ประธานหอการค้าไทยเร่งผลักดันแก้คอขวดสุวรรณภูมิ ชี้ต้องเร่งแก้ทั้งระบบ รับมือ Peak Season ยกระดับภาพลักษณ์ประเทศ พร้อมวางแนวทางระยะยาวรองรับการเติบโต
ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า หอการค้าไทยติดตามสถานการณ์การให้บริการ ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิอย่างใกล้ชิด ทั้งด้านผู้โดยสารและการขนส่งสินค้า
โดยในช่วง 3-4 วันที่ผ่านมา ฝนตกหนักและน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ส่งผลกระทบต่อการเดินทางเข้า–ออกสนามบิน ขณะเดียวกันยังเกิดปัญหาเที่ยวบินล่าช้าและมีการยกเลิกเที่ยวบินจำนวนมาก ผู้โดยสารตกค้าง และสัมภาระล่าช้าหรือตกค้าง สร้างความเดือดร้อนแก่ผู้โดยสารและนักธุรกิจจำนวนมาก
“สนามบินเป็นประตูด่านแรกที่ผู้เดินทางสัมผัสเมื่อมาถึงประเทศไทย การให้บริการที่ติดขัดย่อมกระทบต่อความเชื่อมั่นและภาพลักษณ์ของประเทศ โดยเฉพาะเมื่อกำลังเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยวปลายปี”
โดยมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าประเทศมากขึ้น และประเทศไทยกำลังเตรียมเป็นเจ้าภาพการประชุมประจำปี IMF-World Bank Group Annual Meetings 2026 ระหว่างวันที่ 12-18 ตุลาคมนี้ รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงควรเร่งบูรณาการและแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วนโดยทันที เพื่อให้การเดินทางและการให้บริการกลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว
ส่วนการขนส่งสินค้าทางอากาศนั้น หอการค้าไทยติดตามปัญหาความแออัดและข้อจำกัดมาอย่างต่อเนื่อง โดยพบว่าเป็นปัญหาสะสมตั้งแต่ปีที่ผ่านมา ทั้งด้านพื้นที่คลังสินค้า กำลังคน อุปกรณ์ และขั้นตอนการปฏิบัติงาน ซึ่งเห็นชัดขึ้นเมื่อปริมาณการขนส่งทางอากาศเพิ่มสูงขึ้น
จากข้อมูลช่วงเดือนมกราคม-กรกฎาคม 2569 ระบุว่า ประเทศไทยมีมูลค่าการค้าผ่านทางอากาศประมาณ 5.53 ล้านล้านบาท
ในจำนวนนี้เป็นการส่งออกประมาณ 2.42 ล้านล้านบาท หรือราวหนึ่งในสามของมูลค่าการส่งออกทั้งหมด สินค้าสำคัญ
ได้แก่ อิเล็กทรอนิกส์ มูลค่ากว่า 1.32 ล้านล้านบาท และสินค้าเกษตรและอาหารกว่า 380,000 ล้านบาท สะท้อนว่า Air Cargo มีความสำคัญต่อการส่งออกและขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
ในช่วงที่ผ่านมา จำนวนเที่ยวบินขนส่งสินค้าแบบเช่าเหมาลำ (Charter Flight) และปริมาณสินค้าเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จนระบบต้องรองรับงานในระดับสูง
โดยคลังสินค้า TG เคยขอระงับการรับ Charter Flight เข้าคลังเป็นการชั่วคราว เพื่อบริหารจัดการสินค้าที่สะสมอยู่ เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนข้อจำกัดด้านขีดความสามารถในการรองรับสินค้า
ส่วนปริมาณผู้โดยสารในรอบปี 2569 ยังพบว่า มี 118 สายการบินให้บริการ รวม 3.4 แสนเที่ยวบิน เพิ่มขึ้น 1.83% และมีผู้โดยสาร 59.62 ล้านคน ดังนั้น สนามบินสุวรรณภูมิจึงถือเป็นหน้าตาของประเทศ ที่ต้องเร่งเพิ่มความรวดเร็วและการอำนวยความสะดวกให้เป็น Global Aviation Hub
“ปัญหาไม่ได้เกิดจากปริมาณสินค้าเพียงอย่างเดียว แต่เกี่ยวข้องกับพื้นที่ กำลังคน อุปกรณ์ ขั้นตอนการทำงาน และโครงสร้างพื้นฐานที่ใช้ตรวจสอบความปลอดภัยของสินค้าก่อนขึ้นเครื่อง เมื่อหลายข้อจำกัดเกิดขึ้นพร้อมกัน ก็อาจทำให้การขนส่งติดขัดต่อเนื่องทั้งระบบ” ดร.พจน์ กล่าว
ส่วนสถานการณ์น้ำท่วมที่กระทบการเดินทางของพนักงานและผู้โดยสารในช่วงที่ผ่านมา ก็เป็นปัจจัยที่ซ้ำเติมอีกด้วย จึงต้องเร่งยกเครื่องแก้ไขปัญหาทั้งระบบ
ด้าน ภูมินทร์ หะรินสุต รองประธานกรรมการหอการค้าไทยและประธานคณะกรรมการ Logistics & Supply Chain สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า คณะกรรมการฯ ได้รวบรวมข้อมูลจากผู้ประกอบการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตลอดห่วงโซ่ Air Cargo เพื่อจัดทำข้อเสนอแก้ไขปัญหา
โดยเห็นว่าการแก้ไขให้เกิดผลต้องอาศัยความร่วมมือของทุกฝ่าย ตั้งแต่คลังสินค้า ท่าอากาศยาน หน่วยงานกำกับดูแลด้านความปลอดภัย กรมศุลกากร ตลอดจน สายการบิน ไปจนถึงผู้ประกอบการ
หอการค้าไทยขอชื่นชมกรมศุลกากรที่พร้อมปรับขั้นตอนและการปฏิบัติงาน เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการในสถานการณ์เร่งด่วน อย่างไรก็ตาม การแก้ปัญหาจะเกิดผลได้เต็มที่เมื่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประสานการทำงานให้สอดคล้องกันตลอดกระบวนการ ทั้ง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ ตลอดจน กระทรวงคมนาคม
โดยยึดแนวปฏิบัติตามหลักการของพระราชบัญญัติการอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตและการให้บริการแก่ประชาชน พ.ศ. 2569
“โดยเฉพาะช่วงปลายปีซึ่งเป็น Peak Season ที่ปริมาณการนำเข้าและส่งออกเพิ่มขึ้น จำเป็นต้องเร่งลดความแออัด เพิ่มความสามารถในการรองรับสินค้า และสร้างความแน่นอนในการให้บริการ”
หอการค้าไทยอยู่ระหว่างผลักดันข้อเสนอทั้งระยะเร่งด่วน ระยะกลาง และระยะยาว โดยเสนอให้มีกลไกกลางที่หน่วยงานเกี่ยวข้องร่วมกันกำหนดมาตรการ ประสานการดำเนินงาน
ติดตามผลอย่างต่อเนื่อง พร้อมระบุผู้รับผิดชอบ กรอบเวลา และตัวชี้วัดที่ชัดเจน หน่วยงานที่ควรร่วมในกลไกดังกล่าว
ได้แก่ AOT, CAAT, กรมศุลกากร ผู้ให้บริการคลังสินค้า สมาคมตัวแทนขนส่งสินค้าทางอากาศไทย (TAFA) สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง
สำหรับระยะยาว หอการค้าไทยเห็นว่าการเพิ่มขีดความสามารถของระบบเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ จึงควรทบทวนหลักเกณฑ์และเงื่อนไขใน TOR สำหรับการให้สิทธิผู้ประกอบการคลังสินค้ารายใหม่
รวมถึงกำหนดมาตรฐานด้าน Capacity, Service Level ประสิทธิภาพการให้บริการ และความพร้อมรองรับช่วง Peak Season เพื่อให้สอดคล้องกับการเติบโตของ Air Cargo ในอนาคต
ทั้งนี้ หอการค้าไทยได้จัดทำรายงาน ‘การยกระดับประสิทธิภาพระบบ Air Cargo ของประเทศไทย: กรณีศึกษาปัญหาความแออัด ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ’ ซึ่งรวบรวมข้อเท็จจริงและข้อเสนอแนะในแต่ละระยะ และมีกำหนดเข้าพบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในวันจันทร์ที่ 5 ตุลาคม 2569 นี้
เพื่อนำเสนอผลการศึกษาที่ระบุข้อเสนอการแก้ไขปัญหา โดยพร้อมสื่อสารข้อสรุปแนวทางแก้ไขปัญหาไปยังภาคส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป
“หอการค้าไทยติดตามและศึกษาปัญหานี้ร่วมกับผู้เกี่ยวข้องมาอย่างต่อเนื่อง เรากำลังผลักดันให้ทุกฝ่ายร่วมกันคลี่คลายข้อจำกัดในช่วงเร่งด่วน และวางแนวทางระยะกลางและระยะยาว เพื่อให้สุวรรณภูมิรองรับการเติบโตของ Air Cargo ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสนับสนุนความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย” ภูมินทร์กล่าว

