×

เปิดหลักสูตร ‘โหราศาสตร์ไทย’ ระดับ ป.ตรี สถาบันรัชต์ภาคย์หวังดันเข้าสู่ระบบอุดมศึกษา ยกระดับมาตรฐานวิชาการ

โดย THE STANDARD TEAM
30.07.2026
  • LOADING...
ดร.ภิญโญ พงศ์เจริญ และผู้บริหารสถาบันรัชต์ภาคย์ในพิธีเปิดหลักสูตรโหราศาสตร์ไทย

ดร.ภิญโญ พงศ์เจริญ นายกสมาคมโหราศาสตร์นานาชาติ เปิดเผยว่า ทางสมาคมฯ ร่วมกับคณะศิลปศาสตร์ สถาบันรัชต์ภาคย์ โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ธณภณ ศรัญบูรณะ ได้เปิดการเรียนการสอนหลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาพยากรณ์และโหราศาสตร์ เพื่อยกระดับองค์ความรู้ด้านโหราศาสตร์เข้าสู่ระบบอุดมศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม

 

โดยมีเป้าหมายสร้างมาตรฐานวิชาชีพ ผลิตบัณฑิตที่มีคุณธรรม จริยธรรม และสามารถประยุกต์ใช้ศาสตร์แห่งการพยากรณ์ให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของโลกยุค AI ซึ่งการจัดตั้งหลักสูตรดังกล่าว เป็นผลจากความพยายามผลักดันต่อเนื่องยาวนานกว่า 30 ปี ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา มีการหารือกับนักวิชาการ นักกฎหมาย และผู้เกี่ยวข้องจำนวนมาก เพื่อหาแนวทางยกระดับโหราศาสตร์เข้าสู่ระบบการศึกษา

 

ดร. ภิญโญกล่าวว่า เป้าหมายในระยะต่อไป คือการผลักดันให้เกิดมาตรฐานวิชาชีพด้านโหราศาสตร์ที่มีจรรยาบรรณ มีระบบรับรอง และมีองค์กรกำกับดูแลเช่นเดียวกับวิชาชีพอื่น โดยหัวใจสำคัญของหลักสูตรไม่ใช่การผลิตผู้ที่ทำนายได้แม่นยำที่สุด แต่คือการผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพ มีคุณธรรม และสามารถเป็นที่พึ่งของสังคมได้

 

“หลายคนเข้าใจว่าการเปิดหลักสูตรมีเป้าหมายเพื่อผลิตนักพยากรณ์รุ่นใหม่หรือสร้างผู้สืบทอด แต่ความจริงแล้ว นั่นเป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น นี่ไม่ใช่การสร้าง ‘หมอดู’ แต่เป็นการสร้างมาตรฐานของศาสตร์ การเปิดหลักสูตรครั้งนี้จึงเป็นการยกระดับโหราศาสตร์ไทยให้มีมาตรฐาน” ดร. ภิญโญกล่าว

 

ดร. ภิญโญกล่าวว่า ปัจจุบันทุกวิชาชีพ ไม่ว่าจะเป็นแพทย์ วิศวกร นักกฎหมาย หรือครู ต่างมีหลักสูตร มาตรฐานวิชาการ และองค์กรกำกับดูแล ขณะที่ศาสตร์ด้านการพยากรณ์หรือโหราศาสตร์ แม้จะมีบทบาทในสังคมไทยมายาวนาน แต่ยังขาดมาตรฐานกลาง หากปล่อยไว้ก็จะยังคงอยู่ในรูปแบบเดิม ไม่มีองค์กรกำกับ ไม่มีมาตรฐาน และไม่มีระบบรองรับ จึงเป็นที่มาของการพัฒนาหลักสูตรระดับมหาวิทยาลัย เพื่อให้ศาสตร์แขนงนี้ได้รับการศึกษา วิจัย และพัฒนาอย่างเป็นระบบ ภายใต้มาตรฐานเดียวกับศาสตร์สาขาอื่น

 

ทั้งนี้ ผู้ที่เข้าศึกษาในหลักสูตรดังกล่าว ไม่จำเป็นต้องประกอบอาชีพเป็นนักพยากรณ์ เพราะโหราศาสตร์เป็นทั้งศาสตร์และศิลป์สำหรับการดำเนินชีวิต ผู้เรียนสามารถนำองค์ความรู้ไปใช้ในการวางแผนชีวิต เข้าใจจังหวะของการตัดสินใจ รู้จักศักยภาพของตนเอง เข้าใจผู้อื่น ตลอดจนประยุกต์ใช้ในการทำงาน การบริหารองค์กร และการประกอบธุรกิจ จึงไม่ใช่ศาสตร์ที่จำกัดอยู่เพียงการทำนายอนาคต หากแต่เป็นเครื่องมือในการพัฒนาคุณภาพชีวิต

 

ด้าน ดร.พัชรี แก้วผลึก ผู้รับผิดชอบหลักสูตร กล่าวว่า หลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาพยากรณ์และโหราศาสตร์ ไม่ได้มุ่งสอนเพียงการอ่านดวงชะตา แต่ได้รับการออกแบบตามมาตรฐานการอุดมศึกษา มีผลลัพธ์การเรียนรู้ (PLOs) และโครงสร้างรายวิชาที่ครอบคลุมทั้งศาสตร์และศิลป์ นักศึกษาจะต้องศึกษาไม่น้อยกว่า 121 หน่วยกิต ครอบคลุมทั้งหมวดวิชาศึกษาทั่วไป วิชาเฉพาะ และวิชาเลือกเสรี

 

นอกจากศาสตร์การพยากรณ์แล้ว ผู้เรียนยังต้องศึกษาวิชาจิตวิทยา สังคมวิทยา กฎหมาย สถิติ เทคโนโลยีสารสนเทศ การวิจัย การสื่อสาร การเป็นผู้ประกอบการ รวมถึงศาสตร์แขนงต่าง ๆ เช่น โหราศาสตร์ไทย โหราศาสตร์สากล โหราศาสตร์จีน โหราศาสตร์ภารตะ เลขศาสตร์ นรลักษณ์ศาสตร์ ฮวงจุ้ย และศาสตร์การพยากรณ์อื่น ๆ เพื่อให้สามารถบูรณาการองค์ความรู้จากหลายศาสตร์เข้าด้วยกัน

 

“แนวคิดสำคัญคือการทำให้ผู้เรียนเข้าใจมนุษย์ เข้าใจสังคม และสามารถบูรณาการองค์ความรู้จากหลากหลายศาสตร์ โหราศาสตร์จึงเป็นศาสตร์แห่งการดำเนินชีวิต ไม่ใช่เพียงศาสตร์แห่งการทำนาย” ดร. พัชรีกล่าว

 

ด้าน ดร. กฤติกาวลัย หิรัญสิ ผู้อำนวยการสถาบันโหราศาสตร์ไทย-สากล ตอบคำถามที่ว่า AI จะเข้ามาแทนที่นักพยากรณ์หรือไม่ ว่า AI ไม่ใช่คู่แข่ง หากแต่เป็นเครื่องมือสำคัญที่ผู้เรียนควรเรียนรู้และนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ เพราะ AI สามารถประมวลผลข้อมูล วิเคราะห์หลักเกณฑ์ และคำนวณดวงชะตาได้อย่างรวดเร็ว แต่ยังไม่สามารถเข้าใจอารมณ์ ความรู้สึก สภาวะจิตใจ และบริบทชีวิตของมนุษย์ได้

 

ดร. กฤติกาวลัยกล่าวว่า การพยากรณ์ที่ดีไม่ได้อาศัยเพียงข้อมูลวัน เดือน ปี และเวลาเกิด แต่ต้องอาศัยจิตวิทยา ประสบการณ์ ความเมตตา และทักษะการสื่อสารระหว่างผู้ให้คำปรึกษากับผู้มารับคำแนะนำ ดังนั้น AI อาจคำนวณได้ แต่ยังไม่มีจิตใจและจิตวิญญาณ จึงเป็นเหตุผลที่หลักสูตรให้ความสำคัญกับการเรียนจิตวิทยา การให้คำปรึกษา และจริยธรรม ควบคู่กับศาสตร์แห่งการพยากรณ์

 

“แม้โหราศาสตร์จะมีรากฐานมาจากภูมิปัญญาโบราณ แต่การก้าวเข้าสู่มหาวิทยาลัยในวันนี้ ไม่ได้หมายถึงการละทิ้งรากเหง้าของศาสตร์ หากเป็นการยกระดับองค์ความรู้ให้สอดคล้องกับโลกยุคใหม่ โดยหัวใจของหลักสูตรไม่ใช่เพียงการสอนให้ทำนายเป็น แต่ต้องสร้างบัณฑิตที่มีทั้งความรู้ ความคิดวิเคราะห์ จิตวิทยา ภาวะผู้นำ และจริยธรรม เพื่อใช้ศาสตร์แห่งการพยากรณ์อย่างสร้างสรรค์และเกิดประโยชน์ต่อสังคม”

 

ดร. ภิญโญกล่าวด้วยว่า คนที่จะเป็นที่พึ่งของสังคมได้ ต้องมีทั้งความรู้ ความสามารถ และภาวะผู้นำ ผู้สำเร็จการศึกษาจะต้องสามารถพึ่งพาตนเองได้ก่อน จึงจะนำองค์ความรู้ไปช่วยเหลือผู้อื่นได้ หลักสูตรจึงให้ความสำคัญกับการปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม ความรับผิดชอบ และภาวะผู้นำควบคู่กับการเรียนรู้ทางวิชาการ พร้อมเปรียบเทียบว่า เช่นเดียวกับวิชาชีพทนายความ หากผู้ประกอบวิชาชีพยังไม่สามารถดูแลชีวิตของตนเองได้ ก็ยากที่จะช่วยเหลือผู้อื่นได้อย่างแท้จริง

 

“ท้ายที่สุดแล้ว เป้าหมายของการยกระดับโหราศาสตร์ไทย ไม่ใช่เพียงการทำให้ศาสตร์นี้ได้รับการยอมรับในระบบอุดมศึกษา แต่คือการสร้างบุคลากรที่ใช้ความรู้เป็นที่พึ่งของผู้คน และยกระดับวิชาชีพให้ก้าวเดินเคียงข้างศาสตร์อื่นอย่างสง่างาม บนพื้นฐานของมาตรฐานและคุณธรรม” ดร.ภิญโญ กล่าวปิดท้าย

  • LOADING...

READ MORE






Latest Stories

Close Advertising