น้ำท่วมปราจีนฯ คราบสีรุ้งกระจายจากบ่อฝังกลบ เร่งหาคำตอบในน้ำมีอะไร?
“ชาวบ้านไปแจ้งเหตุตั้งแต่วันที่พบ ผ่านมาสองวันแล้ว ยังไม่มีใครเข้าพื้นที่เลย”
ภาพมุมสูงที่ถ่ายในจังหวัดปราจีนบุรีช่วงวันที่ 28-29 กันยายนที่ผ่านมา ถูกถ่ายโดยคนในพื้นที่ เผยให้เห็นคราบสีดำ สีเทา และสีรุ้งลอยอยู่บนผิวน้ำ ก่อนส่งต่อให้ ‘ชำนาญ ศิริรักษ์’ ทนายความและผู้ติดตามปัญหาสิ่งแวดล้อม ช่วยเผยแพร่ หลังชาวบ้านแจ้งเรื่องไปยังหน่วยงานแล้ว แต่ยังไม่เห็นหน่วยงานใดเข้าจัดการ
“คนในพื้นที่เขาพบปัญหาแล้วถ่ายภาพส่งมาให้ผม ให้ช่วยกระตุ้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้รีบดำเนินการ เพราะเขาแจ้งอุตสาหกรรมจังหวัดไว้แล้ว แต่ทุกคนก็ยังเพิกเฉย เขามองว่าสถานการณ์มันค่อนข้างน่ากลัวกว่าที่จะปล่อยรอได้”
ชำนาญเล่าว่า ภาพวันที่ 28 กันยายน ยังเห็นคราบกระจุกอยู่บริเวณข้างบ่อฝังกลบของโรงงานรับกำจัดกากอุตสาหกรรมแห่งหนึ่ง แต่เมื่อถึงวันที่ 29 คราบลักษณะสีรุ้งเริ่มกระจายออกไปตามน้ำแล้ว
ตามระบบของบ่อฝังกลบ เมื่อฝนตก น้ำจะซึมผ่านกองขยะและชะสารต่างๆ ลงไปด้านล่าง ก่อนถูกรวบรวมและสูบขึ้นมาบำบัด แต่ชำนาญมองว่า ฝนที่ตกหนักและปริมาณน้ำในรอบนี้อาจทำให้ระบบกักเก็บน้ำไม่เพียงพอ จนน้ำล้นออกจากพื้นที่โรงงานไปสู่บริเวณรอบข้างและทางน้ำสาธารณะ
ส่วนคราบสีดำ สีเทา และสีรุ้งที่เห็น ยังระบุไม่ได้ว่าเป็นสารอะไร ชำนาญตั้งข้อสังเกตว่าอาจเกี่ยวข้องกับน้ำมันหรือสารกลุ่ม VOC ซึ่งเบากว่าน้ำจนลอยเคลือบอยู่บนผิวน้ำได้ แต่ตอนนี้ยังไม่มีผลตรวจยืนยันว่ามีสารเคมีชนิดใดรั่วออกมา หรือมีปริมาณมากแค่ไหน
แม้บ่อขยะดังกล่าวจะได้รับอนุญาตให้รับของเสียประเภท ‘ไม่อันตราย’ แต่ชำนาญกังวลว่าของเสียที่อยู่ในบ่อจะตรงตามประเภทที่ได้รับอนุญาตทั้งหมดหรือไม่
“ถ้าถามผมว่ามันมีข้อน่าห่วงไหม มันก็น่าห่วง เราจะเอาอะไรเป็นหลักประกันว่าบ่อขยะแห่งนี้จะมีขยะไม่อันตรายอย่างเดียวจริงๆ หรือถ้ามันมีการปนเปื้อนของขยะที่อันตรายอยู่ด้วยล่ะ จะทำอย่างไร”
นอกจากนี้ บริเวณรอบโรงงานมีทั้งคลอง พื้นที่นา ชุมชน และวัด น้ำท่วมครั้งนี้ทำให้เห็นการกระจายของคราบบนผิวน้ำชัดขึ้น ชำนาญมองว่า สิ่งที่ไหลออกไปกับน้ำอาจไปเกาะตามพืช บ้าน อาคาร หรือสิ่งต่างๆ ที่อยู่ตามทางน้ำ ส่วนจะมีสารอะไรปนเปื้อน และสร้างผลกระทบอย่างไร ยังต้องรอผลตรวจให้ชัดเจน
“ที่ปราจีนบุรีไม่ใช่มีที่นี่แห่งเดียว มีหลายแห่ง แล้วก็มีการพบการปนเปื้อน การไหลออกสู่พื้นที่เกษตรกรอยู่ เพียงแต่เดิมก่อนหน้านี้มันไม่ได้เกิดปัญหาน้ำท่วม มันเลยไม่เห็นการแพร่กระจายที่กว้างแบบนี้”
สิ่งที่ควรทำทันทีตามมุมมองของเขา คือหยุดไม่ให้น้ำจากบ่อไหลออกไปเพิ่ม เจ้าของบ่อต้องทำแนวกั้นหรือคันดินเพื่อควบคุมการแพร่กระจาย ขณะที่ท้องถิ่น อุตสาหกรรมจังหวัด และผู้ว่าราชการจังหวัดควรเข้ามาเร่งรัด หลังจากควบคุมพื้นที่ได้แล้วค่อยตรวจน้ำและดินว่ามีสารอะไรปนเปื้อน กระจายไปถึงไหน และจะจัดการพื้นที่ต่ออย่างไร
ปัญหาที่ปราจีนบุรีต้องกลับมาดูจริงจัง คือที่ตั้งและความปลอดภัยของบ่อฝังกลบ เพราะหลายแห่งอยู่ใกล้ชุมชน แหล่งน้ำ หรือพื้นที่ราบลุ่ม และเคยถูกชาวบ้านคัดค้านมาก่อน เขามองว่าการขยายตัวของอุตสาหกรรมทำให้ความต้องการพื้นที่รองรับกากเพิ่มขึ้น แต่มาตรการป้องกันและการกำกับดูแลอาจยังไม่ชัดมากพอ
“ผมคิดว่าปัญหาคือความไม่เหมาะสมของที่ตั้ง แล้วก็เรื่องมาตรการป้องกันหรือการกำกับดูแลของหน่วยงานรัฐ อย่างกรณีนี้มันแสดงให้เห็นเลยว่ามันถูกปล่อยปละละเลย”
เรื่อง: ตรีนุช อิงคุทานนท์
ภาพ: เครือข่ายประชาชนปราจีนบุรี











