วันนี้(11 สิงหาคม) ความคืบหน้ากรณีคดีทุจริตการสอบแข่งขันบุคคลเพื่อบรรจุเป็นพนักงานส่วนท้องถิ่นว่า กลุ่มข้าราชการท้องถิ่นจำนวน 7 ราย ซึ่งเป็นผู้ต้องหากลุ่มสุดท้าย ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน กองกำกับการ 2 กองบังคับการปราบปราม (กก.2 บก.ป.) เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา
จากการสอบปากคำ เบื้องต้นผู้ต้องหาทั้ง 7 รายให้การ ปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหาโดยคำให้การสอดคล้องกับข้อมูลที่กลุ่มผู้ต้องหาเคยให้ไว้ก่อนหน้านี้ในฐานะพยาน รวมถึงตรงกับข้อมูลของผู้ถูกกล่าวหารายอื่นๆ อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่าในการสอบปากคำครั้งนี้ ผู้ต้องหาได้ให้การซัดทอดถึงบุคคลอื่นเพิ่มเติม ซึ่งพนักงานสอบสวนขอสงวนรายละเอียดเชิงลึกไว้ในสำนวนคดี
อย่างไรก็ตามในวันนี้พนักงานสอบสวน กองกำกับการ 2 กองบังคับการปราบปราม (กก.2 บก.ป.) ได้ดำเนินการขนย้ายเอกสารสำนวนคดีทุจริตข้อสอบข้าราชการท้องถิ่น จำนวน 2 ลัง 10 แฟ้ม รวมเอกสารกว่า 3,000 หน้า นำส่งให้คณะไต่สวน สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อพิจารณาแนวทางการดำเนินคดี
ทั้งนี้พนักงานสอบสวน กก.2 บก.ป. เปิดเผยถึงกระบวนการหลังจากนี้ว่า หาก ป.ป.ช. มีมติรับไต่สวนเป็นคดี สำนวนดังกล่าวจะไม่ถูกส่งกลับมาที่พนักงานสอบสวน แต่หาก ป.ป.ช. ส่งสำนวนกลับมาให้กองบังคับการปราบปรามดำเนินการ คณะทำงานชุดเดิมจะรับหน้าที่ทำคดีต่อ ซึ่งทั้งหมดขึ้นอยู่กับการพิจารณาของ ป.ป.ช. เนื่องจากคดีนี้ไม่มีกำหนดกรอบระยะเวลาพิจารณาที่ตายตัว
อย่างไรก็ตาม ทางคณะทำงานระบุข้อสังเกตว่า ที่ผ่านมาเคยมีคดีที่กองปราบปรามส่งให้ ป.ป.ช. พิจารณา แล้วถูกส่งกลับมาในช่วงที่เหลือเวลาเพียง 1-2 สัปดาห์ก่อนที่คดีจะสิ้นสุดอายุความ สำหรับบุคคลที่ถูกกลุ่มผู้ต้องหาซัดทอดถึงเพิ่มเติมนั้น จะต้องถูกเรียกตัวเข้ามาให้ข้อมูลเพิ่มเติม ซึ่งจะดำเนินการโดยหน่วยงานที่รับผิดชอบคดีในท้ายที่สุด
สำหรับคดีทุจริตครั้งใหญ่นี้ มีผู้ต้องหาที่ถูกดำเนินคดีรวมทั้งสิ้น 13 ราย โดยสามารถแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก พร้อมข้อหาหนัก ดังนี้:
กลุ่มที่ 1: กลุ่มปฏิบัติการแก้ไขข้อสอบ (จำนวน 11 ราย) เป็นกลุ่มที่ถูกจับกุมตัวขณะกำลังแก้ไขข้อสอบภายในบริษัทแห่งหนึ่งที่จังหวัดนนทบุรี ถูกดำเนินคดีรวม 8 ข้อหา ได้แก่:
- สนับสนุนเจ้าพนักงานรัฐให้ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต
- สนับสนุนเจ้าพนักงานในการปลอมเอกสารโดยอาศัยหน้าที่
- สนับสนุนเจ้าพนักงานในการรับรองข้อความหรือเอกสารอันเป็นเท็จ
- ร่วมกันเป็นอั้งยี่และซ่องโจร
- ร่วมกันเอาไปเสียซึ่งเอกสารของผู้อื่น อันอาจก่อให้เกิดความเสียหาย
- ร่วมกันปลอมเอกสารราชการ
- เปิดผนึกหรือเอาเอกสารของผู้อื่นไปเพื่อล่วงรู้หรือเปิดเผยข้อความ
- ร่วมกันนำข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน ปลอม หรือเป็นเท็จเข้าสู่ระบบ อันอาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชน
กลุ่มที่ 2: กลุ่มข้าราชการระดับสูง (จำนวน 2 ราย) ประกอบด้วย เรืองเดช ศิริกิจ ผู้อำนวยการสำนักทดสอบทางการศึกษาและจิตวิทยา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) และ ธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล อดีตอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ถูกดำเนินคดีรวม 6 ข้อหา ได้แก่:
- ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
- เป็นเจ้าพนักงานปลอมเอกสารราชการโดยอาศัยตำแหน่งหน้าที่ของตน
- เป็นเจ้าพนักงานรับรองหลักฐานอันเป็นเท็จในเอกสารราชการ
- ร่วมกันเอาไปเสีย หรือทำให้สูญหายซึ่งเอกสารของผู้อื่น
- ร่วมกันปลอมเอกสารราชการ
- ร่วมกันเปิดผนึกหรือนำเอกสารที่ปิดผนึกของผู้อื่นไปเพื่อล่วงรู้ข้อความ


