ

 

น้ำที่ใสไม่ได้หมายความว่าสะอาด เพราะเชื้อโรคและสารปนเปื้อนบางชนิดมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า จึงไม่ควรนำมาใช้ดื่มหรือประกอบอาหาร ควรใช้น้ำดื่มบรรจุขวดที่ได้มาตรฐาน หรือน้ำที่ผ่านการทำให้ปลอดภัยตามคำแนะนำของหน่วยงานสาธารณสุข

 

หากจำเป็นต้องลุยน้ำ ควรสวมรองเท้าบูตและถุงมือ ปิดแผลด้วยวัสดุกันน้ำ และหลีกเลี่ยงการใช้มือเปล่าสัมผัสขยะ เศษแก้ว โลหะมีคม หรือซากสัตว์ เมื่อกลับถึงบ้านควรอาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า และทำความสะอาดอุปกรณ์ทันที

 

หากแผลสัมผัสน้ำท่วม ควรรีบล้างด้วยน้ำสะอาดและสบู่ หากบวม แดง ร้อน มีหนอง หรือปวดมากขึ้น ควรพบแพทย์

 

4. โรคฉี่หนู ไข้ที่อาจไม่ใช่ไข้ธรรมดา

 

หลังน้ำลด ความเสี่ยงไม่ได้หายไปพร้อมกับน้ำ เพราะโรคบางชนิดอาจใช้เวลาหลายวันกว่าจะแสดงอาการ หนึ่งในโรคที่ต้องระวังคือ โรคเลปโตสไปโรซิส หรือโรคฉี่หนู

 

โรคนี้เกิดจากเชื้อแบคทีเรียที่ปนเปื้อนในปัสสาวะสัตว์ โดยเฉพาะหนู และสามารถอยู่ในน้ำ ดิน และโคลน เชื้อเข้าสู่ร่างกายผ่านบาดแผล รอยถลอก ผิวหนังที่เปื่อยจากการแช่น้ำ หรือเยื่อบุต่างๆ

 

ข้อมูลกรมควบคุมโรค ณ วันที่ 21 กรกฎาคม 2569 พบผู้ป่วยโรคฉี่หนูสะสม 2,190 ราย เสียชีวิต 30 ราย โดยพบผู้ป่วยจำนวนมากในกลุ่มอายุ 50-59 ปี และ 60 ปีขึ้นไป ขณะที่พื้นที่ที่มีอัตราป่วยสูง ได้แก่ ภาคใต้และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

 

อาการระยะแรกอาจคล้ายกับการติดเชื้อทั่วไป ทั้งไข้สูงเฉียบพลัน ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะบริเวณน่องและหลัง รวมถึงอาจมีตาแดง คลื่นไส้ หรืออาเจียน อาการอาจเกิดหลังสัมผัสน้ำประมาณ 1-2 สัปดาห์

 

นอกจากโรคฉี่หนู ยังต้องระวัง โรคเมลิออยโดสิส หรือโรคไข้ดิน ซึ่งเกิดจากเชื้อแบคทีเรียในดินและน้ำ อาจทำให้มีไข้ ไอ หายใจเหนื่อย หรือเกิดฝีหนอง และอาจมีอาการรุนแรงในผู้ที่มีโรคประจำตัวบางชนิด

 

หากมีไข้สูง ปวดน่อง ปวดกล้ามเนื้อ หายใจเหนื่อย หรือมีแผลติดเชื้อหลังสัมผัสน้ำท่วม ควรพบแพทย์และแจ้งประวัติการลุยน้ำหรือสัมผัสดินให้ชัดเจน และไม่ควรซื้อยาปฏิชีวนะมารับประทานเอง

 

5. เมื่อต้องเจอน้ำท่วม สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนออกจากบ้าน

 

เมื่อฝนตกหนัก สิ่งแรกที่ควรถามตัวเองไม่ใช่จะเดินลุยน้ำอย่างไร แต่คือ จำเป็นต้องออกจากบ้านหรือไม่

 

หากไม่มีเหตุจำเป็น ควรหลีกเลี่ยงการเดินทางในช่วงฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน หรือน้ำป่าไหลหลาก แต่หากจำเป็นต้องออกจากบ้าน ควรตรวจสอบสภาพอากาศ เส้นทาง และประกาศเตือนภัยจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมแจ้งคนใกล้ชิดให้ทราบว่าจะเดินทางไปที่ใด

 

สิ่งที่ควรเตรียมติดตัว ได้แก่ รองเท้าบูตและถุงมือ พลาสเตอร์กันน้ำและชุดปฐมพยาบาล เสื้อแขนยาว กางเกงขายาว น้ำดื่ม อาหารที่เก็บรักษาได้ โทรศัพท์และอุปกรณ์สื่อสาร รวมถึงยาประจำตัวและข้อมูลการรักษาที่จำเป็น

 

อย่างไรก็ตาม อุปกรณ์เหล่านี้ช่วยลดความเสี่ยงได้บางส่วน แต่ไม่ได้ทำให้พื้นที่อันตรายกลายเป็นพื้นที่ปลอดภัย โดยเฉพาะน้ำลึก น้ำเชี่ยว หรือพื้นที่ที่มองไม่เห็นพื้นด้านล่าง หากประเมินแล้วมีความเสี่ยงสูง การหลีกเลี่ยงพื้นที่และขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่อาจปลอดภัยกว่าการฝืนเดินทางด้วยตัวเอง

 

น้ำท่วมจบเมื่อไร ความเสี่ยงจึงจบ?

 

น้ำท่วมอาจเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ภัยต่อสุขภาพไม่ได้เกิดขึ้นพร้อมกันทั้งหมด บางอันตรายเกิดขึ้นทันที เช่น ไฟฟ้าดูดและการจมน้ำ ขณะที่ความเสี่ยงจากเชื้อโรคและโรคติดเชื้อบางชนิดอาจปรากฏหลังจากสัมผัสน้ำไปแล้วหลายวัน

 

นั่นหมายความว่า การรับมือน้ำท่วมจึงไม่ได้จบลงที่การพาตัวเองออกจากพื้นที่น้ำสูง หรือรอให้น้ำลดเท่านั้น สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน คือ การรู้ว่าน้ำแบบไหนไม่ควรสัมผัส พื้นที่แบบไหนไม่ควรเข้าใกล้ และอาการแบบไหนไม่ควรรอดูเอง

 

ในสถานการณ์ที่น้ำท่วมกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน การป้องกันจึงไม่ได้หมายถึงการมีอุปกรณ์ครบทุกชิ้น แต่คือการประเมินความเสี่ยงก่อนลงมือทำ ไม่ฝืนเข้าไปในพื้นที่ที่ควบคุมไม่ได้ และรู้ว่าเมื่อใดควรขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่หรือบุคลากรทางการแพทย์

 

เพราะน้ำท่วมไม่ได้ทิ้งไว้เพียงความเสียหายต่อบ้าน ถนน หรือทรัพย์สิน แต่อาจทิ้งความเสี่ยงต่อสุขภาพเอาไว้กับผู้คนอีกหลายวันหลังน้ำลด

 

อ้างอิง:

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

Close Advertising