วันนี้ (28 กันยายน) ที่สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์น้ำบริเวณแฟลตคลองจั่น เขตบางกะปิ ว่า ตามที่สำนักงานเขตได้ประสานขอความช่วยเหลือมา โดยหลักแล้วจะเป็นเรื่องอาหารและรถขนย้ายคน ซึ่งเมื่อได้รับข้อมูลเข้ามาแล้ว กระทรวงมหาดไทย ไม่ว่าจะเป็นกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) หรือกรมการพัฒนาชุมชน (พช.) ได้เตรียมรถครัวสนามเคลื่อนที่เข้ามาบริเวณนี้ โดยสามารถผลิตอาหารได้ปริมาณ 10,000 กล่องต่อวัน
ทั้งนี้ ตามหลักการทำงานต้องเริ่มที่สำนักงานเขต ให้รายงานเข้ามาว่าตอนนี้ขาดเหลือสิ่งใดบ้าง มีอาหารเท่าไร ใช้เท่าไหร่ เหลือเท่าไหร่ โดยกระทรวงมหาดไทยจะเป็นผู้เติมเข้ามาให้ตามความต้องการของประชาชนในพื้นที่
เมื่อถามว่าขณะนี้มีการตรวจสอบหรือไม่ว่าประชาชนที่อยู่ในพื้นที่และยังไม่ได้กินข้าวเลยมีประมาณเท่าไหร่ วรศิษฎ์กล่าวว่า ประชากรทั้งหมดในพื้นที่มีประมาณ 20,000 คน แต่อาหารที่ได้รับมาจากหลายส่วน ซึ่งในแต่ละแฟลตจะต้องมีการประสานงาน โดยกรุงเทพมหานครจะเป็นผู้ประสานงานว่าในแต่ละพื้นที่ขาดเท่าไหร่ ในส่วนที่ขาดก็จะมาเติมให้
ส่วนผู้ประสบภัยบางคนที่ยังไม่ได้กินข้าวตลอดวันจนเกิดความโกรธนั้น วรศิษฎ์กล่าวว่า ตนเข้าใจและเป็นสิ่งที่เราต้องเร่งแก้ปัญหาให้เร็วที่สุด
ส่วนการจ่ายไฟ การไฟฟ้านครหลวงได้จ่ายไฟเข้าพื้นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ยังคงเว้นพื้นที่ที่มีความเสี่ยงไว้
ส่วนเรื่องน้ำที่บางตึกยังคงมีปัญหา ทางกรุงเทพมหานครได้ลงไปจัดการซ่อมแซมให้ระบบน้ำกลับมาใช้ได้ตามปกติ
นอกจากนี้จะมีการสำรวจในเรื่องของกลุ่มเปราะบาง รวมถึงเด็ก เพราะกลุ่มเหล่านี้มีความต้องการที่ไม่เหมือนกับบุคคลทั่วไป เพื่อให้สามารถสนับสนุนเข้าไปได้ถูกจุด
นอกจากนี้ทาง ปภ. ได้เตรียมรถเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชน ซึ่งไม่เพียงแค่ ปภ. ยังมีหน่วยงานอื่น ๆ เช่น ไปรษณีย์ไทย เข้ามาช่วยสนับสนุนด้วย โดยจะเข้าถึงภายในพื้นที่ช่วงเย็นวันนี้ โดยทางเขตบางกะปิได้ขอรถรวมแล้วประมาณ 20 คัน ในการช่วยประชาชนเคลื่อนย้ายสิ่งของและสัญจรในพื้นที่
นอกจากนี้ ยังมีการสนับสนุนเรื่องสุขาจากนอกพื้นที่เข้ามาภายในกรุงเทพมหานครด้วย เพื่อกระจายออกไปให้ประชาชนสามารถใช้ ลดการติดขัด
ขณะเดียวกัน วันนี้ยังมีการตั้งวอร์รูมเพื่อเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ในพื้นที่ด้วย รวมถึงกำหนดทิศทางการทำงานร่วมกันระหว่างกระทรวงมหาดไทย กรุงเทพมหานคร และตำรวจนครบาล รวมไปถึงกลุ่มมูลนิธิอาสาสมัครต่างๆ
เมื่อถามว่ามีการประเมินหรือไม่ว่าน้ำจะอยู่นานแค่ไหน วรศิษฎ์กล่าวว่า สถานการณ์วันนี้ดีขึ้นกว่าเมื่อวานเล็กน้อย ทั้งนี้ ตามข้อมูลสถานการณ์จะดีขึ้นตามลำดับ ถ้าฝนไม่วนกลับมา แต่ไม่ว่าจะมีหรือไม่ ก็จะต้องเตรียมความพร้อมไว้ก่อน
ทั้งนี้ กรณีที่ประชาชนต้องการการติดต่อฉุกเฉิน หรือตกค้างในพื้นที่เสี่ยง สามารถประสานไปยังสำนักงานเขต เพราะเขตจะเป็นตัวกลางที่รู้ข้อมูลทุกอย่าง ตั้งแต่พื้นที่ ปัญหาต่าง ๆ ซึ่งจะให้เขตเป็นผู้รวมข้อมูล และให้สำนักงานประสานไปยังกระทรวงมหาดไทย
จากนั้น เวลา 16.10 น. วรศิษฎ์เป็นประธานการประชุมกองอำนวยการร่วมที่ที่สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ โดยที่ประชุมได้พูดคุยเรื่องการจัดอาหารแจกจ่ายประชาชน 3 มื้อ ให้เพิ่มจำนวนมากขึ้น รวมถึงดูแลเรื่องการอพยพคน ซึ่งขณะนี้กลุ่มคนป่วยส่วนใหญ่ออกมาแล้ว แต่ยังมีคนที่อยู่ในอาคารอีกจำนวนมาก


