วันนี้(30 กันยายน) สุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) แสดงความห่วงใยต่อประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมขัง โดยเฉพาะในพื้นที่ชุมชนที่ต้องเผชิญปัญหาน้ำท่วมขังเป็นเวลานานจนเริ่มเกิดปัญหาน้ำเสีย ขยะตกค้าง และมีความเสี่ยงด้านสุขอนามัย จึงสั่งการให้กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) ประสานความร่วมมือกับกรุงเทพมหานคร (กทม.) ในฐานะหน่วยงานเจ้าของพื้นที่ เพื่อเร่งแก้ไขปัญหาให้เกิดผลเป็นรูปธรรมโดยเร็ว
ด้าน สุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ เปิดเผยว่า น้ำที่ท่วมขังเป็นเวลานานอาจทำให้เกิดน้ำเสีย กลิ่นเหม็น และขยะตกค้าง ซึ่งจะเพิ่มความเสี่ยงต่อการปนเปื้อนในแหล่งน้ำและการแพร่กระจายของเชื้อโรค ทาง คพ. จึงเตรียมลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์และเร่งแก้ไขปัญหาร่วมกับ กทม. โดยจะทำหน้าที่สนับสนุนด้านวิชาการ ข้อมูล เครื่องมือ และบุคลากร เพื่อเสริมศักยภาพการปฏิบัติงานของ กทม. ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
สำหรับการดำเนินงานเร่งด่วนจะมุ่งเน้นใน 3 ด้านหลัก ได้แก่ การเร่งจัดการขยะตกค้างจากน้ำท่วม โดยจะร่วมกันสำรวจจุดที่มีขยะตกค้างในชุมชน จัดลำดับพื้นที่เร่งด่วน คัดแยกขยะที่อาจปนเปื้อนสารเคมีหรือของเสียอันตราย และนำเข้าสู่ระบบกำจัดที่เหมาะสม ควบคู่ไปกับ การเร่งแก้ปัญหาน้ำเสียและป้องกันมลพิษลงคลอง ผ่านการตรวจสอบจุดน้ำท่วมขังที่มีกลิ่นเหม็น ตรวจวัดคุณภาพน้ำ และให้คำแนะนำทางวิชาการเกี่ยวกับการสูบหรือส่งน้ำเสียไปบำบัดอย่างถูกต้อง รวมถึง การติดตามปัญหาเป็นรายพื้นที่อย่างต่อเนื่อง จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย ไม่ใช่เพียงลงพื้นที่ตรวจสอบแล้วจบภารกิจ เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างตรงจุดและรวดเร็ว
สุรินทร์ กล่าวย้ำในตอนท้ายว่า กทม. เป็นเจ้าของพื้นที่และหน่วยปฏิบัติหลัก ทส. จะไม่เข้าไปทำงานซ้ำซ้อน แต่จะเข้าไปเสริมกำลังในสิ่งที่ กทม. ต้องการ ทั้งในด้านวิชาการ เครื่องมือ และการประสานงาน โดยเป้าหมายสำคัญคือการเร่งแก้ปัญหาน้ำเสียและขยะตกค้าง เพื่อลดผลกระทบต่อสุขภาพและฟื้นฟูคุณภาพชีวิตของประชาชนให้สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด


