คณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) นัดภาคธุรกิจประกันภัยเพื่อร่วมกันติดตามสถานการณ์ความเสียหายด้านการประกันภัย และเตรียมมาตรการรองรับการให้ความช่วยเหลือประชาชนและผู้เอาประกันภัยที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในหลายพื้นที่ของประเทศ เร่งจ่ายสินไหมใน 7 วัน
ประเด็นสำคัญ
- สั่งลุยสำรวจเชิงรุก เสนอเชื่อมโยงข้อมูลระดับน้ำภาครัฐ
- สินไหมจ่ายไวใน 7 วัน สางปัญหารถเช่าซื้อ พร้อมแยกเกณฑ์ประเมินรถ ICE และ EV
- มาตรการผ่อนผันชำระเบี้ยประกันชีวิต-วินาศภัย บรรเทาภาระประชาชน
- สรุปวงเงินชดใช้สินไหมเบื้องต้น ที่อยู่อาศัย-ร้านค้า-ไมโครอินชัวรันส์
- ผ่อนผันใบอนุญาตคนกลางประกันภัย พร้อมเตรียมแผนหลังน้ำลด
วันนี้ (28 กันยายน) ชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ได้มอบหมายให้ อดิศร พิพัฒน์วรพงศ์ รองเลขาธิการ ด้านกฎหมายและตรวจสอบ เป็นประธานการประชุมติดตามและเตรียมความพร้อมของภาคธุรกิจประกันภัยเพื่อรองรับสถานการณ์อุทกภัย ร่วมกับสมาคมประกันวินาศภัยไทยและภาคธุรกิจประกันภัย ผ่านระบบออนไลน์
ทั้งนี้ เพื่อร่วมกันติดตามสถานการณ์ความเสียหายด้านการประกันภัย และเตรียมมาตรการรองรับการให้ความช่วยเหลือประชาชนและผู้เอาประกันภัยที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในหลายพื้นที่ของประเทศ โดยเฉพาะการเตรียมความพร้อมด้านบุคลากร ผู้สำรวจภัย ช่องทางรับแจ้งเหตุ เครือข่ายอู่ซ่อมรถ การสำรวจและประเมินความเสียหาย ตลอดจนการพิจารณาและจ่ายค่าสินไหมทดแทนให้สามารถรองรับสถานการณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สำนักงาน คปภ. ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและจัดประชุมครั้งนี้ขึ้นเพื่อรับฟังสถานการณ์ ปัญหาและอุปสรรค ตลอดจนสะท้อนการเตรียมความพร้อมและร่วมกันกำหนดแนวทางช่วยเหลือผู้เอาประกันภัย โดยได้หารือถึงการสำรวจข้อมูลกรมธรรม์ประกันภัยในพื้นที่ประสบอุทกภัยผ่านระบบฐานข้อมูลกลางประกันภัย (Insurance Bureau System : IBS) เพื่อประเมินขอบเขตความเสียหายและจำนวนผู้เอาประกันภัยที่อาจได้รับผลกระทบ รวมถึงการบูรณาการความร่วมมือกับบริษัทประกันภัยในการจัดเตรียมรถยกและรถลากสำหรับช่วยเหลือและเคลื่อนย้ายรถยนต์ที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมและกีดขวางการจราจร ตลอดจนประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อจัดเตรียมพื้นที่รองรับการเคลื่อนย้ายรถยนต์
สั่งลุยสำรวจเชิงรุก เสนอเชื่อมโยงข้อมูลระดับน้ำภาครัฐ
สำหรับแนวทางดำเนินการ สำนักงาน คปภ. ได้กำชับให้บริษัทประกันภัยเตรียมความพร้อมและกำหนดมาตรการรองรับ ทั้งด้านบุคลากร ผู้สำรวจภัย ช่องทางรับแจ้งเหตุ และเครือข่ายอู่ซ่อมรถให้เพียงพอ
รวมถึงเตรียมรองรับกรณีมีการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน โดยจากการรายงานของภาคธุรกิจพบว่า ผู้สำรวจภัยและบริษัทประกันภัยส่วนใหญ่ได้เริ่มดำเนินการเชิงรุก ไม่รอให้ผู้เอาประกันภัยติดต่อเข้ามาเพียงฝ่ายเดียว แต่มีการแยกทีมสำหรับติดต่อประสานลูกค้าในพื้นที่ประสบภัยผ่านช่องทางที่หลากหลาย ทั้งโทรศัพท์ LINE และช่องทางออนไลน์ เพื่อคัดแยกผู้ที่ได้รับผลกระทบและนัดหมายการสำรวจความเสียหายล่วงหน้า โดยเฉพาะพื้นที่ที่ระดับน้ำยังสูงและไม่สามารถเข้าพื้นที่ได้ เพื่อให้สามารถเข้าดำเนินการได้ทันทีเมื่อสถานการณ์เอื้ออำนวย ทั้งนี้ ภาคธุรกิจยืนยันความพร้อมในการเพิ่มช่องทางการติดต่อเพื่อให้แจ้งเหตุได้สะดวกรวดเร็ว
อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมได้หารือถึงข้อจำกัดสำคัญในการวางแผนเข้าพื้นที่ คือ ข้อมูลระดับน้ำในแต่ละพื้นที่ที่เป็นปัจจุบัน ภาคธุรกิจจึงเสนอให้สำนักงาน คปภ. ประสานหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องเพื่อเชื่อมโยงข้อมูลสถานการณ์ ระดับน้ำ และการเข้าถึงพื้นที่ เพื่อใช้ประกอบการวางแผนจัดส่งผู้สำรวจภัยและทีมช่วยเหลือได้อย่างเหมาะสม และเมื่อได้รับข้อมูลแล้วให้ส่งต่อไปยังสมาคมประกันวินาศภัยไทย เพื่อกระจายข้อมูลไปยังบริษัทสมาชิกใช้ประกอบการเตรียมความพร้อมเข้าพื้นที่ต่อไป
สินไหมจ่ายไวใน 7 วัน สางปัญหารถเช่าซื้อ พร้อมแยกเกณฑ์ประเมินรถ ICE และ EV
ในด้านการพิจารณาค่าสินไหมทดแทน สำนักงาน คปภ. เน้นย้ำให้ภาคธุรกิจให้ความสำคัญกับความรวดเร็วในการพิจารณาและจ่ายค่าสินไหมทดแทน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของผู้เอาประกันภัยได้อย่างทันท่วงที โดยสำหรับกรณีที่สามารถตรวจสอบและพิสูจน์ความเสียหายได้อย่างชัดเจน บริษัทประกันภัยมีความพร้อมดำเนินการจ่ายค่าสินไหมทดแทนภายในระยะเวลาไม่เกิน 7 วัน รวมถึงกรณีความเสียหายในพื้นที่กรุงเทพมหานคร
ขณะที่กรณีที่ตรวจสอบแล้วเข้าหลักเกณฑ์ความเสียหายสิ้นเชิง (Total Loss) บริษัทประกันภัยจะดำเนินการจัดเตรียมและรวบรวมเอกสารที่เกี่ยวข้องควบคู่กับกระบวนการประเมินความเสียหาย เพื่อให้เอกสารครบถ้วนและสามารถดำเนินการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนได้โดยเร็วและเป็นธรรมตามเงื่อนไขกรมธรรม์
สำหรับกรณีรถยนต์ที่อยู่ระหว่างการเช่าซื้อหรือมีภาระกับสถาบันการเงิน ที่ประชุมได้หารือถึงปัญหาความล่าช้าในการรวบรวมเอกสารจากผู้ให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อ ซึ่งเป็นข้อจำกัดต่อการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนในกรณี Total Loss โดยสำนักงาน คปภ. จะประสานความร่วมมือกับสมาคมธนาคารไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่ออำนวยความสะดวกในการจัดเตรียมและส่งต่อเอกสาร เพื่อลดระยะเวลาและขั้นตอนการดำเนินการ
ในประเด็นการประเมินความเสียหายของรถยนต์จากน้ำท่วม ที่ประชุมได้หารือให้แยกแนวทางการพิจารณาระหว่างรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปและรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ดังนี้
- รถยนต์เครื่องยนต์สันดาป (ICE) ให้ใช้แนวทางการประเมินความเสียหาย 5 ระดับ (ระดับ A–E) ของสำนักงาน คปภ. เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณา โดยการพิจารณาค่าสินไหมทดแทนให้เป็นไปตามความเสียหายที่เกิดขึ้นจริงและเงื่อนไขความคุ้มครองของกรมธรรม์ประกันภัย
- รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ให้ใช้แนวทางในลักษณะเดียวกับการดำเนินการกรณีอุทกภัยในพื้นที่หาดใหญ่ ซึ่งต้องพิจารณามูลค่าความเสียหายของแบตเตอรี่ประกอบกับความเสียหายของตัวรถ โดยเฉพาะกรณีแบตเตอรี่ถูกน้ำท่วมขัง ต้องตรวจสอบว่าสามารถฟื้นฟูหรือซ่อมแซมกลับมาใช้งานได้อย่างปลอดภัยเพียงใด หากไม่สามารถฟื้นฟูได้ จึงนำมาประกอบการพิจารณาว่าเข้าข่ายความเสียหายสิ้นเชิง (Total Loss) หรือไม่ รวมทั้งต้องพิจารณาข้อกำหนดและแนวทางของผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าแต่ละยี่ห้อและแต่ละรุ่นประกอบด้วย
นอกจากนี้ สำนักงาน คปภ. ให้บริษัทประกันภัยรวบรวมและรายงานข้อมูลจำนวนการแจ้งเคลม ประเภทความเสียหาย มูลค่าความเสียหายเบื้องต้น ความคืบหน้าการสำรวจและการจ่ายค่าสินไหมทดแทน รวมถึงปัญหาอุปสรรคตามแบบฟอร์มที่ คปภ. กำหนด เพื่อใช้ติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง
มาตรการผ่อนผันชำระเบี้ยประกันชีวิต-วินาศภัย บรรเทาภาระประชาชน
ขณะเดียวกัน สำนักงาน คปภ. ได้ออกมาตรการช่วยเหลือ เยียวยา และฟื้นฟูผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและช่วยให้เข้าถึงสิทธิประโยชน์ตามกรมธรรม์ได้อย่างรวดเร็ว ดังนี้
- การประกันชีวิต บริษัทประกันภัยอาจขยายระยะเวลาผ่อนผันการชำระเบี้ยประกันภัยออกไปอีก 60 วัน นับแต่วันครบระยะเวลาผ่อนผันเดิม รวมถึงผ่อนผันมาตรการบางประการกรณีกรมธรรม์สิ้นผลบังคับจากการขาดชำระเบี้ยประกันภัย การนำมูลค่าเวนคืนมาชำระเบี้ยประกันภัยโดยอัตโนมัติ ตลอดจนกรณีมีการเปลี่ยนแปลงงวดการชำระเบี้ยประกันภัย
- การประกันภัยรถยนต์ บริษัทประกันภัยอาจผ่อนผันการเก็บเบี้ยประกันภัยและรับเบี้ยประกันภัยได้จนถึง 180 วัน นับแต่วันที่สัญญาประกันภัยมีผลใช้บังคับ หรือวันที่สัญญาประกันภัยเริ่มต้นมีผลคุ้มครอง สำหรับรถยนต์ทุกประเภท ยกเว้นรถยนต์กลุ่มที่ 1 และกลุ่มที่ 2
- การประกันภัยอื่น บริษัทอาจขยายระยะเวลาการเก็บเบี้ยประกันภัยให้แก่ผู้เอาประกันภัยตามที่กรมธรรม์กำหนดออกไปได้ 90 วัน นับแต่วันแรกที่บริษัทต้องเก็บเบี้ยประกันภัย
- การประกันสุขภาพ / โรคร้ายแรง กรณีกรมธรรม์ประกันสุขภาพ กรมธรรม์ประกันโรคร้ายแรง หรือกรมธรรม์ที่มีความคุ้มครองลักษณะเดียวกันสิ้นผลบังคับเนื่องจากการขาดชำระเบี้ยประกันภัย บริษัทอาจงดการตรวจสุขภาพในการขอต่ออายุกรมธรรม์ประกันภัยได้
สรุปวงเงินชดใช้สินไหมเบื้องต้น ที่อยู่อาศัย-ร้านค้า-ไมโครอินชัวรันส์
เพื่อให้ผู้เอาประกันภัยได้รับความช่วยเหลืออย่างทันท่วงที คปภ. ได้กำหนดมาตรการจ่ายค่าสินไหมทดแทนเบื้องต้น โดยผู้เอาประกันภัยสามารถนำส่งเอกสารยืนยันตัวตนและหลักฐานความเสียหาย เช่น ภาพถ่ายน้ำท่วม หรือรายการทรัพย์สินที่ได้รับความเสียหาย ประกอบการพิจารณา ดังนี้
- กรมธรรม์ประกันอัคคีภัยสำหรับที่อยู่อาศัยแบบประหยัดสำหรับรายย่อย (ไมโครอินชัวรันส์): พิจารณาชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเบื้องต้นภายใต้ความคุ้มครองภัยธรรมชาติเต็มวงเงินเอาประกันภัย จำนวน 10,000 บาท
- กรมธรรม์ประกันอัคคีภัยสำหรับที่อยู่อาศัย: พิจารณาชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเบื้องต้นภายใต้ความคุ้มครองภัยธรรมชาติเต็มวงเงินเอาประกันภัย จำนวน 20,000 บาท และกรณีที่ซื้อความคุ้มครองภัยน้ำท่วมเพิ่มเติม ให้พิจารณาจ่ายค่าสินไหมทดแทนเบื้องต้นเพิ่ม จำนวน 10,000 บาท (หากมีความเสียหายเกินกว่า 10,000 บาท ให้นำส่งเอกสารและหลักฐานประกอบเพิ่มเติม)
- ร้านค้าทำกรมธรรม์ประกันอัคคีภัย หรือ ประกันภัยความเสี่ยงภัยทรัพย์สิน (IAR): กรณีซื้อความคุ้มครองภัยน้ำท่วมเพิ่มเติม ให้พิจารณาจ่ายค่าสินไหมทดแทนเบื้องต้น จำนวน 30,000 บาท (หากมีความเสียหายเกินกว่า 30,000 บาท ให้นำส่งเอกสารและหลักฐานประกอบเพิ่มเติม)
ผ่อนผันใบอนุญาตคนกลางประกันภัย พร้อมเตรียมแผนหลังน้ำลด
ในส่วนของคนกลางประกันภัย สำนักงาน คปภ. ได้ขยายระยะเวลาผ่อนผันการยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาตตัวแทนประกันภัยและนายหน้าประกันภัยประเภทบุคคลธรรมดา สำหรับผู้ที่ใบอนุญาตสิ้นอายุตั้งแต่วันที่ 25 กันยายน 2569 เป็นต้นไป โดยสามารถยื่นคำขอขยายระยะเวลาได้ภายใน 15 วันนับแต่วันที่เหตุอุทกภัยสิ้นสุดลง แต่ต้องไม่เกินวันที่ 31 ธันวาคม 2569 พร้อมหนังสือชี้แจงเหตุผลประกอบการพิจารณา ครอบคลุมทั้งผู้ที่ผ่านการอบรมแล้วแต่ยื่นไม่ทัน หรือผู้ที่ยังอบรมไม่ครบถ้วนเนื่องจากได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ทั้งนี้ ในระหว่างที่ใบอนุญาตสิ้นอายุและยังไม่ได้รับการต่ออายุ ผู้ถือใบอนุญาตจะไม่สามารถเสนอขายกรมธรรม์ประกันภัยหรือดำเนินกิจกรรมในฐานะคนกลางประกันภัยได้จนกว่าจะได้รับการต่ออายุเรียบร้อยแล้ว
นอกจากนี้ สำนักงาน คปภ. ได้ฝากถึงภาคธุรกิจประกันภัยให้เตรียมความพร้อมรองรับการให้ความช่วยเหลือภายหลังระดับน้ำลดลง โดยเฉพาะพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายสูงซึ่งประชาชนอาจไม่สามารถเคลื่อนย้ายรถยนต์และทรัพย์สินได้ทัน
โดยขอให้เตรียมบุคลากร ผู้สำรวจภัย ช่องทางรับแจ้งเหตุ เครือข่ายอู่ซ่อมรถ และการประเมินความเสียหายให้เพียงพอ เพื่อเข้าดูแลผู้เอาประกันภัยได้ทันทีเมื่อสถานการณ์คลี่คลายอย่างปลอดภัย พร้อมกำชับให้เร่งดำเนินการตามประเด็นที่หารือและรายงานความคืบหน้าให้ คปภ. ทราบอย่างต่อเนื่อง
ทั้งนี้ ประชาชนและผู้เอาประกันภัยที่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับการประกันภัย การเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน หรือสิทธิประโยชน์ตามกรมธรรม์ประกันภัย สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วน คปภ. 1186 หรือ LINE Official Account @OICCONNECT “คปภ.รอบรู้”

