ร่างแก้ไขกฎหมาย 4 ฉบับ ซึ่งเกี่ยวข้องกับไทยพีบีเอส กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กองทุนผู้สูงอายุ และกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ เสนอให้ยกเลิกการจัดเก็บเงินบำรุงจากผู้มีหน้าที่เสียภาษีสุราและยาสูบ โดยให้เหตุผลเรื่องการรักษาวินัยการเงินการคลังของรัฐให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน ทั้ง 4 ร่างอยู่ในขั้นตอนการรับฟังความคิดเห็นจนถึงวันที่ 14 ตุลาคม 2569
ประเด็นสำคัญ
ร่างพระราชบัญญัติองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย ร่างพระราชบัญญัติผู้สูงอายุ และร่างพระราชบัญญัติการกีฬาแห่งประเทศไทย ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม เสนอโดย ศุภชัย ใจสมุทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กับคณะ ส่วนร่างพระราชบัญญัติกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม เสนอโดย อนุทิน ชาญวีรกูล กับคณะ โดยเอกสารประกอบการพิจารณาระบุว่าทั้งหมดเป็นร่างกฎหมายเกี่ยวด้วยการเงิน
เหตุผลประกอบร่างกฎหมายทั้ง 4 ฉบับระบุในแนวทางเดียวกันว่า รัฐธรรมนูญกำหนดให้รัฐต้องรักษาวินัยการเงินการคลังอย่างเคร่งครัด เพื่อให้ฐานะทางการเงินการคลังมีเสถียรภาพและมั่นคงอย่างยั่งยืน พร้อมอ้างถึงมาตรา 26 แห่งพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 ซึ่งห้ามเสนอกฎหมายให้จัดเก็บภาษีอากรหรือค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้น เพื่อให้หน่วยงานของรัฐนำไปใช้จ่ายตามวัตถุประสงค์ของหน่วยงานหรือเพื่อการหนึ่งการใดเป็นการเฉพาะ ยกเว้นการจัดเก็บเพื่อเป็นรายได้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
แม้มาตรา 82 จะกำหนดไม่ให้นำมาตรา 26 ไปใช้กับกฎหมายที่กำหนดเรื่องดังกล่าวไว้และมีผลใช้บังคับก่อนพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 แต่ผู้เสนอร่างให้เหตุผลว่า บทบัญญัตินี้มีไว้สำหรับใช้เฉพาะกาล จึงสมควรยกเลิกบทบัญญัติที่ให้นำเงินจากผู้มีหน้าที่เสียภาษีสุราและยาสูบมาเป็นเงินบำรุง โดยไม่ต้องนำส่งเป็นรายได้แผ่นดิน
ไทยพีบีเอส: ปรับรายได้องค์การ ยกเลิกเงินบำรุงจากสุราและยาสูบ
ร่างพระราชบัญญัติองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. เสนอแก้ไขบทบัญญัติเรื่องทุน ทรัพย์สิน และรายได้ขององค์การ ตามมาตรา 11 (1)
ขณะเดียวกัน เสนอให้ยกเลิกมาตรา 12-16 ซึ่งเกี่ยวข้องกับการจัดเก็บเงินบำรุงองค์การจากผู้มีหน้าที่เสียภาษีตามกฎหมายว่าด้วยสุราและกฎหมายว่าด้วยยาสูบ รวมถึงหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับการจัดเก็บเงินดังกล่าว
สสส.: แก้ไขเงินและทรัพย์สินกองทุน ยกเลิกบทบัญญัติจัดเก็บเงินบำรุง
ร่างพระราชบัญญัติกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. เสนอแก้ไขบทบัญญัติเกี่ยวกับเงินและทรัพย์สินของกองทุน ตามมาตรา 6 (1) และ (3)
นอกจากนี้ เสนอให้ยกเลิกมาตรา 11-15 ซึ่งเป็นบทบัญญัติเกี่ยวกับการจัดเก็บเงินบำรุงกองทุนจากผู้มีหน้าที่เสียภาษีสุราและยาสูบ โดยใช้เหตุผลเรื่องการปรับระบบรายได้ให้สอดคล้องกับหลักวินัยการเงินการคลังเช่นเดียวกับร่างกฎหมายอีก 3 ฉบับ
กองทุนผู้สูงอายุ: จัดสรรเงินสงเคราะห์จากงบประมาณประจำปี เงินบริจาค และดอกผล
ร่างพระราชบัญญัติผู้สูงอายุ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. เสนอให้ยกเลิกการจัดเก็บเงินบำรุงกองทุนที่ได้รับตามกฎหมายว่าด้วยสุราและกฎหมายว่าด้วยยาสูบ โดยยกเลิกมาตรา 14 (2/1) มาตรา 15/1 มาตรา 15/2 และมาตรา 15/4-15/8
พร้อมกันนี้ เสนอแก้ไขมาตรา 15/3 วรรคหนึ่ง ให้คณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติจัดสรรเงินสำหรับจ่ายเป็นเงินสงเคราะห์เพื่อการยังชีพแก่ผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อยจากงบประมาณรายจ่ายประจำปี เงินบริจาคเข้ากองทุนที่มีวัตถุประสงค์เพื่อจ่ายเงินสงเคราะห์ดังกล่าว และดอกผลที่เกิดจากเงินหรือทรัพย์สินของกองทุน
กกท.: เพิ่มรายได้จากงบประมาณประจำปี ยกเลิกเงินบำรุงกองทุนกีฬาในอัตรา 2%
ร่างพระราชบัญญัติการกีฬาแห่งประเทศไทย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. เสนอเพิ่มมาตรา 11 (1/1) ให้การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) อาจมีรายได้จาก “เงินที่ได้รับจากงบประมาณรายจ่ายประจำปี” เพิ่มเติมจากแหล่งรายได้ที่กฎหมายเดิมกำหนดไว้ ได้แก่ รายได้จากทรัพย์สิน เงินอุดหนุนจากรัฐบาล รายได้จากการจัดการแข่งขันกีฬา และรายได้อื่น
ขณะเดียวกัน เสนอให้ยกเลิกมาตรา 36 (1) ซึ่งกำหนดให้เงินบำรุงที่จัดเก็บตามมาตรา 37 เป็นส่วนหนึ่งของเงินและทรัพย์สินของกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ
กองทุนดังกล่าวจัดตั้งขึ้นใน กกท. เพื่อเป็นทุนหมุนเวียนสำหรับการส่งเสริม สนับสนุน พัฒนา คุ้มครอง ช่วยเหลือ และจัดสวัสดิการที่เกี่ยวข้องกับการกีฬา โดยบทบัญญัติเดิมในมาตรา 37 กำหนดให้จัดเก็บเงินบำรุงจากผู้มีหน้าที่เสียภาษีสุราและยาสูบในอัตราร้อยละ 2 ของภาษีที่จัดเก็บจากสุราและยาสูบ
ร่างแก้ไขเพิ่มเติมเสนอให้ยกเลิกมาตรา 37-41 ซึ่งครอบคลุมอำนาจจัดเก็บเงินบำรุง หลักเกณฑ์การเรียกเก็บและนำส่ง หน้าที่ของผู้เสียภาษี การยกเว้นหรือคืนเงินบำรุง และเงินเพิ่มกรณีไม่ส่ง ส่งล่าช้า หรือส่งไม่ครบจำนวน
นอกจากนี้ เสนอให้ยกเลิกมาตรา 110 ซึ่งเป็นบทกำหนดโทษสำหรับผู้ไม่ส่งเงินบำรุงกองทุนหรือส่งไม่ครบจำนวน โดยบทบัญญัติเดิมกำหนดโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับตั้งแต่ 5-20 เท่าของเงินบำรุงที่ต้องนำส่ง หรือทั้งจำทั้งปรับ
ประเด็นที่เปิดรับฟังความคิดเห็นสำหรับร่างกฎหมาย กกท. ครอบคลุมการเพิ่มรายได้จากงบประมาณรายจ่ายประจำปี การยกเลิกเงินบำรุงจากสุราและยาสูบพร้อมหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง การยกเลิกบทกำหนดโทษ ตลอดจนปัญหาและอุปสรรคของระบบจัดเก็บเงินบำรุงในปัจจุบัน และข้อเสนอว่าร่างกฎหมายนี้จะช่วยแก้ไขปัญหาได้หรือไม่
ทั้งนี้ ร่างกฎหมายทั้ง 4 ฉบับยังอยู่ในขั้นตอนการรับฟังความคิดเห็นจนถึงวันที่ 14 ตุลาคม 2569 ข้อเสนอให้ยกเลิกเงินบำรุงและปรับแหล่งรายได้ดังกล่าวจึงยังไม่มีผลใช้บังคับ
สามารถแสดงความคิดเห็นร่างกฎหมายทั้ง 4 ฉบับได้ที่ https://www.parliament.go.th/section77/survey_list77.php


