×

‘ณัฐพงษ์-พริษฐ์’ กางหลักฐานยื่น ป.ป.ช. เอาผิด 7 กกต. ชี้ระเบียบเอื้อฮั้ว สว. มองข้ามความเชื่อมโยงพรรคการเมือง ยันดันข้อมูลเข้าสภาเปิดศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ

โดย THE STANDARD TEAM
25.09.2026
  • LOADING...
ณัฐพงษ์และพริษฐ์ยื่นเอกสารหลักฐานต่อเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. เพื่อตรวจสอบ กกต. กรณีเลือก สว.

วันนี้​ (25 กันยายน) ที่ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (สำนักงาน ป.ป.ช.) ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมด้วยตัวแทนพรรคและภาคประชาชน เดินทางมายื่นหนังสือร้องเรียนเพื่อให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทั้ง 7 คน เกี่ยวกับความโปร่งใสในกระบวนการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ที่ผ่านมา

ดูภาพข่าว 

ณัฐพงษ์เปิดเผยว่า กระบวนการเลือก สว. ที่ผ่านมามีลักษณะการกระทำเป็นขบวนการ และมีความเชื่อมโยงกับนักการเมืองอย่างแท้จริง การมายื่นคำร้องในวันนี้จึงขอให้ ป.ป.ช. ดำเนินการไต่สวนย้อนหลังไปถึงพฤติการณ์ก่อนการลงมติ เช่น การออกระเบียบและหลักเกณฑ์ต่างๆ ที่อาจเป็นการเอื้อให้เกิดการฮั้วเลือก สว. ขึ้น โดยไม่ใช่เพียงแค่การตรวจสอบมติเสียงข้างมาก (5 ต่อ 2) ของ กกต. เท่านั้น

 

สำหรับพยานหลักฐานและเหตุผลทางกฎหมาย ณัฐพงษ์ระบุว่า ข้อมูลส่วนใหญ่เป็นข้อมูลที่เคยเปิดเผยต่อสาธารณะผ่านเวทีเสวนา รวมถึงพยานบุคคลที่เคยออกมาให้ข้อมูลก่อนหน้านี้ ทางพรรคประเมินว่ามีพยานหลักฐานและพฤติการณ์ที่ปรากฏเพียงพอให้เชื่อได้ว่า กกต. อาจปฏิบัติหน้าที่โดยไม่สุจริต จึงคาดหวังอย่างน้อยให้ ป.ป.ช. รับเรื่องและตั้งคณะไต่สวนข้อเท็จจริงขึ้นมาดำเนินการ เพื่อพิจารณาส่งฟ้องต่อพนักงานอัยการและศาลต่อไป

 

ณัฐพงษ์กล่าวอธิบายเพิ่มเติมว่า เนื่องจากพรรคประชาชนไม่ใช่ผู้เสียหายโดยตรงในกรณีนี้ จึงเลือกใช้สิทธิตามช่องทางกฎหมายในการยื่นตรวจสอบผ่าน ป.ป.ช. อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้เสียหายโดยตรง เช่น ผู้สมัคร สว. หรือ สว. สำรอง สามารถใช้สิทธิยื่นฟ้องร้องต่อศาลได้โดยตรงอีกช่องทางหนึ่ง

 

ทั้งนี้ พรรคประชาชนขอยืนยันว่าจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวหรือเป็นตัวแทนยื่นฟ้องโดยตรง เพื่อป้องกันไม่ให้กระทบต่อรูปคดี หรือถูกมองว่ามีผู้มีอิทธิพลทางการเมืองเข้าไปชักจูง แต่ทางพรรคพร้อมที่จะให้การสนับสนุนด้านข้อมูล พยานหลักฐาน และให้คำปรึกษาแก่ผู้เสียหายอย่างเต็มที่

 

ณัฐพงษ์ย้ำว่า การตรวจสอบกรณีดังกล่าวจะดำเนินการควบคู่ไปกับกลไกทางรัฐสภา โดยขอยืนยันว่าประเด็นความผิดปกติในการเลือก สว. และการปฏิบัติหน้าที่ของ กกต. จะถูกนำไปบรรจุเป็นหนึ่งในเนื้อหาสำคัญของการอภิปรายไม่ไว้วางใจอย่างแน่นอน

 

ทางด้าน พริษฐ์ วัชรสินธุ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ได้กล่าวขยายความถึงรายละเอียดของคำร้องและกลไกในการดำเนินการตรวจสอบว่า พรรคจะอาศัยทุกกลไกเพื่อพิสูจน์ให้เห็นถึงการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบของ กกต.

 

นอกจากการยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช. และการสนับสนุนให้ผู้เสียหายฟ้องตรงต่อศาลแล้ว พริษฐ์ระบุว่า ยังมีเป้าหมายในการเอาผิดผู้ถูกกล่าวหารายอื่นๆ นอกเหนือจาก 77 คนที่ กกต. มีมติสั่งฟ้องไปแล้ว โดยอาศัย 2 กลไกหลัก

 

หากศาลฎีกามีการไต่สวนคดีของทั้ง 77 คน แล้วพบพยานหลักฐานเชื่อมโยงไปถึงบุคคลอื่น กกต. จะต้องมีหน้าที่สั่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหาเหล่านั้นเพิ่มเติม ซึ่งจุดนี้จะยิ่งทำให้ข้อบกพร่องในการทำงานของ กกต. ปรากฏชัดเจนยิ่งขึ้น

 

พริษฐ์อธิบายถึงสาระสำคัญของข้อกล่าวหาที่ยื่นต่อ ป.ป.ช. ว่าแบ่งออกเป็น 2 ส่วน โดยส่วนแรกคือการตั้งคำถามถึงมติของ กกต. ที่เปรียบเสมือนการจงใจมองไม่เห็นช้าง 3 ตัว

 

ช้างตัวที่ 1 มองไม่เห็นความเป็นขบวนการของการฮั้วเลือก สว. โดยมีการสั่งฟ้องเพียง 77 คน ทั้งที่มีผู้เกี่ยวข้องมากกว่านั้น

 

ช้างตัวที่ 2 มติที่ขัดกับบรรทัดฐานของตนเองในอดีต กกต. เคยสั่งฟ้องผู้สมัคร สว. เพียงเพราะหลักฐานแชตไลน์ 2 คน แต่กลับไม่สั่งฟ้อง สว. กว่า 130 คนที่ปรากฏหมายเลขผู้สมัครอยู่ในโพยใบสั่ง ซึ่งถือเป็นหลักฐานการแลกคะแนนอย่างเป็นระบบที่ชัดเจนกว่ามาก

 

ช้างตัวที่ 3 จงใจมองไม่เห็นความเชื่อมโยงกับพรรคการเมือง ทั้งที่มีหลักฐานหลายรูปแบบที่เชื่อมโยงไปถึงบุคคลจากพรรคการเมือง แต่ กกต. กลับมีมติไม่สั่งฟ้องแกนนำพรรคการเมืองดังกล่าว

 

สำหรับส่วนที่ 2 ของคำร้อง เป็นการชี้ให้เห็นถึงความบกพร่องของ กกต. ก่อนที่จะมีการลงมติ โดยพริษฐ์ระบุว่า มีการออกระเบียบที่เอื้อต่อการทุจริต เช่น การกำหนดเปอร์เซ็นต์ผู้สมัครในรอบเช้าและรอบบ่ายให้เท่ากัน ซึ่งทำให้การทำโพยสั่งคะแนนทำได้ง่ายขึ้น รวมถึงการตรวจสอบคุณสมบัติที่หละหลวม ปล่อยให้ผู้ขาดคุณสมบัติหรือสมัครผิดกลุ่มผ่านเข้ารอบไปลงคะแนนได้จำนวนมาก

 

นอกจากนี้ ยังรวมถึงการขาดมาตรการป้องกันการทุจริตที่มีประสิทธิภาพเมื่อพบโพยใบสั่งในวันเลือกตั้งระดับประเทศ, กระบวนการตรวจสอบคดีที่ใช้เวลายาวนานถึง 2 ปี และข้อพิรุธในการตั้งคณะอนุกรรมการวินิจฉัย ชุดที่ 36 ซึ่งมีข้อเสนอในเบื้องต้นว่าไม่ควรสั่งฟ้องใครแม้แต่คนเดียว ซึ่งรายละเอียดทั้งหมดนี้ได้ถูกรวบรวมไว้ในคำร้องที่ยื่นต่อ ป.ป.ช. เพื่อพิจารณาไต่สวนต่อไป

 

 

ณัฐพงษ์และพริษฐ์ยื่นเอกสารหลักฐานต่อเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. เพื่อตรวจสอบ กกต. กรณีเลือก สว. 1ณัฐพงษ์และพริษฐ์ยื่นเอกสารหลักฐานต่อเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. เพื่อตรวจสอบ กกต. กรณีเลือก สว. 2ณัฐพงษ์และพริษฐ์ยื่นเอกสารหลักฐานต่อเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. เพื่อตรวจสอบ กกต. กรณีเลือก สว. 3ณัฐพงษ์และพริษฐ์ยื่นเอกสารหลักฐานต่อเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. เพื่อตรวจสอบ กกต. กรณีเลือก สว. 4

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising