วันนี้ (26 กันยายน) ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลติดตามการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในกรุงเทพมหานครอย่างใกล้ชิด หลังฝนตกหนักถึงหนักมากอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมขังบนผิวการจราจรหลายพื้นที่ โดยข้อมูลช่วงเช้าพบจุดน้ำท่วมขังบนผิวการจราจร 44 จุด ขณะที่ถนนบางสายมีระดับน้ำสูงและส่งผลกระทบต่อการเดินทางของประชาชน
จากรายงานของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในกรุงเทพมหานคร (กอ.รมน.กทม.) ได้จัดลำดับพื้นที่ที่ต้องติดตามและเร่งประสานการแก้ไขปัญหาเป็น 3 แนวหลัก ได้แก่
- แนวเหนือ บริเวณวิภาวดีรังสิต-พหลโยธิน-แจ้งวัฒนะ
- แนวตะวันออก บริเวณลาดพร้าว-บางกะปิ-รามคำแหง-พัฒนาการ-ลาดกระบัง
- แนวกลางเมือง บริเวณรัชดาภิเษก-ดินแดง-เพชรบุรีตัดใหม่
พร้อมประสานกรุงเทพมหานคร สำนักการระบายน้ำ สถานีตำรวจในพื้นที่ และหน่วยงานด้านคมนาคม เพื่อติดตามและยืนยันสถานะถนน โดยเฉพาะจุดที่มีน้ำท่วมสูงหรือมีการปิดและจำกัดการจราจร
สำหรับข้อมูลการจราจรล่าสุดในรายงานช่วงประมาณ 13.43-13.50 น. พบถนนสายหลักที่ต้องติดตามรวม 33 เส้นทาง แบ่งเป็นเส้นทางที่ควรหลีกเลี่ยง 29 เส้นทาง และเส้นทางระดับเฝ้าระวังหรือควรขับช้า 4 เส้นทาง โดยสถานะของแต่ละเส้นทางสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามปริมาณฝน ระดับน้ำ และการบริหารจัดการจราจร
เส้นทางสำคัญที่อยู่ในกลุ่มหลีกเลี่ยงหรือเฝ้าระวัง ได้แก่ ถนนวิภาวดีรังสิต ถนนแจ้งวัฒนะ ถนนพหลโยธิน ถนนงามวงศ์วาน ถนนลาดพร้าว ถนนประเสริฐมนูกิจ ถนนนวมินทร์ ถนนรัชดาภิเษก ถนนดินแดง ถนนอโศก-ดินแดง ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ ถนนราชวิถี ถนนศรีอยุธยา ถนนพระราม 1 ถนนรามคำแหง ถนนศรีนครินทร์ ถนนพัฒนาการ ถนนอ่อนนุช ถนนสุวินทวงศ์ ถนนรามอินทรา ถนนลาดกระบัง ถนนเพชรเกษม ถนนกาญจนาภิเษก ถนนบรมราชชนนี ถนนจรัญสนิทวงศ์ และถนนเอกชัย
ขณะที่ถนนเพชรบุรี ถนนสุขุมวิท มอเตอร์เวย์สาย 7 และถนนพระราม 2 อยู่ในระดับเฝ้าระวังและควรขับขี่ด้วยความระมัดระวัง
ลลิดา ย้ำว่า การแจ้งปิดหรือจำกัดการจราจรเป็นการดำเนินการเฉพาะบางจุดหรือบางช่วง ไม่ได้หมายความว่าถนนทั้งสายไม่สามารถใช้งานได้ ขณะที่สถานการณ์อาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดตามปริมาณฝนและระดับน้ำ จึงขอให้ประชาชนตรวจสอบข้อมูลล่าสุดก่อนออกเดินทาง และหลีกเลี่ยงบริเวณที่มีน้ำท่วมสูงหรือมีประกาศจำกัดการจราจร
“รัฐบาลติดตามการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมและผลกระทบต่อการเดินทางของประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยขอให้ทุกหน่วยงานประสานข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน พร้อมเตรียมเส้นทางหลักและเส้นทางสำรองสำหรับการเดินทางและการเข้าช่วยเหลือประชาชน โดยเฉพาะพื้นที่กรุงเทพฯ ตอนเหนือ ฝั่งตะวันออก และเส้นทางเชื่อมเข้าสู่ใจกลางเมือง ขอให้ประชาชนวางแผนการเดินทางและตรวจสอบสถานะเส้นทางก่อนออกจากบ้าน เพื่อความปลอดภัยและลดผลกระทบจากการจราจร” ลลิดากล่าว
ทั้งนี้ กอ.รมน.กทม. เสนอให้ติดตามสถานการณ์แบบ Real-time และปรับปรุงข้อมูลทุกครั้งที่ระดับน้ำหรือสถานะเส้นทางเปลี่ยนแปลง พร้อมจัดทำบัญชีเส้นทางหลักและเส้นทางสำรองสำหรับภารกิจช่วยเหลือประชาชน รวมถึงเตรียมชุดประสานและสนับสนุน ยานพาหนะที่เหมาะสมกับสภาพน้ำ และแผนเคลื่อนย้ายประชาชนออกจากจุดเสี่ยง เพื่อให้สามารถเข้าช่วยเหลือได้อย่างรวดเร็วหากมีความจำเป็น
สำหรับประชาชน สามารถติดตามสถานการณ์น้ำท่วมและตรวจสอบข้อมูลเส้นทางล่าสุดของกรุงเทพมหานครได้ที่เว็บไซต์ Bangkok NOW – Flood Alert ของกรุงเทพมหานคร https://now.bangkok.go.th/flood-alert.html


