วันนี้ (23 กันยายน) ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบการขยายผลการใช้งานแพลตฟอร์มรับแจ้งและบริหารจัดการปัญหาเมือง (Traffy Fondue) เป็นแพลตฟอร์มกลางของประเทศไทย พร้อมมอบหมายให้ทุกส่วนราชการและหน่วยงานในกำกับของรัฐทุกจังหวัด นำมาใช้เป็นช่องทางรับแจ้งเรื่องร้องเรียนร้องทุกข์ของประชาชน และเชื่อมโยงไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
สำหรับ Traffy Fondue พัฒนาโดย สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ตั้งแต่ปี 2561 นำเทคโนโลยี AI มาช่วยจัดการเรื่องร้องเรียนผ่านแอปพลิเคชัน LINE ได้ตลอด 24 ชั่วโมง มีจุดเด่นในการระบุพิกัด GPS และแนบภาพถ่ายอัตโนมัติ ช่วยลดขั้นตอนและงบประมาณภาครัฐ โดยที่ผ่านมา มีหน่วยงานใช้งานใน 37 จังหวัด รวม 22,577 หน่วยงาน ครอบคลุมประชาชนกว่า 34 ล้านคน มีการรับแจ้ง 1,944,956 เรื่อง แก้ไขแล้วเสร็จ 1,500,633 เรื่อง (ร้อยละ 77)
หน่วยงานที่ใช้งานสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ กรุงเทพมหานคร, สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, การไฟฟ้านครหลวง, สำนักงาน กสทช. และสายด่วน GCC 1111 ส่วนเรื่องที่ได้รับการแจ้งสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ ไฟฟ้า, ถนน, ทางเท้า, การผิดกฎจราจร และความสะอาด
ขณะที่ความสำเร็จในพื้นที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) ระหว่างปี 2565-2569 มีการแจ้งเรื่องรวม 1,247,909 เรื่อง ช่วยลดระยะเวลาแก้ไขปัญหาจากเดิมเฉลี่ย 13 วัน เหลือเพียง 2 วัน (คิดเป็นร้อยละ 77) โดยประชาชนพึงพอใจร้อยละ 81 อีกทั้งในเหตุการณ์แผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 ได้ใช้รับแจ้งรอยร้าวอาคาร 18,628 เรื่อง ดำเนินการแล้วเสร็จร้อยละ 92 ประชาชนพึงพอใจสูงถึงร้อยละ 96
ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า “ที่ผ่านมา กระทรวงต่างๆ นำ Traffy Fondue ไปปรับใช้งานตามภารกิจ อาทิ กระทรวงอุตสาหกรรมนำแพลตฟอร์ม Traffy Fondue ไปใช้งานในระบบที่เรียกว่า ‘แจ้งอุต’ ซึ่งเป็นช่องทางให้ประชาชนแจ้งเรื่องร้องเรียนและปัญหาเกี่ยวกับการประกอบกิจการอุตสาหกรรม กระทรวงศึกษาธิการ นำ ‘Traffy Fondue for Education’ ยกระดับความปลอดภัยสถานศึกษากระทรวงแรงงาน เริ่มทดลองใช้ Traffy Fondue ดูแลพี่น้องแรงงาน 45 ล้านคนทั่วโลก เป็นต้น”
ด้าน ศ.ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการ สวทช. ระบุว่า ได้มอบหมายทีมพัฒนาเตรียมความพร้อมทั้งโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล การรักษาความปลอดภัยไซเบอร์ และการพัฒนา AI คัดกรองและส่งต่อเรื่องร้องเรียนอัตโนมัติ
ผู้อำนวยการ สวทช. ระบุอีกว่า การที่ ครม. มีมติยกระดับ Traffy Fondue ให้เป็นบริการกลางภาครัฐ นับเป็นก้าวสำคัญของการนำผลงานวิจัย เทคโนโลยี และนวัตกรรมที่คิดค้นโดยนักวิจัยไทย มาแก้ปัญหาจริงในระดับประเทศ กระทรวง อว. โดย สวทช. ได้ขยายระบบการรองรับ พัฒนาความสามารถของระบบและอัลกอริทึม AI ในการคัดกรอง จำแนก และส่งต่อเรื่องร้องเรียนไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรงอัตโนมัติ
“เพื่อรองรับปริมาณการใช้งานจากประชาชนทั่วประเทศและหน่วยงานภาครัฐที่จะเข้ามาเชื่อมโยงเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดสนับสนุนและบูรณาการหน่วยงาน จัดทีมเทคนิคและวิทยากรจาก สวทช. ร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ จัดอบรมเจ้าหน้าที่ และสนับสนุนการเชื่อมโยงระบบให้ทุกกระทรวง จังหวัด และท้องถิ่น ไปปรับใช้ตามภารกิจได้อย่างรวดเร็วและไร้รอยต่อ ต่อยอดฐานข้อมูลเพื่อการตัดสินใจ ยกระดับข้อมูลปัญหาจาก Traffy Fondue ให้เป็น Big Data ระดับประเทศ ให้ผู้บริหารภาครัฐและท้องถิ่นใช้วางแผนงบประมาณ จัดสรรกำลังคน และแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างได้อย่างแม่นยำ ตรงจุด ลดการซ้ำซ้อน และประหยัดงบประมาณแผ่นดิน” ผู้อำนวยการ สวทช. กล่าว
ผู้อำนวยการ สวทช. กล่าวอีกว่า การขยายผลเป็นบริการกลางทั่วประเทศจะทำให้ประชาชนได้รับบริการที่รวดเร็ว เข้าถึงง่าย และมีความโปร่งใส ส่วนภาครัฐสามารถบริหารจัดการปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีข้อมูลเชิงลึกช่วยลดต้นทุนทางเศรษฐกิจ และยกระดับดัชนีภาพลักษณ์ความโปร่งใสของภาครัฐต่อไป


