วันนี้ (15 มิถุนายน) เวลา 10.00 น. ช่วงหนึ่งระหว่างการมอบนโยบายสำคัญของกระทรวงมหาดไทย ของอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ระบุว่า เมื่อวานนี้ (14 มิถุนายน) นิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต รายงานถึงสถานการณ์ผู้มีอิทธิพลในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตเสร็จสิ้น นายกรัฐมนตรีกล่าวถามผ่านการประชุมทางไกลว่า ไหนใครจะปลดท่านอ่ะ ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตตอบกลับเพียงว่า มีท่านนายกรัฐมนตรีย้ายผมได้คนเดียวครับ
อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวเสริมว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดเสมือนเป็นนายกรัฐมนตรีในพื้นที่ ปัญหาที่เกิดขึ้นท่านต้องแก้ไขให้ได้ ยิ่งมีการโพสต์ในที่สาธารณะที่กระทบถึงรัฐบาล ว่าไม่บริหารจัดการปัญหากลุ่มเทา ผู้ว่าราชการจังหวัดจึงต้องรีบออกมาเทกแอ็กชัน ต้องใส่ใจคนรอบตัว แก้ข่าวเพื่อไม่ให้กระทบกับรัฐบาลและนายกรัฐมนตรี และหากคิดว่าการบริหารงานต่างจังหวัด การเติบโตมาเป็นผู้ว่าฯ ก็ต้องสร้างทีมงานให้ได้ หากอะไรที่เป็นอุปสรรคก็แจ้งเข้ามาได้ที่กระทรวง
ขณะที่นายกรัฐมนตรี ได้อ่านโพสต์ดังกล่าวจากหลายบัญชีผู้ใช้ ที่ระบุข้อความต่าง ๆ ว่า ที่หลังโรงพักเชิงทะเล มีคนสนิทรองผู้ว่าฯ บุกรุก, ถึงว่าทำไมหวงอำนาจ เหมือนหมาหวงชามข้าว ถูกทีมงานรองฯ บุกรุก, ตั้งคำถาม คนสนิทรองผู้ว่าฯ บุกรุกหาด คิดหรือว่าประชาชนจะไม่รู้ผลประโยชน์ หรือกระทั่ง รองซีฟู้ดขี้โม้จะย้ายผู้ว่าฯ ภูเก็ต วัดพลังผู้ว่าฯ ภูเก็ต กับรองฯ ซีฟู้ด ใครไปก่อนกัน แบ็กใครใหญ่กว่ากัน ที่ซึ่งตนไม่ได้เชื่อ แต่ถือว่าที่ใดมีควัน ที่นั่นย่อมมีไฟ ซึ่งได้มอบนโยบายปราบผู้มีอิทธิพลไปแล้ว หากมีคนเหล่านั้นในองค์กรของเราจะทำอย่างไร นิ้วหนึ่งชี้ไปที่คนอื่น 3 นิ้วชี้กลับมาที่ตัวเรา แบบนี้อายเขา
จากนั้นนายกรัฐมนตรีเอ่ยถามหารองฯ ซีฟู้ด ว่าอยู่ในที่ประชุมหรือไม่ เคยเห็นหน้ากันหรือเปล่า ตนไม่รู้จัก ต่อมาปลัดกระทรวงมหาดไทยย้ำถามหารองฯ ซีฟู้ดอีกครั้ง พร้อมกล่าวในที่ประชุมว่า มันมีข่าวทุกครั้ง ท่านรู้สึกอย่างไร ผลกระทบเกิดกับจังหวัด หากไม่เคยทำ ท่านก็ชี้แจงมา ท่านนายกฯ ก็พร้อมฟังอยู่
ปลัดกระทรวงมหาดไทยได้สอบถามหารองฯ ซีฟู้ดอยู่หลายครั้ง พร้อมถามผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตว่า รองผู้ว่าราชการจังหวัดเข้าประชุมครบหรือไม่ จากนั้นผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตตอบว่า เข้าครบครับ ก่อนที่จะขอให้ปลัดกระทรวงตั้งคณะกรรมการระดับกระทรวงมาตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวเสริมว่า พร้อมรับฟัง ตอนนี้ไม่ได้บอกว่ารองฯ ซีฟู้ดผิด เรารับข้อมูลมาเพื่อดูว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ก่อนที่จะเอ่ยถามรองฯ ซีฟู้ด ว่าจะไปขอใครให้ย้ายผู้ว่าราชการจังหวัด เพราะต้องเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี
จากนั้นปลัดกระทรวงได้ถามย้ำหารองผู้ว่าฯ ที่ชื่อเป็นสัตว์ทะเล ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้กล่าวแทรกเข้ามาว่า ชื่อกุ้งใช่ไหม ก่อนที่รองผู้ว่าฯ กุ้ง จะชี้แจงในที่ประชุมว่า ตนชื่อกุ้งเหมือนกับรองผู้ว่าฯ อีกคนหนึ่ง ซึ่งกระแสข่าวที่เกิดขึ้น ตนขออนุญาตนำเรียนข้อมูลเป็นเอกสารให้นายกรัฐมนตรี เนื่องจากมีข้อมูลที่เกี่ยวข้องหลายบุคคล
โดยนายกรัฐมนตรีขอให้รองฯ กุ้ง ส่งหนังสือถึงปลัดกระทรวง โดยยังคงย้ำว่า รองผู้ว่าฯ จะใช้สิ่งใดไปปลดผู้ว่าฯ การพูดถึงสิ่งแบบนี้เหมือนเป็นอากาศธาตุ คนที่พูดก็ปัญญาอ่อนเต็มทน จะเอาอะไรไปปลดผู้ว่าราชการจังหวัด มท.1 นั่งหัวโด่อยู่ตรงนี้ จะปลดยังไง ผมอยากจะรู้ หรือจะปลด มท.1 ของแบบนี้พูดไปอายเขาด้วย เราเป็นข้าราชการ นี่ถือเป็นความผิดพลาดในการบริหารบุคคล เดี๋ยวผมจะสอบท่านปลัดด้วยเอง


