พรรคประชาชน นำโดย พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ เลขาธิการพรรคประชาชน และ เดชรัต สุขกำเนิด ผู้สมัครนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) นนทบุรี หมายเลข 4 พร้อมด้วย สส. นนทบุรี ทั้ง 8 เขต ร่วมแถลงข่าวภายหลังทราบผลการนับคะแนนเลือกตั้งนายก อบจ. นนทบุรี อย่างไม่เป็นทางการ ซึ่งมีแนวโน้มว่า นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ ผู้สมัครหมายเลข 1 จากกลุ่มผึ้งหลวง จะเป็นผู้ชนะการเลือกตั้ง
พรรคประชาชนได้แสดงความยินดีกับผู้ชนะ พร้อมระบุว่าแม้คะแนนเสียงที่ได้จะไม่น้อยแต่ยังไม่เพียงพอต่อการได้รับเลือก และยอมรับว่าเสียดายที่ประชาชนออกมาใช้สิทธิ์ค่อนข้างต่ำ
พิจารณ์ กล่าวแสดงความยินดีกับ นฤพนธ์ และขอบคุณทุกคะแนนเสียงของประชาชนชาวนนทบุรีที่ออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง โดยเฉพาะเสียงที่มอบความไว้วางใจให้กับพรรคประชาชนและเดชรัต แม้ต้องยอมรับว่าคะแนนเสียงที่ได้ยังไม่มากพอที่จะเข้าไปบริหารงานใน อบจ. นนทบุรี ในรอบนี้ได้
อย่างไรก็ตาม การเลือกตั้งท้องถิ่นถือเป็นหนึ่งในสนามที่พรรคให้ความสำคัญ เพื่อขับเคลื่อนและผลักดันให้สังคมเห็นถึงความสำคัญของการกระจายอำนาจและการบริหารท้องถิ่นเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชน
นอกจากนี้ ยังได้ขอบคุณเพื่อน สส. นักการเมืองท้องถิ่น ทีมงาน และประชาชนที่ร่วมขับเคลื่อนและให้กำลังใจตลอด 31 วันของการรณรงค์หาเสียง
ด้าน เดชรัต กล่าวขอบคุณกำลังใจและเสียงของประชาชนที่ออกมาใช้สิทธิ์ แม้ว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะมีอุปสรรคพอสมควร แต่ไม่ว่าประชาชนจะลงคะแนนให้พรรคใด ล้วนมีความหมายและทางพรรคเคารพในการตัดสินใจของทุกคน พร้อมแสดงความยินดีกับนฤพนธ์ที่จะเข้ามาทำหน้าที่นายก อบจ. นนทบุรี ต่อไป
โดยมองว่าช่วงเวลา 31 วันที่ผ่านมามีความหมายมากจากการได้ลงพื้นที่สัมผัสพูดคุยกับประชาชนอย่างทั่วถึง และยืนยันว่าจะทำหน้าที่สร้างการเมืองเพื่อความเปลี่ยนแปลงในทุกบทบาทที่สามารถทำได้
เมื่อถามถึงการวิเคราะห์สาเหตุที่พ่ายแพ้ เดชรัตระบุว่า ยังไม่ได้วิเคราะห์ในเชิงลึกเนื่องจากข้อมูลคะแนนยังไม่ครบถ้วน แต่ยอมรับว่าก่อนการเลือกตั้งได้ตั้งเป้าหมายว่าควรมีผู้ออกมาใช้สิทธิ์เกิน 50-60% ซึ่งผลที่ออกมาน่าจะยังไม่ถึงเกณฑ์ดังกล่าว
ทั้งนี้ ไม่ได้หมายความว่าหากคนออกมาใช้สิทธิ์มากแล้วพรรคประชาชนจะเป็นผู้ชนะ แต่ในระบอบประชาธิปไตย การมีผู้มาใช้สิทธิ์จำนวนมากถือเป็นเรื่องดี และสะท้อนความต้องการเปลี่ยนแปลงของชาวนนทบุรี การที่ประชาชนออกมาใช้สิทธิ์น้อยจึงเป็นประเด็นหลักที่พรรคนำมาวิเคราะห์ในเบื้องต้น และคงต้องกลับไปทบทวนในประเด็นนี้
สำหรับประเด็นที่พรรคประชาชนเคยชนะการเลือกตั้ง สส. นนทบุรี ทั้ง 8 เขต แต่พ่ายแพ้ในการเลือกตั้งท้องถิ่น เดชรัตอธิบายว่า เรื่องนี้เคยเกิดขึ้นมาแล้ว ไม่ได้แปลว่าประชาชนไม่ได้ตัดสินใจบนฐานความคิดเดียวกัน ทางพรรคทราบถึงโจทย์นี้ตั้งแต่ต้น เพียงแต่ยังไม่สามารถเชิญชวนให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิ์ได้มากขึ้นตามที่มุ่งหวัง
อย่างไรก็ตาม หากพรรคไม่ส่งผู้สมัครลงแข่งขันเลยถือว่าพลาดโอกาสอย่างมาก การลงสมัครครั้งนี้ทำให้ได้รับฟังปัญหาที่ประชาชนฝากความหวังไว้ ซึ่งแม้จะไม่สำเร็จในตำแหน่งนายก อบจ. แต่พรรคยังมีช่องทางและบทบาทอื่นในการเดินหน้าทำงานเพื่อประชาชนต่อไป
ส่วนบทบาทหลังจากนี้ เดชรัตจะยังคงทำงานร่วมกับพรรคในฐานะผู้อำนวยการศูนย์นโยบายของพรรคประชาชนตามเดิม โดยสิ่งที่ค้นพบจากการทำงานร่วมกับทีมจังหวัดนนทบุรี คือมีหลายปัญหาในพื้นที่ที่สามารถผลักดันแก้ไขได้ผ่านบทบาทของสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (สจ.) นายกเทศมนตรีในพื้นที่ที่พรรคบริหารอยู่ รวมถึงการผลักดันแก้ไขข้อกฎหมายที่เป็นอุปสรรคต่อการทำงานของท้องถิ่นผ่านสภาผู้แทนราษฎร
เดชรัตประเมินว่า จุดแข็งของพรรคในสนามนี้คือการได้เห็นความท้าทายใหม่ๆ ที่คนนนทบุรีกำลังเผชิญ และหลายข้อเสนอของพรรคได้รับการตอบรับที่ดี ซึ่งจะนำไปผลักดันเป็นนโยบายในช่องทางอื่นๆ ต่อไป รวมถึงการที่ทีมงานทั้ง 8 เขตประสานการทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
“แม้ว่าเราจะยังไม่ถึงเป้าหมายในแง่ผลการเลือกตั้ง แต่การทำงานร่วมกันทั้ง 8 เขต ผมประทับใจและขอบคุณ แต่คะแนนที่ได้มาถือว่าไม่น้อย และไม่พอ” เดชรัต กล่าวทิ้งท้าย


