วานนี้ (23 กันยายน) กรมประมง เดินหน้ายกระดับมาตรการแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำอย่างเข้มข้น ล่าสุดได้ออกประกาศซักซ้อมความเข้าใจแนวทางการใช้เครื่องมือทำการประมง เพื่อเป็นแนวทางให้กับเจ้าหน้าที่ ชาวประมง และภาคประชาชน ในการสนับสนุน อำนวยความสะดวก และสร้างความคล่องตัวนำเครื่องมือประมงมาใช้กำจัดปลาหมอคางดำให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ภายใต้กรอบพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. 2558 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ตามข้อสั่งการของศาลปกครอง และวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ประเทศ ซอรักษ์ รองอธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า การควบคุมและกำจัดสัตว์น้ำต่างถิ่นชนิดนี้ในระยะเวลาอันสั้น จำเป็นต้องอาศัยการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน แม้ที่ผ่านมากรมประมงจะพิจารณาปลดล็อกข้อกฎหมายเพื่อผ่อนผันใช้เครื่องมือที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง แต่เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปในทิศทางเดียวกัน
จึงออกประกาศแนวทางการใช้เครื่องมือทำการประมงเพื่อกำจัดปลาหมอคางดำ เพื่อปลดล็อกข้อจำกัดทางกฎหมายแบบเบ็ดเสร็จ ให้ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างถูกต้องและปลอดภัย โดยเปิดโอกาสให้คณะกรรมการประมงประจำจังหวัดนำไปพิจารณาปรับใช้ตามบริบทพื้นที่ ซึ่งได้จำแนกแนวทางการใช้เครื่องมือออกเป็น 3 กลุ่ม ชัดเจน ดังนี้
กลุ่มที่ 1 เครื่องมือที่ประชาชนใช้ได้ทันทีโดยไม่ต้องขออนุญาตผ่อนผัน สนับสนุนให้ใช้เครื่องมือพื้นบ้าน เช่น เบ็ด, ข่าย, อวนติดตา, แห, ยอ, ลอบ, อวนลาก และอวนรุน (ประเภทที่ไม่ประกอบเครื่องยนต์) โดยมีเงื่อนไขห้ามลากขึ้นฝั่ง ห้ามล้อมจับ และห้ามใช้ในช่วงฤดูสัตว์น้ำจืดมีไข่ วางไข่ หรือเลี้ยงตัวอ่อน เพื่อปกป้องสัตว์น้ำชนิดอื่น
กลุ่มที่ 2 เครื่องมือประมงที่ผิดกฎหมาย แต่เปิดให้ขออนุญาตผ่อนผันได้ หรือดำเนินการโดยเจ้าหน้าที่
- อวนรุนประกอบเรือกล อนุญาตผ่อนผันเฉพาะประมงพื้นบ้านหรือประมงน้ำจืด (ตามมาตรา 67 วรรคสาม) โดยสำนักงานประมงจังหวัดต้องแจ้งความประสงค์พร้อมแนบมติเห็นชอบจากคณะกรรมการประมงประจำจังหวัด ระบุรายละเอียดรูปแบบ ขนาดเรือ วิธีการ และพื้นที่มายังกรมประมง
- การใช้กระแสไฟฟ้า ห้ามประชาชนใช้เด็ดขาด (ตามมาตรา 60) หากจำเป็นต้องกำจัด ต้องดำเนินการโดยเจ้าหน้าที่กรมประมงเท่านั้น (ตามมาตรา 141) โดยประมงจังหวัดต้องประเมินความจำเป็น แจ้งฝ่ายปกครองในพื้นที่ล่วงหน้า และรายงานผลหลังปฏิบัติงาน
- การใช้สารเคมี (กากชา) ได้รับการอนุญาตให้อนุญาตเฉพาะหน่วยงานของกรมประมง (กองวิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืด และสำนักงานประมงจังหวัดในพื้นที่แพร่ระบาด) ใช้เป็นสารเบื่อเมาตามหลักเกณฑ์
- อวนล้อมจับ อวนลาก อวนทับตลิ่ง (ในแหล่งน้ำจืด) อวนรัง และเผือกรัง อนุญาตให้เจ้าหน้าที่กองวิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดและประมงจังหวัดในพื้นที่แพร่ระบาดใช้เพื่อการกำจัดได้
- ข้อบังคับเพิ่มเติมการใช้กากชาและกลุ่มอวนดังกล่าว ต้องแต่งตั้งประมงจังหวัดหรือเจ้าหน้าที่กรมประมงเป็นผู้ควบคุมกำกับดูแลโดยตรงเพื่อป้องกันผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และแจ้งรายชื่อผู้ควบคุมไปยังกองวิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืด
กลุ่มที่ 3 เครื่องมือประมงที่ห้ามเด็ดขาดและไม่มีการผ่อนผันได้แก่ ลอบพับได้ (ไอ้โง่) และเครื่องมือโพงพาง เนื่องจากผลการศึกษาเชิงประจักษ์จากกองวิจัยและพัฒนาประมงทะเล ยืนยันว่าไม่มีประสิทธิภาพในการจับปลาหมอคางดำ ทั้งยังเป็นเครื่องมือทำลายล้างสูง กีดขวางทางน้ำ และส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อส่วนรวม
รองอธิบดีกรมประมงกล่าวอีกว่า กรมประมงพร้อมสนับสนุนการทำงานของทุกภาคส่วน มุ่งเน้นกำจัดปลาหมอคางดำให้หมดไปโดยเร็วที่สุด ควบคู่กับการรักษาสมดุลของระบบนิเวศและเคารพกติกาทางกฎหมาย โดยได้ส่งหนังสือเวียนถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด รวมถึงกรุงเทพมหานคร เพื่อแจ้งซักซ้อมแนวทางปฏิบัตินี้ให้ใช้เป็นบรรทัดฐานเดียวกันต่อไป


