วันนี้ (1 ตุลาคม) กรมอุตุนิยมวิทยารายงานว่า เมื่อเวลา 14.40 น. เรดาร์สุวรรณภูมิตรวจพบกลุ่มฝนบริเวณจังหวัดนครนายก ตอนล่างของกรุงเทพมหานคร และจังหวัดสมุทรสาคร โดยมีฝนหนักบางจุด และกลุ่มฝนเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้
นอกจากนี้ มีข้อมูลเรดาร์พบกลุ่มฝนบริเวณกรุงเทพมหานคร นนทบุรี นครปฐม และสมุทรสาคร มีทั้งฝนปานกลางและฝนหนัก โดยกลุ่มฝนส่วนใหญ่เคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตก และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น
ประชาชนที่กำลังจะเลิกงานหรือเดินทางกลับบ้านควรเผื่อเวลาและตรวจสอบเส้นทางก่อนออกเดินทาง เนื่องจากพื้นที่ที่มีฝนตกหนักอาจมีน้ำรอการระบาย รวมถึงทัศนวิสัยในการเดินทางลดลง
ขณะเดียวกัน มีรายงานว่าหลายจุดในย่านลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร มีลูกเห็บตกท่ามกลางฝนฟ้าคะนอง
กรมอุตุนิยมวิทยาอธิบายว่า ‘ลูกเห็บ’ เป็นหยาดน้ำฟ้าที่ตกลงมาในลักษณะก้อนน้ำแข็ง มีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 5–50 มิลลิเมตร หรือ 0.2–2.0 นิ้ว แต่บางครั้งอาจมีขนาดใหญ่กว่านั้น โดยอาจตกลงมาเป็นก้อนเดี่ยว หรือเกาะรวมกันเป็นก้อนขรุขระ
สำหรับประเทศไทย ลูกเห็บมักเกิดในช่วงพายุฝนฟ้าคะนองในฤดูร้อน ระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ถึงพฤษภาคม โดยเฉพาะพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
กรมอุตุนิยมวิทยายังอธิบายความหมายของหยาดน้ำฟ้าและฝนประเภทต่างๆ ซึ่งมีลักษณะแตกต่างกัน ดังนี้
- หยาดน้ำฟ้า หรือ น้ำฟ้า หมายถึง น้ำที่ตกจากเมฆลงมาถึงพื้นดินในรูปแบบต่างๆ ทั้งของเหลว เช่น ฝน และของแข็ง เช่น หิมะหรือลูกเห็บ
- ฝน หรือ น้ำฝน หมายถึง หยาดน้ำฟ้าที่ตกลงมาเป็นหยดน้ำ มีเส้นผ่านศูนย์กลางมากกว่า 0.5 มิลลิเมตร
- ฝนละออง หรือ ฝนหยิม หมายถึง เม็ดฝนขนาดเล็กละเอียดเป็นละออง ตกค่อนข้างสม่ำเสมอ มีเส้นผ่านศูนย์กลางน้อยกว่า 0.5 มิลลิเมตร
- ฝนซู่ หรือ ฝนไล่ช้าง หมายถึง ฝนที่ตกหนักอย่างกะทันหันในระยะเวลาสั้นๆ มีเสียงดัง มักเริ่มตกและหยุดอย่างฉับพลัน โดยความแรงของฝนเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
- ฝนชะช่อมะม่วง หรือ ฝนชะลาน เป็นคำเรียกฝนที่ตกนอกฤดูฝน มีปริมาณไม่มาก เกิดในช่วงเดือนมกราคมถึงมีนาคม ซึ่งเป็นช่วงที่ไม้ผลกำลังออกดอก โดยเฉพาะมะม่วง ส่วนชื่อ ‘ฝนชะลาน’ เป็นคำที่ชาวนาใช้เรียก เนื่องจากฝนตกในช่วงที่กำลังนวดข้าวบนลาน
- ฝนฟ้าคะนอง หมายถึง หยาดน้ำฟ้าที่อาจเป็นเม็ดฝน ลูกเห็บ หรือหิมะ ตกหนักในช่วงเวลาสั้นๆ แล้วหยุดอย่างฉับพลัน โดยเกิดร่วมกับฟ้าคะนอง


