วานนี้ (28 กันยายน) เวลา 10.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้งภาคกลาง เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการฯ ครั้งที่ 3/2569 เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัย การบริหารจัดการน้ำ และการช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่ภาคกลาง โดยมีรัฐมนตรี ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ผู้ว่าราชการจังหวัด และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมทั้งที่ประชุมและผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์
เอกนิติระบุว่า หลายพื้นที่ในภาคกลางยังต้องเฝ้าระวังฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และระดับน้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยาที่เพิ่มสูงขึ้น จึงสั่งให้ทุกหน่วยงานทำงานเชิงรุกและใช้ข้อมูลชุดเดียวกัน ตั้งแต่การประเมินน้ำเหนือเขื่อนและท้ายเขื่อน การบริหารอ่างเก็บน้ำ พื้นที่เสี่ยงและเส้นทางระบายน้ำ ไปจนถึงการแจ้งเตือนและช่วยเหลือประชาชน
ที่ประชุมมอบหมายให้คณะอนุกรรมการฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประเมินพื้นที่เสี่ยงล่วงหน้า 7–10 วัน พร้อมจัดทำแผนที่เสี่ยงอุทกภัย หรือ Risk Map ระบุพื้นที่และระดับความเสี่ยง เพื่อให้จังหวัดและหน่วยปฏิบัติวางแผนเฝ้าระวัง แจ้งเตือน อพยพ และจัดกำลังกับเครื่องจักรเข้าช่วยเหลือได้ตรงจุด
เอกนิติสั่งให้ผู้ว่าราชการจังหวัดลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์และแจ้งเตือนประชาชนโดยเร็ว พร้อมตรวจความพร้อมของจุดและเส้นทางอพยพ เครื่องสูบน้ำ เครื่องจักรกล และอุปกรณ์ช่วยเหลือ ส่วนการปรับการระบายน้ำต้องประเมินผลกระทบจากข้อมูลน้ำเหนือเขื่อนและท้ายเขื่อนร่วมกันก่อนดำเนินการ
ด้านการสื่อสาร ให้กรมประชาสัมพันธ์เผยแพร่ข้อมูลสถานการณ์ พื้นที่เสี่ยง และแนวทางปฏิบัติด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย ขณะที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และหน่วยงานในพื้นที่ต้องแจ้งเตือนและเตรียมความช่วยเหลือให้สอดคล้องกับแผนที่เสี่ยงและสถานการณ์จริง
สำหรับการช่วยเหลือผู้ประสบภัย เอกนิติให้ ปภ. ประสานกรมบัญชีกลางเรื่องเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือกรณีฉุกเฉิน และจัดช่องทางให้คำแนะนำแก่จังหวัดที่ติดขัดในการดำเนินการ พร้อมเตรียมเจ้าหน้าที่ รถสนับสนุนการอพยพ ระบบไฟฟ้าและน้ำประปา ศูนย์พักพิง อาหาร น้ำดื่ม ยารักษาโรค ถุงยังชีพ และสถานพยาบาล โดยให้ความสำคัญกับการดูแลกลุ่มเปราะบาง
“ทุกหน่วยต้องทำงานเชิงรุก ประเมินพื้นที่เสี่ยงให้เร็ว ใช้ข้อมูลชุดเดียวกัน และทำให้ประชาชนรู้ล่วงหน้าว่าพื้นที่ใดเสี่ยง ต้องเตรียมตัวอย่างไร พร้อมเตรียมจุดอพยพ เครื่องมือ เครื่องจักร และระบบช่วยเหลือให้พร้อม เป้าหมายคือให้ประชาชนได้รับผลกระทบน้อยที่สุดและได้รับการช่วยเหลืออย่างทันท่วงที” เอกนิติกล่าว
ทั้งนี้ ปภ. ในฐานะฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการฯ จะประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามการบริหารจัดการน้ำ การแจ้งเตือน การอพยพ ตลอดจนการช่วยเหลือ เยียวยา และฟื้นฟูผู้ประสบภัยในภาคกลางต่อไป


