วันนี้ (2 ตุลามคม ) เครือข่ายประชาชนต่อต้านธนาคารโลกและไอเอ็มเอฟ ออกแถลงการณ์ “หยุดทุนล้างโลก ประชาชนกำหนดอนาคต” ประกาศนัดชุมนุมอย่างสงบหน้าศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ คู่ขนานกับการประชุมของธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ในกรุงเทพฯ เพื่อสะท้อนผลกระทบจากแนวทางการพัฒนาที่ผูกขาดโดยกลุ่มทุน และเรียกร้องคืนอำนาจการตัดสินใจทางเศรษฐกิจให้แก่ประชาชน
เครือข่ายดังกล่าวเกิดจากการรวมตัวของประชาชนหลากหลายกลุ่ม ทั้งเกษตรกร คนจนเมือง แรงงาน กลุ่มชาติพันธุ์ ผู้หญิงนักปกป้องสิทธิ และผู้ได้รับผลกระทบจากโครงการขนาดใหญ่ โดยชี้ให้เห็นว่าอำนาจของธนาคารโลกและไอเอ็มเอฟไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการให้เงินกู้ แต่ยังครอบงำทิศทาง ‘การพัฒนา’ และสร้าง ‘จักรวรรดินิยมทางเศรษฐกิจ’ ที่เปิดทางให้กลุ่มทุนเข้าแสวงหาผลประโยชน์จากทรัพยากร ในขณะที่ความเสียหายและภาระหนี้สินกลับตกอยู่กับประชาชน
แถลงการณ์ยกตัวอย่างวิกฤตน้ำท่วมที่ผ่านมา ซึ่งประชาชนต้องใช้เงินและแรงงานของตนเองในการฟื้นฟูชีวิต ขณะที่ภาระหนี้สินไม่ได้ลดลง พร้อมวิจารณ์แนวทางการเยียวยาของรัฐบาลว่า ผู้ประสบภัยต้องการระบบความช่วยเหลือที่เข้าถึงได้อย่างทั่วถึง ไม่ใช่สิทธิที่ขึ้นอยู่กับการเข้าถึงผู้มีอำนาจ เครือข่ายมองว่าสิ่งเหล่านี้คือ ‘บิล’ ของระบบเศรษฐกิจที่ผลักภาระความเสี่ยงให้ประชาชนรับผิดชอบ ขณะที่ผลกำไรกระจุกตัวอยู่ด้านบน
นอกจากนี้ ยังมีการตอกย้ำถึงบริบทโครงสร้างอำนาจในไทยที่เครือข่ายเรียกว่า ‘ระบอบสีน้ำเงิน’ ซึ่งเป็นการเกื้อหนุนผลประโยชน์ร่วมกันระหว่างกลุ่มทุน บ้านใหญ่ และกลไกรัฐ นำมาสู่ข้อเรียกร้องให้ปรับเปลี่ยนโมเดลเศรษฐกิจจากฐานราก กระจายความมั่งคั่ง สร้างรัฐสวัสดิการถ้วนหน้า และคืนอำนาจเหนือทรัพยากรให้ประชาชน พร้อมตั้งคำถามถึงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14 ที่มุ่งเน้นการเติบโตทางเศรษฐกิจจนละเลยสิทธิของประชาชนในการกำหนดอนาคตตนเอง
ในประเด็นสิทธิและเสรีภาพ เครือข่ายได้ประณามกรณีที่สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ระงับการให้ใช้พื้นที่จัดแถลงข่าว โดยอ้างข้อกังวลต่อคำว่า ‘ต่อต้าน’ ในชื่อเครือข่าย ซึ่งถือเป็นการละเมิดเสรีภาพทางวิชาการและการแสดงออกอย่างร้ายแรง พร้อมย้ำว่ามหาวิทยาลัยของรัฐควรเป็นพื้นที่สาธารณะสำหรับการวิพากษ์วิจารณ์และตรวจสอบอำนาจ
ทั้งนี้ เครือข่ายยืนยันว่าจะเดินหน้าจัดการชุมนุมและปฏิบัติการเชิงสัญลักษณ์โดยสันติวิธีที่หน้าศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เพื่อให้เสียงของผู้อยู่นอกห้องประชุมส่งไปถึงผู้กำหนดนโยบาย พร้อมเชิญชวนสังคมร่วมจับตานโยบายเศรษฐกิจ และใช้แนวทางอารยะขัดขืนเพื่อปกป้องสิทธิ เสรีภาพ และอำนาจในการกำหนดชีวิตของตนเอง


