×

อนุทินรู้เต็มอก ประชาชนเกลียดคอร์รัปชัน ประกาศเช็กบิล แย้มมีบัญชีส่วนตัว หากทำสำเร็จ เผลอๆ แขวนนวม

โดย THE STANDARD TEAM
02.10.2026
  • LOADING...
อนุทิน ชาญวีรกูล กล่าวปาฐกถาพิเศษในงาน Dinner Talk ‘Zero Corruption: From Polity to Action’

วานนี้ (1 ตุลาคม) เวลา 19.00 น. ที่ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวปาฐกถาพิเศษในงาน Dinner Talk ‘Zero Corruption: From Polity to Action’ โดยมีปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี คณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม

 

อนุทินกล่าวว่า การจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐต้องกำหนดคุณสมบัติให้ไม่มีใครได้เปรียบหรือเสียเปรียบ ทุกคนที่อยู่ในธุรกิจต้องรู้ว่าสเปกที่ออกมาเป็นอย่างไร ใครจะได้งานต้องไม่มีเรื่องเหล่านี้เกิดขึ้นอีกต่อไป

 

“ตนเรียนตรงๆ ตนก็มาจากธุรกิจ วันนั้นตนประชุมที่กระทรวงมหาดไทย ตนบอกว่าทีโออาร์ไม่เคยมีปัญหา ตนอยู่กระทรวงมหาดไทย นายกฯ เป็น มท.1 ไม่เคยมีเรื่องทีโออาร์ ไม่เคยมีเรื่องประมูลต่ำสุด ถูกเตะออกเพราะสะกดสระอา สระอิผิด หรือถ่ายรูปไม่ชัด เขียนตัวเลขไทยเป็นตัวเลขอารบิก หรือเขียนตัวเลขอารบิกเป็นตัวเลขไทย แล้วก็เอางานไปให้คนลำดับที่สองได้ ลำดับที่สามตามการวิ่ง ในยุคที่ตนเป็น มท.1 เรื่องนี้หายไปเลย ไม่มีสเปกเปิดกว้าง ทำไมทำได้ ทั้งที่ตนยังไม่สั่งเต็มที่เลย เพราะเขารู้ว่าคนที่มากำกับดูแลกระทรวงนี้จับได้หมด คาดการณ์ล่วงหน้าได้

 

ตนยังคิดว่าวันหนึ่งจะหยอกเย้าเขาว่าเขียนสเปกแบบนี้มา รู้เลยว่าบริษัทอะไรได้ ฉะนั้นตรงนี้คือสิ่งที่ถามว่าเราทำได้ไหม เห็นไหม ยังไม่ทันทำก็ยังเกิดขึ้นได้ เราก็ต้องเอาคนที่รู้เรื่อง รู้ราวพวกนี้มากๆ ไปอยู่ในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐ วันนี้อย่างน้อยสิ่งเหล่านี้จะไม่มีวันรอดสายตาตน งานต่างๆ ตนบอกท่านเลย ฝากบอกคนที่ไม่มาด้วย ถ้าท่านรู้สึกถูกวางสเปก ถูกเรียกร้อง ถูกกลั่นแกล้ง ถูกดึงเช็ง ท่านไม่ต้องร้องเรียนใคร ท่านร้องเรียนมาที่ตน ตนเอนจอยกับการใช้เวลาอ่านเรื่องการกลั่นแกล้ง การประมูลภาครัฐ เพราะตนเคยโดนมา

 

และนี่ก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่วันนี้เรามาอยู่ในตำแหน่งที่เราเข้ามาแล้ว เราต้องเคลียร์เรื่องพวกนี้ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ วันนั้นมาถึงแล้ว ตนแฮปปี้ตั้งแต่เป็น มท.1 แล้ว ตนไม่เคยคิดว่าตนเป็นนายกรัฐมนตรี ตนเป็น มท.1 และรองนายกรัฐมนตรี คิดว่า ณ จุดนั้นตนสามารถทำประโยชน์ให้กับบ้านเมืองได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการทุจริตคอร์รัปชันในภาครัฐ ยิ่งวันนี้มันเลยเป้าหมายที่คาดหมายไว้”

 

“วันนี้ผมมาเป็นนายกรัฐมนตรี ก็ต้องยิ่งใช้สิ่งที่ตนมีอยู่ ขอบเขตอำนาจที่ผมถืออยู่กำจัดสิ่งที่คนไทยเกลียด นอกจากท่านเกลียดแล้ว ผมก็เกลียดด้วย ผมอาจจะหนักกว่าท่านหลายคนในที่นี้ เพราะเคยโดน เคยเป็นผู้ประสบเคราะห์กรรมมาด้วย ถูกถึงขนาดนักเลงหัวไม้เกือบถูกอุ้ม ถูกขู่ อายุยังไม่ถึง 30 ปี ไปไหนต้องมีคนดูแล 3-4 คน เพราะไปขัดใจคนที่สามารถจัดฮั้วได้ อยู่บ้านไม่ได้ นอนไม่ได้

 

ถามว่าวันนี้ผมอยู่ตรงนี้ ผมเช็กบิลแน่นอน ผมไม่มีทางปล่อยให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น เพราะผมทราบว่าถ้าผมทำตรงนี้ได้ ผมไม่ต้องมีผลงานอื่น ทำให้ท่านเห็นว่าการทุจริตคอร์รัปชันมันลดน้อยลงหรือหายไป ผมไม่กล้าพูดว่าให้มันหายไปเลย ซีโร่คอร์รัปชัน เราต้องเริ่มให้มันลดน้อยลงอย่างมีนัยสำคัญก่อน แล้วสังคม ความกดดัน และระบบก็จะทำให้การคอร์รัปชันหายไปจากสารบบของการทำงาน ของการจัดซื้อจัดจ้างของประเทศไทย

 

เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมขอให้ทุกท่านได้มีความมั่นใจ ผมมีบัญชีส่วนตัวอยู่ ผมพูดไปท่านอาจจะไม่เชื่อ มันเป็นไปได้ยังไง ท่านดูก็แล้วกัน พูดไปก็หาว่าคุย แต่ว่าเรื่องนี้ผมทำด้วยความอัดอั้นตันใจมานาน และวันนี้มันก็ถึงตรงนี้แล้ว ถ้าผมทำเรื่องนี้ได้ มันจะดีใจมากกว่าได้เป็นนายกรัฐมนตรีนานๆ ทำเรื่องนี้ได้เสร็จ เผลอๆ แขวนนวม พอแล้ว คุ้มแล้ว ตอบโจทย์ตัวเองได้แล้ว ได้ทำในสิ่งที่ตัวเองอยากทำได้แล้ว ปีนี้ผมมีเป้าหมายของผม และท่านก็มีความคาดหวัง แต่ผมก็จะทำในสิ่งที่ท่านคาดหวังให้มันเกิดขึ้น” อนุทินกล่าว

 

นายกรัฐมนตรีกล่าวด้วยว่า ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ระบบของเราทำให้การทุจริตคอร์รัปชันเกิดขึ้นได้ยาก หากรัฐบาลคิดจะคอร์รัปชัน จะนำเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ มาเป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง จะนำวิทัย รัตนากร มาเป็นผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะนำปกรณ์ นิลประพันธ์ มาเป็นรองนายกรัฐมนตรีและให้กำกับดูแลเรื่องการทุจริตคอร์รัปชันและการตรวจสอบ ส่วนกระทรวงพาณิชย์ก็มีเรื่องการจำนำข้าว หากอยากคอร์รัปชัน จะนำศุภจี สุธรรมพันธุ์ มาเป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์หรือ

 

จึงนำมืออาชีพเข้ามา นำคนที่ประชาชนนับถือเข้ามา และในกระทรวงมหาดไทย แม้ตนเป็นนายกรัฐมนตรีแล้ว ตนก็บอกว่าจะควบตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยด้วย เพราะอยู่ในกระทรวงนี้มา 2 ปีกว่า ตอนนี้ก็ 3 ปีกว่าแล้ว จึงพอรู้เส้นสนกลใน ทางหนีทีไล่ที่ดำเนินอยู่ในกระทรวง ก็พยายามเข้ามาดำเนินการ

 

การเป็นนายกรัฐมนตรีด้วย เรื่องนอมินี เรื่องจีนเทา ตนยอมหรือไม่ เรื่องทุจริตต่างๆ มีคนบอกว่ากระทรวงมหาดไทยมีรายได้ดีอย่างหนึ่งคือการให้วีซ่าคนอยู่ในประเทศและการให้สัญชาติ วันนี้ตนเซ็นเนรเทศคนออก ไม่เคยมี อย่างมากก็ดำเนินคดี พอพ้นคดีก็อยู่ต่อ แต่รัฐบาลชุดนี้เชิญคนต่างชาติที่คิดร้าย มาทำการร้าย มาทำสิ่งผิดกฎหมายต่อประเทศไทย ออกนอกประเทศ ตัดวงจร ซึ่งเมื่อบ่ายวันเดียวกันนี้ เพิ่งเซ็นเพิกถอนสัญชาติอิสราเอล เพราะเขาทำผิดกฎหมายและเป็นคนไทยด้วย ยึดสัญชาติไทยและเนรเทศออกไป สิ่งเหล่านี้จะเริ่มเป็นหลักปฏิบัติ หลักประกัน และทำต่อไปเรื่อยๆ อย่างไรก็ตาม เราก็ต้องยึดถือประโยชน์ของประเทศให้มากที่สุด

 

“เราเชื่อว่าถ้าตรงไหนมีแสงสว่างเพียงพอ เป็นโจรจริง โจรต้องกลัว คือตรงที่มีแสงสว่างเพียงพอ แล้วเปิดทุกอย่างให้มีแสงสว่าง เป็นแสงที่ส่องการทุจริต และไม่มีแสงเทียนไหนแรงเท่ากับหูตาของพี่น้องประชาชน ท่านต้องเป็นแสงสว่างเหล่านั้น เพื่อทำให้ภาครัฐและพวกท่าน ภาคประชาชน ภาคสื่อมวลชน สามารถเข้าถึงข้อมูลต่างๆ และนำมาตีแผ่

 

คนที่แจ้งเบาะแสก็ต้องได้รับความคุ้มครอง ไม่ใช่ถูกกลั่นแกล้ง ถูกข่มขู่จนเขาสละเจตนารมณ์ของการที่จะเป็นคนดี และต้องให้การคุ้มครองอย่างเต็มที่ และสุดท้าย เมื่อพบผู้กระทำผิดแล้ว เราก็ต้องปิดทางที่ใครก็ตามจะใช้อำนาจมาช่วยให้เขาพ้นผิด นี่คือกระบวนการยุติธรรม การดำเนินคดีต้องทำด้วยความรวดเร็ว ไม่มีการทุจริตเกิดขึ้นกลางทาง ต้องติดตามขยายผลไปจนถึงผู้สั่งการ และหาผู้กระทำผิดให้ได้มากที่สุด ติดตามทรัพย์ทางกฎหมายด้วย เพราะการจัดการทางคดีไม่เพียงพอ ต้องทำให้กระบวนการนี้หมดไปด้วยกัน ยึดทรัพย์และอายัดทรัพย์ ทำให้ทุกอย่างตกเป็นของรัฐ

 

ผมไม่ชอบเรื่องนี้ เป้าหมายคือทำให้มลายหายสิ้นไป ให้มันรู้ไปว่าประเทศนี้อธรรมจะชนะธรรมะ ประเทศเราต้องมีความหวัง การมีความหวังคือการต้องการให้ความหวังของเราเป็นจริงอยู่ตลอดเวลาได้ คือการป้องกัน การให้กำลังใจ การเป็นกำแพงให้เขาได้พิง ถ้าพวกเขาต้องไปต่อสู้กับของหนัก พวกผมไม่มีกำแพงไหนแข็งแกร่งเท่ากับประชาชนกับพวกท่าน

 

ถ้าท่านเห็นในสิ่งที่พวกผมทำอยู่เป็นสิ่งที่ชอบแล้ว ดีแล้ว ไม่เคยมีใครให้ความใส่ใจกับเรื่องปราบปรามทุจริตคอร์รัปชัน ส่งเสริมให้ข้าราชการได้ดำเนินการอย่างเต็มที่ ท่านส่งสัญญาณมา ประชาชนคือกำแพงที่อยู่ข้างหลังเรา ผมรับรอง เห็นช้างตัวเท่าลูกน้ำ ไม่ใช่เห็นช้างตัวเท่ามด และพร้อมที่จะดำเนินการเพื่อให้คนข้างหลังเราถูกใจสิ่งเหล่านี้ อยากฝากให้ท่านให้โอกาสพวกเราในการทำความหวังของท่านให้เป็นความจริง” นายกรัฐมนตรีกล่าว

 

นายกรัฐมนตรีกล่าวอีกว่า รัฐบาลที่มีตนเป็นหัวหน้าจะประเมินว่าการโกงในระบบลดลงหรือไม่ การตรวจสอบจะดีขึ้นหรือไม่ และเมื่อหลักฐานไปถึง จะดำเนินคดีกับคนที่กระทำผิดได้อย่างเต็มที่ ตรงไปตรงมา ปราศจากอิทธิพลหรือแรงกดดันใดๆ ได้หรือไม่ โดยตนมีความมั่นใจว่าประชาชนจะได้เห็นตลอดเวลาว่ารัฐบาลดำเนินการอย่างไรเมื่อเกิดการทุจริตคอร์รัปชัน จนทุกอย่างหายไป นี่คือพันธกิจของรัฐบาลชุดนี้

 

ตนพร้อมรับฟัง พร้อมให้ความร่วมมือและให้การสนับสนุนกับทุกภาคส่วน เพื่อให้ความสุจริตเป็นกติกาที่ใช้ได้จริง ทำให้คนที่ทำถูกต้องมีโอกาสก้าวหน้าในประเทศของเรา ทำให้คนที่คิดทุจริต คิดมิชอบ คิดโกงเงินภาษีของพวกเราได้รับโทษตามที่กฎหมายบัญญัติไว้

 

“แต่อย่าลืม ใครก็ตามคอร์รัปชันและได้รับโทษทางกฎหมาย ต่อให้จำคุกตลอดชีวิต ทั้งตระกูลของเขา คนที่เกี่ยวข้องกับเขาจะได้รับผลกระทบ สิ่งเหล่านี้จะต้องเกิดขึ้นในประเทศไทย และพวกเราจะต้องมีส่วนร่วมให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นโดยเร็วที่สุด”

  • LOADING...

READ MORE




Latest Stories

Close Advertising