วันนี้ (30 กันยายน) รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พิพัฒน์ รัชกิจประการ พร้อมด้วย สิริพงษ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม, ผู้บริหาร บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน), สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) และ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT
ประเด็นสำคัญ
- เคลียร์ชัดกระแสข่าวลือ ยืนยัน ‘ไม่ปิด Cargo การบินไทย’
- ยอมรับภาพลักษณ์กระทบ สื่อสารโปร่งใส ‘ไม่โยนความรับผิดชอบ’
- การบินไทย เร่งคลี่คลายวิกฤตบริการภาคพื้น เร่งเคลียร์กระเป๋าตกค้าง 26-28 ก.ย. คาดฟื้นเที่ยวบินปกติ 100% ใน 7 วัน
- กางไทม์ไลน์ฟื้นฟูเที่ยวบิน ตั้งเป้าเข้าสู่ภาวะปกติภายใน 7 วัน
- ตั้งทีมเฉพาะกิจเคลียร์กระเป๋า 26-28 ก.ย. ได้ ทอท. เสริมทัพ
เพื่อหาแนวทางแก้ไขผลกระทบจากวิกฤตปัญหาน้ำท่วมใหญ่ตั้งแต่วันที่ 26–28 กันยายน 2569 ส่งผลให้พนักงานบริการภาคพื้น (Ground Handling) ของการบินไทยไม่สามารถเดินทางมาทำงานได้ตามปกติ เกิดสะสมของสัมภาระตกค้างรวมกว่า 10,000 ใบ และเที่ยวบินดีเลย์หลายเที่ยว และปัญหาอาจลุกลามไปยังการให้บริการ Air Cargo สินค้าของการบินไทย ซึ่งภายหลังประชุมร่วมกันมีความคืบหน้าดังนี้
สถานการณ์ความระส่ำระสาย ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ตั้งแต่วันที่ 26, 27 และ 28 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลให้เกิดปัญหาเที่ยวบินล่าช้าและมีสัมภาระของผู้โดยสารตกค้างสะสมเป็นจำนวนมาก ได้รับการชี้แจงอย่างเป็นทางการจาก พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วย สิริพงษ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม, ผู้บริหาร บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน), สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) และ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT
พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พิพัฒน์ รัชกิจประการระบุว่า ต้นเหตุสำคัญมาจากภัยธรรมชาติน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ ส่งผลให้พนักงานของการบินไทย ซึ่งเป็นผู้ดูแลระบบบริการภาคพื้น (Ground Handling) รายใหญ่ที่สุด ไม่สามารถเดินทางออกจากบ้านมาปฏิบัติงานได้เต็ม 100% ประกอบกับการบินไทยเป็นสายการบินแห่งชาติที่รับผิดชอบปริมาณเที่ยวบินสูงที่สุด เมื่อเกิดเหตุสะสมในช่วงเวลาสั้นๆ จึงทำให้การปรับตัวทำได้ยากลำบาก ส่งผลให้ในช่วงวันที่ 26–28 กันยายน มีกระเป๋าสัมภาระตกค้างสะสมรวมกันสูงถึงประมาณ 10,000 ใบ
สำหรับความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหานั้น ณ วันที่ 30 กันยายน สามารถดำเนินการเคลียร์และจัดส่งสัมภาระคืนแก่ผู้โดยสารไปแล้วประมาณ 1,800 ใบ คงเหลือสัมภาระตกค้างสะสมอยู่ราว 8,000 ใบ โดยส่วนหนึ่งกองอยู่ที่หน้าลาน และอีกราว 4,000 ชิ้น อยู่ในพื้นที่ด้านใน
ทั้งนี้ ยืนยันว่าตั้งแต่วันที่ 29 และ 30 กันยายนเป็นต้นไป การบินไทยสามารถเคลียร์สัมภาระประจำวันได้จบแบบวันต่อวัน ทำให้ไม่มียอดกระเป๋าตกค้างสะสมใหม่เพิ่มขึ้น ตัวเลขตกค้างจึงเหลือเพียงสัมภาระจากวันที่ 26–28 กันยายนเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากขีดความสามารถปกติของการคัดแยกกระเป๋าอยู่ที่ประมาณ 2,000 ใบต่อวัน และจำเป็นต้องใช้เจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญของการบินไทยในการตรวจสอบแท็ก (Tag) และรหัสสัมภาระ ทางรัฐบาลจึงได้ประสานขอความช่วยเหลือจากกองทัพอากาศ นำกำลังพลทหารเสริมเข้ามาอีก 100 นาย เพื่อช่วยยกและขนย้ายสัมภาระ รวมถึงทาง กพท. ได้ประสานเคลื่อนย้ายเครื่องจักรและอุปกรณ์ขนส่งสินค้าจำนวน 12 ชุด พร้อมเจ้าหน้าที่ขับเคลื่อนจากกองบิน 6 เข้ามาสมทบ
“เราพยายามเคลียร์ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 1-2 ตุลาคม แต่อาจจะมี Error ไปถึงวันที่ 2 ตุลาคม ซึ่งต้องขออภัยผู้โดยสารอย่างยิ่ง” พิพัฒน์ กล่าว
พร้อมระบุว่าได้สั่งการให้การบินไทยและ AOT รายงานความคืบหน้าทุกๆ 8 ชั่วโมง และนัดหารือติดตามสถานการณ์ต่อเนื่องทุกวัน
เคลียร์ชัดกระแสข่าวลือ ยืนยัน ‘ไม่ปิด Cargo การบินไทย’
ต่อกระแสข่าวลือสะพัดเกี่ยวกับความเสี่ยงที่จะต้องปิดบริการขนส่งสินค้าทางอากาศ (Cargo) ของการบินไทยนั้น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้สยบข่าวลือดังกล่าวอย่างชัดเจน โดยระบุว่า ได้หารือร่วมกับผู้บริหารการบินไทยและ AOT เพื่อขอร้องไม่ให้มีการหยุดหรือปิดการรับส่งสินค้า
แนวทางแก้ไขคือ การขอความร่วมมือให้ AOT เคลียร์พื้นที่บางส่วนภายในสนามบิน พร้อมจัดตั้งเต็นท์ป้องกันฝน เพื่อนำสินค้าที่ตกค้างบนรถบรรขนส่งมาจัดวางพักไว้ชั่วคราว ซึ่งแม้อาจทำให้กระบวนการขนส่งสินค้าเกิดการชะลอตัวลงไปบ้าง แต่ยืนยันว่าจะไม่มีการปิดให้บริการ Cargo อย่างแน่นอน
ทั้งนี้ก่อนหน้่านี้ซึ่งก่อนหน้านี้ การบินไทย ออกประกาศแจ้งว่าจะหยุดให้บริการ Air Cargo เป็นระยะเวลา 6 วัน ระหว่าง 1-6 ตุลาคม 2569
[Error: Image 1 not found]
ในส่วนของการดูแลผู้โดยสาร การบินไทยได้จัดตั้ง War Room เพื่อเร่งคัดแยกสัมภาระและติดต่อนัดหมายผู้โดยสารตามข้อมูลคอนแทกต์ที่บันทึกไว้
- ผู้โดยสารในประเทศ/ชาวไทย สามารถเลือกรับสัมภาระเอง หรือให้จัดส่งถึงที่พัก โดยการบินไทยได้ประสานงานกับไปรษณีย์ไทยในการจัดส่งให้ฟรีตลอดเวลา
- ผู้โดยสารเปลี่ยนเครื่อง (Transit) เป็นกลุ่มที่ห่วงกังวลมากที่สุด เนื่องจากผู้โดยสารบางส่วนปฏิเสธที่จะเดินทางต่อจนกว่าจะได้กระเป๋า เจ้าหน้าที่ต้องทำการรื้อค้นหาแบบรายใบเพื่อแมตชิงสัมภาระให้แก่ผู้โดยสาร
- การเยียวยาความเสียหาย หากสัมภาระสูญหาย การบินไทยมีประกันภัยรองรับและพร้อมรับผิดชอบค่าเสียหายทั้งหมด รวมถึงกรณีเที่ยวบินล่าช้าหรือการเปลี่ยนเที่ยวบิน การบินไทยพร้อมรับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น
ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวผ่านสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับเที่ยวบิน TG 924 วันที่ 28
กันยายน เส้นทางไปยังมิวนิก ซึ่งอ้างว่ามีสัมภาระตกค้าง ณ ปลายทางโดยไม่มีผู้โดยสารรับจำนวน 70 ใบนั้น พิพัฒน์ชี้แจงว่าอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง เนื่องตามมาตรการความปลอดภัยการบินระดับสากล สัมภาระจะไม่สามารถเดินทางไปกับเที่ยวบินได้หากผู้โดยสารไม่ได้ขึ้นเครื่อง
ยอมรับภาพลักษณ์กระทบ สื่อสารโปร่งใส ‘ไม่โยนความรับผิดชอบ’
พิพัฒน์ กล่าวทิ้งท้ายถึงผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศว่า ปัจจุบันไม่สามารถปิดกั้นข้อมูลข่าวสารได้เนื่องจากทุกคนบนโลกออนไลน์คือสื่อมวลชน สิ่งสำคัญที่สุดคือการยอมรับความจริงและร่วมมือกันแก้ไขปัญหา
“เรื่องภาพลักษณ์เราเสีย ก็ต้องยอมรับว่าสิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้โซเชียลไปทั่วโลก ปิดกั้นไปก็ไม่มีประโยชน์ มีอะไรมาร่วมกันแก้ไขปัญหาดีกว่า วันนี้เราทำงานกันเป็น ‘ทีมประเทศไทย’ ไม่ต้องไปโยนว่าไม่ใช่ความรับผิดชอบของใคร แต่พวกเราทุกคนต้องร่วมกันรับผิดชอบและแก้ปัญหาให้จบเร็วที่สุด” พิพัฒน์ กล่าว
การบินไทย เร่งคลี่คลายวิกฤตบริการภาคพื้น เร่งเคลียร์กระเป๋าตกค้าง 26-28 ก.ย. คาดฟื้นเที่ยวบินปกติ 100% ใน 7 วัน
ชาย เอี่ยมศิริ เปิดเผยถึงสถานการณ์ด้านบุคลากรว่า ล่าสุดในช่วงเช้าของวันที่ 30 กันยายน บุคลากรด่านหน้า หรือฟรอนต์ไลน์ (Frontline) กลับเข้าปฏิบัติงานแล้วประมาณ 90% ขณะที่บุคลากรในฝ่ายปฏิบัติการ (Operation) กลับมาทำงานแล้วราว 80%
อย่างไรก็ตาม CEO การบินไทย ยอมรับว่า แม้กำลังพลจะกลับมาเกือบสมบูรณ์แล้ว แต่เนื่องจากยังมีภาระงานค้างสะสม (Backlog) ทั้งสัมภาระที่มองเห็นบริเวณหน้างาน รวมถึงกระเป๋าที่ยังค้างอยู่ในระบบ Transfer Terminal บริษัทฯ จึงต้องเร่งนำกำลังการผลิต (Capacity) กลับมาให้ได้โดยเร็วที่สุด เพื่อลำเลียงผู้โดยสารตกค้างและนำสัมภาระออกจากระบบให้เร็วที่สุด
กางไทม์ไลน์ฟื้นฟูเที่ยวบิน ตั้งเป้าเข้าสู่ภาวะปกติภายใน 7 วัน
ในด้านการบริหารจัดการเที่ยวบิน การบินไทยได้เปิดเผยโครงสร้างเที่ยวบินและแผนการฟื้นฟู ดังนี้
- ภาวะปกติ: การบินไทยมีเที่ยวบินขาออกอยู่ที่ประมาณ 115 เที่ยวบินต่อวัน (หากนับรวมเที่ยวบินไป-กลับ จะอยู่ที่ 230 เที่ยวบิน)
- ช่วงเกิดปัญหา: ในวันที่ 2 ของการเกิดเหตุ บริษัทฯ จำเป็นต้องปรับลดเที่ยวบินลงไปประมาณ 28 เที่ยวบิน
- วันที่ 1 ตุลาคม: ปรับลดการยกเลิกเที่ยวบินเหลือเพียง 15 เที่ยวบิน ทำให้สามารถเปิดทำการบินได้ 100 เที่ยวบิน
- วันที่ 2 ตุลาคม: ขยับเพิ่มเที่ยวบินขึ้นมาอยู่ที่ 105 เที่ยวบิน ซึ่งเข้าใกล้กับ Capacity ปัจจุบัน
- เป้าหมาย 7 วัน: ตั้งเป้าหมายนำเที่ยวบินกลับเข้าสู่ระดับปกติที่ 115 เที่ยวบินต่อวัน ภายใน 7 วัน ซึ่งเมื่อประเมินจากไทม์ไลน์ปัจจุบันเชื่อว่าเป็นไปได้อย่างแน่นอน
ตั้งทีมเฉพาะกิจเคลียร์กระเป๋า 26-28 ก.ย. ได้ ทอท. เสริมทัพ
สำหรับมาตรการเยียวยาและจัดการสัมภาระของผู้โดยสาร ชาย เอี่ยมศิริ ระบุว่า บริษัทฯ ให้ความสำคัญสูงสุด กับผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ในช่วงวันที่ 26, 27 และ 28 กันยายน โดยได้จัดแบ่งทีมงานออกเป็นชุดเฉพาะกิจเพื่อรับหน้าที่เคลียร์และจัดส่งกระเป๋าที่ยังตกค้างคืนแก่ผู้โดยสารโดยเฉพาะ
นอกจากนี้ การบินไทยยังได้แสดงความขอบคุณไปยัง บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. (AOT) ที่ได้ส่งทีมงานเข้ามาช่วยเหลือในการจัดสรรพื้นที่เพิ่มเติม พร้อมทั้งช่วยจัดระบบคัดแยกสัมภาระให้มีความรวดเร็วและเป็นระเบียบมากยิ่งขึ้น

