×

เจาะเบื้องหลังกระเป๋ามาช้า-ตกค้างหนัก ที่สุวรรณภูมิ เหตุ‘การบินไทย’ ที่รับผิดชอบ Ground Handling ‘มีคนไม่เพียงพอ’ เร่งประสาน ‘ทบ.-ทอ.-ไปรษณีย์ไทย’ ระบายกระเป๋า

28.09.2026
  • LOADING...
ภาพความวุ่นวายบริเวณสายพานรับสัมภาระ ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ที่ผู้โดยสารต้องรอคอยกระเป๋าเดินทางนาน

ความวุ่นวายบริเวณสายพานรับสัมภาระ ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ที่ผู้โดยสารขาเข้าต้องเผชิญกับการรอคอยกระเป๋าเดินทางยาวนานถึง 5-6 ชั่วโมง รวมถึงเที่ยวบินล่าช้าอย่างต่อเนื่อง ได้กลายเป็นประเด็นร้อนที่ถูกตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพการบริหารจัดการของ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT

 

ประเด็นสำคัญ

 

 
 

อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลการสัมภาษณ์เชิงลึกของฝ่ายบริหาร AOT ได้สะท้อนให้เห็นว่า ต้นตอของวิกฤตครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากระบบของสนามบิน แต่เกิดจากปัญหาเชิงโครงสร้าง ความขาดแคลนบุคลากรของผู้ให้บริการภาคพื้น (Ground Handling) และข้อจำกัดทางสัญญาสัมปทานที่มีมานานกว่า 20 ปี

 

ปวีณา จริยฐิติพงศ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT ให้สัมภาษณ์กับ THE STANDARD WEALTH ว่า สำหรับปัญหาการลำเลียงสัมภาระล่าช้าและตกค้างสะสม มีสาเหตุหลักมาจาก บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นผู้ดูแลระบบบริการภาคพื้น (Ground Handling) ประสบปัญหา ‘บุคลากรไม่เพียงพอ’ อย่างหนัก ส่งผลให้ไม่สามารถขนย้ายกระเป๋าขึ้นเครื่อง หรือนำกระเป๋าลงจากเครื่องบินมายังสายพานรับสัมภาระได้ทันตามรอบเที่ยวบิน

 

เมื่อเที่ยวบินเก่าทยอยลำเลียงกระเป๋าไม่เสร็จ แต่เที่ยวบินใหม่ยังคงเดินทางมาถึงอย่างต่อเนื่อง จึงเกิดปัญหากระเป๋าเดินทางตกค้างและสะสมเป็นจำนวนมาก

 

ประเด็นสำคัญคือ ปัญหานี้เกิดขึ้น เฉพาะกับสายการบินที่ใช้บริการ Ground Handling ของการบินไทยเท่านั้น ซึ่งครอบคลุมทั้งเที่ยวบินของการบินไทยเองและสายการบินลูกค้าอื่น ๆ ที่การบินไทยรับดูแล ขณะที่ผู้ให้บริการภาคพื้นอีก 2 รายในสุวรรณภูมิไม่มีปัญหาแต่อย่างใด นอกจากนี้ เหตุการณ์นี้ยังเกิดขึ้นเฉพาะที่ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เท่านั้น โดยท่าอากาศยานดอนเมืองไม่ได้รับผลกระทบ เนื่องจากไม่มีการให้บริการภาคพื้นของการบินไทย

 

มาตรการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า AOT ดึง ‘ทบ.-ทอ.-ไปรษณีย์ไทย’ กู้วิกฤต

 

ในระหว่างที่การบินไทยยังไม่สามารถเคลียร์ระบบได้ลงตัว ทาง AOT ได้เร่งประสานงานและยื่นมือเข้าช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของผู้โดยสาร แม้จะมีข้อจำกัดทางกฎหมายและขอบเขตหน้าที่ก็ตาม โดยได้เร่งแก้ไขปัญหา ดังนี้

 

จัดส่งกำลังพล AOT เข้าช่วยเคลียร์กระเป๋า

 

AOT ได้ส่งเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานต่างๆ ภายใน ทอท. เข้าไปช่วยยกและขนย้ายกระเป๋าสัมภาระ อย่างไรก็ตาม การทำงานทำได้เพียงในขอบเขตการช่วยยกตามจุดที่การบินไทยกำหนดเท่านั้น เนื่องจากสิทธิและความรับผิดชอบในตัวกระเป๋าเป็นของการบินไทย

 

ประสานงานกองทัพบก (ทบ.), กองทัพอากาศ (ทอ.)

 

AOT ได้ขอความอนุเคราะห์ส่งกำลังพลจากกองทัพบกเข้ามาร่วมช่วยขนย้ายสัมภาระเพื่อเพิ่มความรวดเร็ว

 

กระจายพื้นที่รับกระเป๋า & ผสานไปรษณีย์ไทยส่งถึงบ้าน

 

AOT กำลังหารือร่วมกับการบินไทยในการขนย้ายกระเป๋าตกค้างออกมายังพื้นที่อื่นเพื่อให้ผู้โดยสารรับได้เร็วขึ้น พร้อมทั้งประสานงานกับ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เพื่อจัดส่งกระเป๋าสัมภาระตรงไปยังที่พักอาศัยของผู้โดยสาร

 

สำหรับเรื่องภาระค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นเพิ่มเติม AOT ระบุว่า การบินไทยจะต้องรับผิดชอบในส่วนของการบินไทย แต่ในส่วนที่ AOT เข้าไปช่วยเหลือเพื่อแก้ไขสถานการณ์ให้ดีขึ้น ทาง AOT ยินดีรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเอง โดยมุ่งเน้นการแก้ปัญหาให้ผู้โดยสารเป็นสำคัญมากกว่าการเกี่ยงภาระค่าใช้จ่าย

 

ข้อจำกัดทางกฎหมาย สัญญา 35 ปี ที่ไม่มี ‘บทลงโทษ-ค่าปรับ’

 

เมื่อเกิดความเสียหายขึ้น สังคมต่างตั้งคำถามถึงบทลงโทษและค่าปรับที่ AOT ควรเรียกเก็บจากการบินไทย แต่จากการเปิดเผยสัญญาพบข้อจำกัดทางกฎหมายที่สำคัญ ดังนี้

 

  • ไม่มีเงื่อนไขค่าปรับในสัญญาเดิม ซึ่งสัญญาสัมปทานภาคพื้นของการบินไทยเป็นสัญญาฉบับเก่าที่ทำไว้เมื่อ 20 ปีที่แล้ว มีระยะเวลาผูกพันยาวนานถึง 35 ปี ซึ่งในสัญญา ไม่ได้มีการระบุเงื่อนไขค่าปรับหรือบทลงโทษกรณีบริการล่าช้าไว้แต่อย่างใด
  • ความพยายามแก้ไขสัญญาที่ไม่ประสบผล ซึ่งครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 2 ที่เกิดปัญหากระเป๋าช้าในลักษณะนี้ต่อจากช่วงวิกฤตโควิด-19 ซึ่ง AOT พยายามยื่นขอแก้ไขสัญญาเพื่อใส่บทลงโทษและค่าปรับมาโดยตลอด แต่เนื่องจากเป็นอำนาจของคณะรัฐมนตรี (ครม.) และต้องได้รับความยินยอมจากคู่สัญญา จึงยังไม่ได้รับอนุมัติให้แก้ไขได้
  • ในขณะที่สัญญาของผู้ให้บริการอีกรายอย่าง BFS มีระยะเวลา 20 ปี และหมดสัญญาลงในวันที่ 27 ของเดือนกันยายนนี้ ซึ่ง AOT ได้ขยายสัญญาชั่วคราวระหว่างรอ พ.ร.บ. ร่วมลงทุน PPP แต่สัญญาของการบินไทยนั้นยาวนานไปจนถึงประมาณ ปี พ.ศ. 2578

 

สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ AOT มักตกเป็นผู้รับอิฐรับขวานและถูกตำหนิจากสาธารณชน ทั้งที่ไม่มีเครื่องมือทางสัญญาในการกำกับดูแลหรือลงโทษคู่สัญญา

 

ทางออกระยะยาว ดัน Ground Handler รายที่ 3 เสริมศักยภาพ 30-50%

 

บทเรียนจากการพึ่งพาการบินไทยเพียงอย่างเดียว สะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงในการบริหารจัดการท่าอากาศยานระดับชาติ AOT จึงผลักดันการจัดหา ผู้ให้บริการภาคพื้น รายที่ 3 (Ground Handler รายที่ 3) เพื่อกระจายและบริหารความเสี่ยงอย่างยั่งยืน

 

สำหรับความคืบหน้าผู้ให้บริการรายที่ 3 หลังจากที่ คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติโครงการแล้วเมื่อวันที่ 9 กันยายนที่ผ่านมา โดยกำหนดลงนามในสัญญาภายในสัปดาห์นี้

 

ทั้งนี้คาดว่าจะเริ่มเปิดให้บริการได้จริงประมาณ ต้นปีหน้าการเข้ามาของผู้ให้บริการรายที่ 3 จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถ (Capacity) ในการบริหารจัดการสัมภาระภาคพื้นขึ้นทันที 30% และหากพัฒนาเต็มศักยภาพจะขยายขีดความสามารถได้สูงถึง 50% ซึ่งจะช่วยปิดจุดอ่อนเรื่องการผูกขาดบริการ และป้องกันไม่ให้เกิดวิกฤตกระเป๋าล่าช้าซ้ำรอยในอนาคต

 

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์จากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยช่วงเช้าวันนี้ (28 กันยายน) เวลาประมาณ 9.30-10.30 น. จำนวนผู้โดยสารเบาบางลงกว่าปกติ แต่ยังมีผู้โดยสารตกค้างจากเที่ยวบินที่ล่าช้าเมื่อวาน ทั้งนี้ด้วยสถานการณ์น้ำท่วมกรุงเทพฯ ที่ยังรุนแรงในหลายพื้นที่ ส่งผลให้พนักงานบริการภาคพื้นดินบางส่วนเดินทางมาทำงานไม่ได้ ทำให้บริการอำนวยความสะดวกผู้โดยสารก่อนขึ้นเครื่องเป็นไปด้วยความล่าช้า โดยเฉพาะบริการขนถ่ายสัมภาระที่ล่าช้าหลายชั่วโมง ทำให้วันนี้ผู้โดยสารทั้งไทยและต่างชาติต่อแถวจองบริการส่งกระเป๋าจากสนามบินไปยัง โรงแรม ที่พักอย่างหนาแน่น เพราะรอรับกระเป๋าเดินทางเองไม่ไหว

 

ด้านฝั่งผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติ มีคนไทยบ้างประปราย ล่าสุดเวลา 11.07 น. สายการบิน Thai Airways เที่ยวบิน TG413 เดินทางจากกรุงเทพฯ-สิงคโปร์ แจ้งว่าเที่ยวบินจะมีความล่าช้าประมาณ 1-2 ชั่วโมง เนื่องจากการจัดเตรียมความพร้อมการบินไม่เรียบร้อย และแนะนำให้ผู้โดยสารรับประทานอาหารกลางวันไว้ล่วงหน้า เนื่องจากบนเครื่องอาจไม่มีการเสิร์ฟอาหาร

 

ล่าสุดเวลา 12.20 น. สายการบิน Thai Airways แจ้งว่ามีเที่ยวบินล่าช้าเพิ่มเติม โดยเที่ยวบิน TG922 กรุงเทพฯ-แฟรงก์เฟิร์ต จากเดิมมีกำหนดออกเดินทางเวลา 12.25 น. คาดว่าจะล่าช้าประมาณ 11 ชั่วโมง 20 นาที โดยเลื่อนกำหนดออกเดินทางเป็นเวลา 23.45 น.

 

พร้อมแจ้งให้ผู้โดยสารที่เดินทางเที่ยวบินดังกล่าวติดต่อพนักงานที่ Gate C9

  • LOADING...

READ MORE





EDITOR'S PICKS


Latest Stories