×

‘พิพัฒน์’ ถกผู้บริหารการบินไทย ยันไม่ปิด คาร์โก้ กระเป๋าตกค้างสุวรรณภูมิหมื่นใบ สั่งระดมกำลังกองทัพ-AOT เร่งเคลียร์จบใน 1-2 ต.ค. นี้ คาดฟื้นเที่ยวบินปกติ 100% ใน 7 วัน

01.10.2026
  • LOADING...
พิพัฒน์ รัชกิจประการ แถลงข่าวร่วมกับผู้บริหารการบินไทยและ AOT กรณีปัญหากระเป๋าตกค้าง

วันนี้ (30 กันยายน) รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พิพัฒน์ รัชกิจประการ พร้อมด้วย สิริพงษ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม, ผู้บริหาร บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน), สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) และ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT

 

ประเด็นสำคัญ

 

 

เพื่อหาแนวทางแก้ไขผลกระทบจากวิกฤตปัญหาน้ำท่วมใหญ่ตั้งแต่วันที่ 26–28 กันยายน 2569 ส่งผลให้พนักงานบริการภาคพื้น (Ground Handling) ของการบินไทยไม่สามารถเดินทางมาทำงานได้ตามปกติ เกิดสะสมของสัมภาระตกค้างรวมกว่า 10,000 ใบ และเที่ยวบินดีเลย์หลายเที่ยว และปัญหาอาจลุกลามไปยังการให้บริการ Air Cargo สินค้าของการบินไทย ซึ่งภายหลังประชุมร่วมกันมีความคืบหน้าดังนี้

 

สถานการณ์ความระส่ำระสาย ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ตั้งแต่วันที่ 26, 27 และ 28 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลให้เกิดปัญหาเที่ยวบินล่าช้าและมีสัมภาระของผู้โดยสารตกค้างสะสมเป็นจำนวนมาก ได้รับการชี้แจงอย่างเป็นทางการจาก พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วย สิริพงษ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม, ผู้บริหาร บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน), สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) และ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT

 

พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พิพัฒน์ รัชกิจประการระบุว่า ต้นเหตุสำคัญมาจากภัยธรรมชาติน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ ส่งผลให้พนักงานของการบินไทย ซึ่งเป็นผู้ดูแลระบบบริการภาคพื้น (Ground Handling) รายใหญ่ที่สุด ไม่สามารถเดินทางออกจากบ้านมาปฏิบัติงานได้เต็ม 100% ประกอบกับการบินไทยเป็นสายการบินแห่งชาติที่รับผิดชอบปริมาณเที่ยวบินสูงที่สุด เมื่อเกิดเหตุสะสมในช่วงเวลาสั้นๆ จึงทำให้การปรับตัวทำได้ยากลำบาก ส่งผลให้ในช่วงวันที่ 26–28 กันยายน มีกระเป๋าสัมภาระตกค้างสะสมรวมกันสูงถึงประมาณ 10,000 ใบ

 

สำหรับความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหานั้น ณ วันที่ 30 กันยายน สามารถดำเนินการเคลียร์และจัดส่งสัมภาระคืนแก่ผู้โดยสารไปแล้วประมาณ 1,800 ใบ คงเหลือสัมภาระตกค้างสะสมอยู่ราว 8,000 ใบ โดยส่วนหนึ่งกองอยู่ที่หน้าลาน และอีกราว 4,000 ชิ้น อยู่ในพื้นที่ด้านใน

 

ทั้งนี้ ยืนยันว่าตั้งแต่วันที่ 29 และ 30 กันยายนเป็นต้นไป การบินไทยสามารถเคลียร์สัมภาระประจำวันได้จบแบบวันต่อวัน ทำให้ไม่มียอดกระเป๋าตกค้างสะสมใหม่เพิ่มขึ้น ตัวเลขตกค้างจึงเหลือเพียงสัมภาระจากวันที่ 26–28 กันยายนเท่านั้น

 

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากขีดความสามารถปกติของการคัดแยกกระเป๋าอยู่ที่ประมาณ 2,000 ใบต่อวัน และจำเป็นต้องใช้เจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญของการบินไทยในการตรวจสอบแท็ก (Tag) และรหัสสัมภาระ ทางรัฐบาลจึงได้ประสานขอความช่วยเหลือจากกองทัพอากาศ นำกำลังพลทหารเสริมเข้ามาอีก 100 นาย เพื่อช่วยยกและขนย้ายสัมภาระ รวมถึงทาง กพท. ได้ประสานเคลื่อนย้ายเครื่องจักรและอุปกรณ์ขนส่งสินค้าจำนวน 12 ชุด พร้อมเจ้าหน้าที่ขับเคลื่อนจากกองบิน 6 เข้ามาสมทบ

 

“เราพยายามเคลียร์ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 1-2 ตุลาคม แต่อาจจะมี Error ไปถึงวันที่ 2 ตุลาคม ซึ่งต้องขออภัยผู้โดยสารอย่างยิ่ง” พิพัฒน์ กล่าว

 

พร้อมระบุว่าได้สั่งการให้การบินไทยและ AOT รายงานความคืบหน้าทุกๆ 8 ชั่วโมง และนัดหารือติดตามสถานการณ์ต่อเนื่องทุกวัน

 

เคลียร์ชัดกระแสข่าวลือ ยืนยัน ‘ไม่ปิด Cargo การบินไทย’

 

ต่อกระแสข่าวลือสะพัดเกี่ยวกับความเสี่ยงที่จะต้องปิดบริการขนส่งสินค้าทางอากาศ (Cargo) ของการบินไทยนั้น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้สยบข่าวลือดังกล่าวอย่างชัดเจน โดยระบุว่า ได้หารือร่วมกับผู้บริหารการบินไทยและ AOT เพื่อขอร้องไม่ให้มีการหยุดหรือปิดการรับส่งสินค้า

 

แนวทางแก้ไขคือ การขอความร่วมมือให้ AOT เคลียร์พื้นที่บางส่วนภายในสนามบิน พร้อมจัดตั้งเต็นท์ป้องกันฝน เพื่อนำสินค้าที่ตกค้างบนรถบรรขนส่งมาจัดวางพักไว้ชั่วคราว ซึ่งแม้อาจทำให้กระบวนการขนส่งสินค้าเกิดการชะลอตัวลงไปบ้าง แต่ยืนยันว่าจะไม่มีการปิดให้บริการ Cargo อย่างแน่นอน

 

ทั้งนี้ก่อนหน้่านี้ซึ่งก่อนหน้านี้ การบินไทย ออกประกาศแจ้งว่าจะหยุดให้บริการ Air Cargo เป็นระยะเวลา 6 วัน ระหว่าง 1-6 ตุลาคม 2569

 

[Error: Image 1 not found]

 

ในส่วนของการดูแลผู้โดยสาร การบินไทยได้จัดตั้ง War Room เพื่อเร่งคัดแยกสัมภาระและติดต่อนัดหมายผู้โดยสารตามข้อมูลคอนแทกต์ที่บันทึกไว้

 

  1. ผู้โดยสารในประเทศ/ชาวไทย สามารถเลือกรับสัมภาระเอง หรือให้จัดส่งถึงที่พัก โดยการบินไทยได้ประสานงานกับไปรษณีย์ไทยในการจัดส่งให้ฟรีตลอดเวลา
  2. ผู้โดยสารเปลี่ยนเครื่อง (Transit) เป็นกลุ่มที่ห่วงกังวลมากที่สุด เนื่องจากผู้โดยสารบางส่วนปฏิเสธที่จะเดินทางต่อจนกว่าจะได้กระเป๋า เจ้าหน้าที่ต้องทำการรื้อค้นหาแบบรายใบเพื่อแมตชิงสัมภาระให้แก่ผู้โดยสาร
  3. การเยียวยาความเสียหาย หากสัมภาระสูญหาย การบินไทยมีประกันภัยรองรับและพร้อมรับผิดชอบค่าเสียหายทั้งหมด รวมถึงกรณีเที่ยวบินล่าช้าหรือการเปลี่ยนเที่ยวบิน การบินไทยพร้อมรับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น

 

ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวผ่านสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับเที่ยวบิน TG 924 วันที่ 28

 

กันยายน เส้นทางไปยังมิวนิก ซึ่งอ้างว่ามีสัมภาระตกค้าง ณ ปลายทางโดยไม่มีผู้โดยสารรับจำนวน 70 ใบนั้น พิพัฒน์ชี้แจงว่าอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง เนื่องตามมาตรการความปลอดภัยการบินระดับสากล สัมภาระจะไม่สามารถเดินทางไปกับเที่ยวบินได้หากผู้โดยสารไม่ได้ขึ้นเครื่อง

 

ยอมรับภาพลักษณ์กระทบ สื่อสารโปร่งใส ‘ไม่โยนความรับผิดชอบ’

 

พิพัฒน์ กล่าวทิ้งท้ายถึงผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศว่า ปัจจุบันไม่สามารถปิดกั้นข้อมูลข่าวสารได้เนื่องจากทุกคนบนโลกออนไลน์คือสื่อมวลชน สิ่งสำคัญที่สุดคือการยอมรับความจริงและร่วมมือกันแก้ไขปัญหา

 

“เรื่องภาพลักษณ์เราเสีย ก็ต้องยอมรับว่าสิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้โซเชียลไปทั่วโลก ปิดกั้นไปก็ไม่มีประโยชน์ มีอะไรมาร่วมกันแก้ไขปัญหาดีกว่า วันนี้เราทำงานกันเป็น ‘ทีมประเทศไทย’ ไม่ต้องไปโยนว่าไม่ใช่ความรับผิดชอบของใคร แต่พวกเราทุกคนต้องร่วมกันรับผิดชอบและแก้ปัญหาให้จบเร็วที่สุด” พิพัฒน์ กล่าว

 

การบินไทย เร่งคลี่คลายวิกฤตบริการภาคพื้น เร่งเคลียร์กระเป๋าตกค้าง 26-28 ก.ย. คาดฟื้นเที่ยวบินปกติ 100% ใน 7 วัน

 

ชาย เอี่ยมศิริ เปิดเผยถึงสถานการณ์ด้านบุคลากรว่า ล่าสุดในช่วงเช้าของวันที่ 30 กันยายน บุคลากรด่านหน้า หรือฟรอนต์ไลน์ (Frontline) กลับเข้าปฏิบัติงานแล้วประมาณ 90% ขณะที่บุคลากรในฝ่ายปฏิบัติการ (Operation) กลับมาทำงานแล้วราว 80%

 

อย่างไรก็ตาม CEO การบินไทย ยอมรับว่า แม้กำลังพลจะกลับมาเกือบสมบูรณ์แล้ว แต่เนื่องจากยังมีภาระงานค้างสะสม (Backlog) ทั้งสัมภาระที่มองเห็นบริเวณหน้างาน รวมถึงกระเป๋าที่ยังค้างอยู่ในระบบ Transfer Terminal บริษัทฯ จึงต้องเร่งนำกำลังการผลิต (Capacity) กลับมาให้ได้โดยเร็วที่สุด เพื่อลำเลียงผู้โดยสารตกค้างและนำสัมภาระออกจากระบบให้เร็วที่สุด

 

กางไทม์ไลน์ฟื้นฟูเที่ยวบิน ตั้งเป้าเข้าสู่ภาวะปกติภายใน 7 วัน

 

ในด้านการบริหารจัดการเที่ยวบิน การบินไทยได้เปิดเผยโครงสร้างเที่ยวบินและแผนการฟื้นฟู ดังนี้

 

  • ภาวะปกติ: การบินไทยมีเที่ยวบินขาออกอยู่ที่ประมาณ 115 เที่ยวบินต่อวัน (หากนับรวมเที่ยวบินไป-กลับ จะอยู่ที่ 230 เที่ยวบิน)
  • ช่วงเกิดปัญหา: ในวันที่ 2 ของการเกิดเหตุ บริษัทฯ จำเป็นต้องปรับลดเที่ยวบินลงไปประมาณ 28 เที่ยวบิน
  • วันที่ 1 ตุลาคม: ปรับลดการยกเลิกเที่ยวบินเหลือเพียง 15 เที่ยวบิน ทำให้สามารถเปิดทำการบินได้ 100 เที่ยวบิน
  • วันที่ 2 ตุลาคม: ขยับเพิ่มเที่ยวบินขึ้นมาอยู่ที่ 105 เที่ยวบิน ซึ่งเข้าใกล้กับ Capacity ปัจจุบัน
  • เป้าหมาย 7 วัน: ตั้งเป้าหมายนำเที่ยวบินกลับเข้าสู่ระดับปกติที่ 115 เที่ยวบินต่อวัน ภายใน 7 วัน ซึ่งเมื่อประเมินจากไทม์ไลน์ปัจจุบันเชื่อว่าเป็นไปได้อย่างแน่นอน

 

ตั้งทีมเฉพาะกิจเคลียร์กระเป๋า 26-28 ก.ย. ได้ ทอท. เสริมทัพ

 

สำหรับมาตรการเยียวยาและจัดการสัมภาระของผู้โดยสาร ชาย เอี่ยมศิริ ระบุว่า บริษัทฯ ให้ความสำคัญสูงสุด กับผู้โดยสารที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ในช่วงวันที่ 26, 27 และ 28 กันยายน โดยได้จัดแบ่งทีมงานออกเป็นชุดเฉพาะกิจเพื่อรับหน้าที่เคลียร์และจัดส่งกระเป๋าที่ยังตกค้างคืนแก่ผู้โดยสารโดยเฉพาะ

 

นอกจากนี้ การบินไทยยังได้แสดงความขอบคุณไปยัง บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. (AOT) ที่ได้ส่งทีมงานเข้ามาช่วยเหลือในการจัดสรรพื้นที่เพิ่มเติม พร้อมทั้งช่วยจัดระบบคัดแยกสัมภาระให้มีความรวดเร็วและเป็นระเบียบมากยิ่งขึ้น

  • LOADING...

READ MORE





Latest Stories