ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลได้บริหารราคาน้ำมันดีเซลอย่างต่อเนื่องตลอดปี 2569 เพื่อบรรเทาผลกระทบจากความผันผวนของตลาดพลังงานโลกต่อค่าครองชีพประชาชนและต้นทุนภาคธุรกิจ
ประเด็นสำคัญ
โดยกระทรวงพลังงานภายใต้การกำกับของ เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้ใช้เครื่องมือทั้งการปรับลดราคา ณ โรงกลั่น และการบริหารเงินชดเชยจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อลดแรงกระแทกต่อราคาขายปลีกหน้าสถานีบริการ
เปิดไทม์ไลน์ลดราคา ณ โรงกลั่นตลอดปี 2569
ลลิดาระบุว่า มาตรการล่าสุดของคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) คือการปรับลดราคา ณ โรงกลั่นสำหรับน้ำมันดีเซลหมุนเร็ว B0 B7 และ B20 จำนวน 4 บาทต่อลิตร ระหว่างวันที่ 16 กันยายน ถึง 31 ตุลาคม 2569 เพื่อไม่ให้ราคาขายปลีกปรับตัวสูงขึ้นไปกว่าระดับปัจจุบัน
มาตรการดังกล่าวเป็นการดำเนินการอย่างต่อเนื่องตามสถานการณ์ โดยที่ผ่านมากระทรวงพลังงานได้ปรับลดราคา ณ โรงกลั่นมาแล้วหลายระลอก ได้แก่ ช่วงวันที่ 24 เมษายน ถึง 9 พฤษภาคม 2569 ลดลง 5 บาทต่อลิตร ก่อนปรับเป็น 3 บาทต่อลิตร ระหว่างวันที่ 10-19 พฤษภาคม (หลังค่าการกลั่นต้นเดือนเมษายนพุ่งสูง) และลดอีก 2.40 บาทต่อลิตร ในช่วงวันที่ 24 กรกฎาคม ถึง 15 สิงหาคม 2569 โดยนำผลประโยชน์ส่วนเกินจากช่วงค่าการกลั่นสูงมาช่วยพยุงราคา ก่อนจะขยับส่วนลดเป็น 4 บาทต่อลิตรในปัจจุบัน
จำลองโครงสร้างราคา หากไร้มาตรการรัฐช่วยพยุง
ข้อมูลโครงสร้างราคาขายปลีกของสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) ณ วันที่ 18 กันยายน 2569 ระบุว่า ดีเซลหมุนเร็วธรรมดามีส่วนลดราคา ณ โรงกลั่น 4 บาทต่อลิตร และได้รับเงินชดเชยจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง 8.62 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ราคาขายปลีกในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล (ยังไม่รวมภาษีบำรุงท้องถิ่น) อยู่ที่ 40.69 บาทต่อลิตร
ทั้งนี้ หากอ้างอิงจากโครงสร้างราคาวันดังกล่าวโดยไม่มีส่วนลดราคา ณ โรงกลั่น 4 บาทต่อลิตร ราคาขายปลีกจะมีแรงกดดันให้เพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 44.97 บาทต่อลิตร (เมื่อรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) และหากไม่มีทั้งส่วนลด ณ โรงกลั่นและเงินชดเชยจากกองทุนน้ำมัน ราคาจะถูกกดดันให้พุ่งสูงถึงประมาณ 54.19 บาทต่อลิตร
อย่างไรก็ตาม ตัวเลข 44.97 และ 54.19 บาทต่อลิตรนี้ เป็นเพียงการคำนวณเชิงสมมติเพื่อแสดงให้เห็นถึงขนาดของมาตรการช่วยเหลือ ไม่ใช่ราคาประกาศหรือการคาดการณ์
ลลิดากล่าวเพิ่มเติมว่า สิ่งที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานกำลังดำเนินการไม่ใช่การทำให้ต้นทุนพลังงานหายไป แต่เป็นการบริหารแรงกระแทกไม่ให้ภาระทั้งหมดตกถึงประชาชนในคราวเดียว เนื่องจากราคาน้ำมันดีเซลมีผลกระทบเชื่อมโยงไปถึงต้นทุนภาคการขนส่ง การเกษตร การผลิต และราคาสินค้าอุปโภคบริโภค
รัฐบาลชี้ราคาดีเซลไทยต่ำกว่าตลาดทั่วไปในอาเซียน
สำหรับสถานการณ์ในระดับภูมิภาค ข้อมูล ‘ราคาน้ำมันเฉลี่ยในอาเซียน’ ของ สนพ. ประจำวันที่ 18 กันยายน 2569 สะท้อนว่า ราคาดีเซลไทยที่ 40.69 บาทต่อลิตร อยู่ในระดับต่ำกว่าราคาตลาดทั่วไปของมาเลเซีย (42.96 บาทต่อลิตร) และอินโดนีเซีย (44.73 บาทต่อลิตร) ขณะที่เวียดนามมีราคาใกล้เคียงกับไทยที่ 40.75 บาทต่อลิตร
นอกจากนี้ อัตราการเปลี่ยนแปลงของราคาดีเซลไทยยังอยู่ที่ร้อยละ 35.9 ซึ่งสะท้อนว่าแรงกดดันจากตลาดโลกไม่ได้ส่งผ่านมายังไทยในสัดส่วนเดียวกับมาเลเซีย (ร้อยละ 80.0) และอินโดนีเซีย (ร้อยละ 77.4)
ลลิดาทิ้งท้ายว่า การเปรียบเทียบราคาน้ำมันระหว่างประเทศจำเป็นต้องพิจารณาปัจจัยแวดล้อมอย่างรอบด้าน ทั้งโครงสร้างภาษี คุณภาพเชื้อเพลิง อัตราแลกเปลี่ยน และระบบอุดหนุน เนื่องจากบางประเทศมีราคาพิเศษสำหรับโครงการเฉพาะ การเปรียบเทียบนี้จึงอ้างอิงจาก ‘ราคาตลาดทั่วไป’ โดยรัฐบาลและกระทรวงพลังงานจะยังคงติดตามสถานการณ์ตลาดโลกและฐานะกองทุนน้ำมันอย่างใกล้ชิด เพื่อรักษาสมดุลระหว่างการดูแลค่าครองชีพและเสถียรภาพด้านพลังงานของประเทศต่อไป


