การประชุมสภาผู้แทนราษฎรเกิดความวุ่นวายขึ้นในช่วงกระทู้ถามทั่วไป เมื่อ รังสิมันต์ โรม สส. แบบบัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ตั้งกระทู้ถาม ไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE) ถึงความคืบหน้ากรณีมีการเสนอสินบน 40 ล้านบาท ซึ่งรังสิมันต์เคยเปิดประเด็นไว้ตั้งแต่ปลายปี 2568
ประเด็นสำคัญ
รังสิมันต์จี้ถามถึงการดำเนินการกับบุคคลที่เกี่ยวข้อง ทั้ง ฉัตรมงคล ผู้เชี่ยวชาญ สส.อยุธยา ที่เชื่อว่าเป็นผู้ประสานงาน และ ‘คิว’ ภูวิศิษฐ์ เจ้าของกาสิโนในประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งคาดว่าเป็นฐานปฏิบัติการของกลุ่มสแกมเมอร์ข้ามชาติ รวมถึงการตรวจสอบเส้นทางการเงินของบุคคลที่เชื่อมโยง เช่น วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย
ไชยชนก ชี้แจงว่า หลังจากการอภิปรายในสภา ได้มีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบภายในกระทรวง DE แล้ว แต่ไม่พบหลักฐานความเชื่อมโยงกับคนในกระทรวง อย่างไรก็ตาม ตนได้ส่งข้อมูลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการขยายผลและร้องทุกข์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว พร้อมยืนยันว่าการที่ตนนำเรื่องนี้มาเปิดเผยต่อสภา ถือเป็นการแสดงเจตนารมณ์ที่ชัดเจนในการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หากตนมีส่วนเกี่ยวข้องกับกระบวนการดังกล่าว ก็ไม่มีเหตุผลที่จะต้องนำเรื่องนี้มาเปิดเผย
รัฐมนตรีว่าการกระทรวง DE ยังกล่าวถึงผลงานการปราบปรามกลุ่มสแกมเมอร์และเครือข่ายเว็บพนัน โดยระบุว่าสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 52 ราย และยึดทรัพย์กว่า 1.7 หมื่นล้านบาท พร้อมระบุถึงการดำเนินคดีที่จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งเชื่อมโยงกับบุคคลชื่อ สิทธิชัย เชื้อทอง ในข้อหาจัดให้มีการเล่นการพนันและฟอกเงิน รวมถึงคดีนอมินี ฟอเร็กซ์ และการฟอกเงินอื่นๆ โดยแนะให้รังสิมันต์ส่งข้อมูลเบาะแสทั้งจากบุคคลในและนอกพรรค หากมีความจริงใจในการปราบปราม
รังสิมันต์ โต้กลับว่า สิทธิชัย เชื้อทอง ไม่ใช่ สส. พรรคประชาชน ตามที่รัฐมนตรีกล่าวอ้าง และยืนยันว่าพรรคพร้อมให้มีการตรวจสอบและไม่ปกป้องผู้กระทำผิด แต่ขอให้การตรวจสอบเป็นไปอย่างเท่าเทียม โดยพาดพิงให้มีการตรวจสอบ สส. หญิง จังหวัดชัยภูมิ ซึ่งมีสามีที่อาจจะพัวพันกับเครือข่ายสแกมเมอร์และอาชญากรรมข้ามชาติด้วย
“หากจะใช้กฎหมายควรดำเนินการให้ครอบคลุม ไม่ใช่จัดการแต่พรรคสีส้ม ส่วนสีน้ำเงินนั้นรอด สิ่งที่ผมอยากทราบคือ ทำไมตัวการใหญ่อย่าง ‘คิว’ ถึงยังไม่ถูกดำเนินการ ทำให้ผมสงสัยว่าที่คดีนายคิวมีความล่าช้า เป็นเพราะรัฐมนตรีกล่าวเท็จในสภา เพื่อใส่ร้ายพรรคผม หรือเป็นเพราะนายคิวคือผู้มีพระคุณต่อพรรคและพวกพ้องของท่าน ทำให้กฎหมายแตะต้องไม่ได้ ผมขอคำตอบที่ชัดเจน” รังสิมันต์ กล่าว
ไชยชนก ชี้แจงเพิ่มเติมว่า ข้อมูลเรื่อง สิทธิชัย เชื้อทอง นั้น ตนอ่านผิดพลาด และยอมรับว่าบุคคลดังกล่าวไม่ใช่อดีต สส. สมุทรปราการ แต่เป็นนักการเมืองท้องถิ่นของคณะก้าวหน้า พร้อมยืนยันว่าการดำเนินการเป็นไปตามพยานหลักฐาน ไม่ได้พุ่งเป้าไปที่พรรคการเมืองใดพรรคหนึ่ง ส่วนกรณีที่พาดพิง สส. หญิง ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย ขอให้ส่งหลักฐานมา ตนพร้อมตรวจสอบโดยไม่มีข้อยกเว้น และยืนยันว่าได้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่และจริงใจในการตรวจสอบกรณีของ ‘คิว’
รังสิมันต์ ตอบกลับว่า ตนรับได้ที่รัฐมนตรีชี้แจงว่าอ่านข้อมูลผิดพลาด และไม่ปฏิเสธว่าอาจมีบุคคลที่เคยร่วมงานกับพรรคมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องผลประโยชน์ แต่บุคคลเหล่านั้นก็ไม่ได้ร่วมงานกับพรรคแล้ว พร้อมสนับสนุนให้รัฐมนตรีดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดเพื่อสร้างบรรทัดฐานให้กับทุกพรรคการเมือง แต่ต้องดำเนินการอย่างเสมอภาค ไม่ใช่เพ่งเล็งเฉพาะพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง
สุชาดาจี้ ‘โรม’ ถอนคำพูดพาดพิงสามี จนลุกลามบานปลาย
สถานการณ์ในห้องประชุมเริ่มตึงเครียดขึ้น เมื่อ สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ สส. ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย ใช้สิทธิพาดพิง โดยระบุว่าตนเป็น สส. หญิง จังหวัดชัยภูมิ เพียงคนเดียวของพรรคภูมิใจไทย การกล่าวหาของรังสิมันต์ทำให้ตนได้รับความเสียหาย และเรียกร้องให้รังสิมันต์ถอนคำพูด เนื่องจากเป็นการกล่าวหาที่เลื่อนลอย ไม่มีหลักฐาน และใช้อารมณ์ในการปลุกปั่น
มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รองประธานสภาฯ คนที่ 1 ซึ่งทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม พยายามไกล่เกลี่ย โดยขอให้รังสิมันต์ถอนคำพูดพาดพิง สส. หญิง จังหวัดชัยภูมิ เนื่องจากทำให้เกิดความเข้าใจผิดและเสื่อมเสียชื่อเสียง แต่รังสิมันต์ยืนยันที่จะไม่ถอนคำพูด พร้อมท้าให้สุชาดาชี้แจงความบริสุทธิ์หากมีพยานหลักฐาน และระบุว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับความเป็นลูกผู้ชายหรือลูกผู้หญิง
เมื่อรังสิมันต์ยืนกรานไม่ถอนคำพูด มัลลิกาจึงมีคำสั่งเชิญรังสิมันต์ออกจากห้องประชุม ซึ่งรังสิมันต์ยอมรับคำสั่งและเดินออกจากห้องประชุมไป จากนั้น มัลลิกาได้กำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจรัฐสภา ห้ามมิให้รังสิมันต์กลับเข้ามาในห้องประชุมอีกตลอดการประชุมในวันนี้
ความวุ่นวายยังคงดำเนินต่อไป เมื่อ ณัฐวุฒิ บัวประทุม สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ประท้วงการทำหน้าที่ของประธาน และเสนอให้นับองค์ประชุม ทำให้ กรวีร์ ปริศนานันทกุล และ ภราดร ปริศนานันทกุล สส. อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ลุกขึ้นท้วงติงว่าพรรคประชาชนกำลังเล่นเกมการเมือง และวอล์กเอาต์เมื่อสู้ด้วยเหตุผลไม่ได้ ทั้งที่ยังมีวาระการพิจารณากฎหมายและกระทู้ถามสดอื่นๆ รออยู่
ท้ายที่สุด มัลลิกาได้อธิบายถึงเหตุผลในการเปิดโอกาสให้สมาชิกได้แสดงความคิดเห็น และขอให้ณัฐวุฒิถอนญัตติการนับองค์ประชุม ซึ่งณัฐวุฒิยอมถอนญัตติดังกล่าว เพื่อให้การประชุมดำเนินต่อไปได้
แถลงโต้รังสิมันต์โตแล้วอย่าพูดเลื่อนลอย ลั่นเตรียมฟ้องหมิ่นประมาท
ต่อมาในเวลา 13.50 น. สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ สส. ชัยภูมิ พรรคภูมิใจไทย ได้ตั้งโต๊ะแถลงข่าวถึงกรณีดังกล่าว โดยระบุว่าการที่รังสิมันต์กล่าวพาดพิงถึงการประกอบอาชีพของสามีตนอย่างเลื่อนลอยและปราศจากหลักฐาน เป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อรังสิมันต์ดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งควรใช้ช่องทางของกรรมาธิการในการตรวจสอบอย่างถูกต้องตามระเบียบ
สุชาดาท้าให้รังสิมันต์นำหลักฐานมาเปิดเผย หากมั่นใจในสิ่งที่กล่าวอ้าง และระบุว่าการพูดโดยไม่มีหลักฐานเป็นการเอาเปรียบสามีของตนที่ไม่สามารถมาชี้แจงในสภาได้ พร้อมยืนยันว่าตนได้ยื่นบัญชีทรัพย์สินอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และพร้อมต่อสู้เพื่อปกป้องชื่อเสียงของครอบครัว โดยหลังจากนี้จะปรึกษาทนายความเพื่อดำเนินคดีข้อหาหมิ่นประมาทให้ถึงที่สุด


