×

ผบ.ทบ. สั่งปรับปรุงงานด้านการข่าว หลังป่วนใต้กว่า 50 จุด ด้านโฆษก ทบ. ยันข่าวกรองไม่ได้ล้มเหลว ปัดเฮลิคอปเตอร์ยิงประชาชน

โดย THE STANDARD TEAM
24.08.2026
โฆษกกระทรวงกลาโหมและโฆษกกองทัพบกแถลงข่าว

วันนี้ (24 สิงหาคม) พล.ร.ต. สุรสันต์ คงสิริ โฆษกกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วย พล.ต. วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ร่วมกันแถลงภายหลัง พล.ท. อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เดินทางเข้าตรวจเยี่ยมกองบัญชาการกองทัพบก เพื่อติดตามสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งชี้แจงแก้ไขข้อมูลข่าวสารที่ถูกบิดเบือน เพื่อไม่ให้ประชาชนเกิดความสับสน

 

พล.ร.ต. สุรสันต์ เปิดเผยว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะกรณีที่มีการปล่อยข่าวลือกล่าวหากองทัพว่ามีการใช้อาวุธยิงจากเฮลิคอปเตอร์ใส่ประชาชน ซึ่งแม่ทัพภาคที่ 4 ได้ออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงไปแล้ว ทั้งนี้ กระทรวงกลาโหมพร้อมทำหน้าที่สนับสนุนการปฏิบัติงานของกองทัพภาคอย่างเต็มกำลัง

 

ขณะที่ พล.ต. วินธัย กล่าวเสริมว่า พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มีการบิดเบือนข่าวสารเพื่อทำลายภาพลักษณ์เจ้าหน้าที่มาโดยตลอด ในช่วงหลังกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) ได้ปรับวิธีการสื่อสาร สำหรับกรณีการเกิดเหตุพร้อมกันกว่า 51 จุดในเวลาไล่เลี่ยกันนั้น เป็นการเคลื่อนไหวที่ไม่ได้มุ่งเป้าหมายต่อชีวิตของประชาชน แต่เป็นการปฏิบัติการเพื่อหวังผลทางจิตวิทยาและการสื่อสาร มุ่งเน้นสร้างสถานการณ์ก่อกวนเพื่อเพิ่มขวัญกำลังใจให้กลุ่มวัยรุ่นในเครือข่าย โดยเลือกทำลายทรัพย์สินและเป้าหมายที่เป็นพื้นที่กว้าง เช่น การเผาทำลายเสาไฟฟ้าซึ่งมีนับแสนต้น และเป็นจุดที่ไม่มีการเคลื่อนไหวของเจ้าหน้าที่หรือไม่อยู่ในจุดเพ่งเล็งสูง

 

ส่วนเหตุใดเจ้าหน้าที่ถึงไม่สามารถป้องกันได้ทั้งที่เกิดเหตุถึง 51 จุด โฆษกกองทัพบก ชี้แจงว่า หากนำจำนวนกำลังพลมาหารเฉลี่ยกับพื้นที่ทั้งหมด ย่อมไม่เพียงพอกับสัดส่วนพื้นที่ โดยเฉพาะในช่วงเวลากลางคืน แต่ กอ.รมน. ได้ใช้กลไกงานข่าวสารควบคู่กันมาตลอด ยืนยันว่าระบบการข่าวไม่ได้ล้มเหลว และเป็นการทำงานในลักษณะประชาคมข่าวที่บูรณาการร่วมกัน แต่จำเป็นต้องเพิ่มประสิทธิภาพการข่าวในระดับเหตุการณ์ย่อยให้เข้มข้นยิ่งขึ้น

 

ส่วนกรณีข่าวลือเรื่องการใช้เฮลิคอปเตอร์โจมตีนั้น พล.ต. วินธัย ยืนยันตามหลักยุทธวิธีว่า เฮลิคอปเตอร์ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อใช้กับเป้าหมายลักษณะดังกล่าว เนื่องจากเคลื่อนที่เร็วและเป็นช่วงเวลากลางคืนซึ่งมองไม่เห็นเป้าหมาย และการใช้อาวุธของกำลังพล ทบ. ที่สนับสนุน กอ.รมน. ก็รัดกุมตามกรอบสากล ไม่มีการใช้อาวุธเว้นแต่จะถูกโจมตีก่อน

 

โฆษกกองทัพบกระบุอีกว่า เหตุการณ์ส่วนใหญ่มีความเชื่อมโยงกับขบวนการ BRN โดยผู้ก่อเหตุรู้ดีว่าการสร้างสถานการณ์ลักษณะนี้จะส่งผลให้สังคมหันมากดดันและตั้งคำถามต่อความแม่นยำของการข่าวรัฐ ซึ่งเข้าทางฝ่ายผู้ก่อเหตุ แต่หากพิจารณาจากสถิติในภาพรวม ทั้งการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินถือว่ามีแนวโน้มลดลงและพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้นมากเมื่อเทียบกับในอดีต ซึ่งขณะนี้ พล.อ. พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์และสั่งการให้ปรับเพิ่มขีดความสามารถด้านการข่าวและมาตรการคุ้มครองความปลอดภัยให้เข้มงวดขึ้นแล้ว

 

ด้าน พล.ร.ต. สุรสันต์ กล่าวด้วยว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแสดงให้เห็นถึงการประสานงานของกลุ่มผู้ก่อเหตุอย่างเป็นระบบ มีวัตถุประสงค์ซ่อนเร้นที่แม้จะไม่มุ่งเอาชีวิตประชาชน แต่เป็นการทำงานในลักษณะขบวนการ ซึ่งเจ้าหน้าที่จะต้องสอบสวนย้อนกลับไปให้ลึกถึงสาเหตุหลักที่แท้จริงต่อไป


READ MORE





Latest Stories

Close Advertising